“หลุมขาว” สุดยอดขั้วตรงข้ามของหลุมดำ

เพื่อนๆ ที่เป็นแฟน eduHUB มาอย่างยาวนานคงจะเคยเห็นพวกเรานำเสนอเรื่องราวของ “หลุมดำ” ไปไม่มากก็น้อยแล้วใช่มั้ยคะ แต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าในอวกาศที่กว้างใหญ่ของเราอาจไม่ได้มีแต่หลุมดำอย่างเดียว แต่มีสิ่งที่เรียกว่า “หลุมขาว” อยู่ด้วย!
.

ก่อนที่เราจะมาพูดถึง “หลุมขาว” เราขอทบทวนความจำเรื่อง “หลุมดำ” กันสักนิดนะคะ คือก่อนที่เราจะตรวจพบหลุมดำกันจริงๆ เนี้ย หลุมดำมันเคยเป็นแค่แนวคิดตามทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์เฉยๆ
.

และพูดถึงครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นชื่อจอห์น มิเชล (John Michell) ว่า “ในจักรวาลเราเนี้ยมันต้องมีอะไรสักอย่างที่มีแรงดึงดูดสูงมากขนาดแสงที่หลุดเข้าไปยังออกมาไม่ได้แน่ๆ!” แล้วต่อมาเราก็พบว่าไอ้สิ่งที่จอห์น มิเชลว่ามันมีอยู่จริงๆ ! และมันก็คือ “หลุมดำ” นั่นเอง!
.

หลังจากมีทฤษฎีเรื่องหลุมดำแล้ว ภายหลังก็มีทฤษฎีของสิ่งที่ตรงกันข้ามออกมาว่า หลุมดำมันดูดกลืนได้ทุกอย่างใช่มั้ย งั้นมันก็ต้องมี “หลุมขาว” ที่ไม่ดูดกลืนอะไรเลย แต่คายทุกสิ่งทุกอย่างออกมาอย่างเดียวสิ! ถ้าใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงเวลาเราเปิดน้ำใส่อ่างล้างหน้าแล้วน้ำค่อยๆ ไหลวนลงไปในท่อระบายน้ำนะคะ นั่นแหละค่ะสภาพของหลุมดำ ส่วนหลุมขาวก็ให้จินตนาการว่าเป็นภาพย้อนกลับที่มีน้ำไหลย้อนออกมาจากท่อเรื่อยๆ แทน
.

อาจจะฟังดูบ้า แต่อย่าลืมนะคะว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” และนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายต่างก็พยายามพิสูจน์ทฤษฎีหลุมขาวกันอย่างจริงจังด้วย (ก็ขนาดหลุมดำที่เมื่อก่อนไม่คิดว่าน่าจะมี มันยังมีอยู่จริงได้เลย!)
.

การศึกษานี้จัดทำโดยคาร์โล โรเวลลี (Carlo Rovelli) นักฟิสิกส์ทฤษฎี และทีมจากมหาวิทยาลัยแอ็กมาร์กแซย์ (Aix-Marseille University) ประเทศฝรั่งเศส และมหาวิทยาลัยบาสก์คันทรี (University of the Basque Country) ประเทศสเปน 
.

พวกเขาวิเคราะห์กันว่าหลุมขาวน่าจะมีอยู่จริง โดยเกิดจากหลุมดำที่ตายแล้วและกลายเป็นหลุมขาวนั่นเอง เพราะที่ผ่านมาเคยมีนักวิทยาศาสตร์ถกเถียงเรื่องความตายของหลุมดำกันมาเยอะมากแล้ว บ้างก็ว่าหลุมดำจะปล่อยรังสีที่เคยดูดกลืนเข้าไปทั้งหมดออกมาแล้วค่อยๆ หดเล็กลงจนหายไปในที่สุด แต่บ้างก็ว่าต่อให้หลุมดำหดเล็กลงจริง แต่พอถึงจุดนึงมันจะแน่นจนหดต่อไปอีกไม่ได้ ทำให้มันเปลี่ยนสภาพจากหลุมดำเป็นหลุมขาวที่อยู่ขั้วตรงข้ามของมันแทน
.

งานวิจัยนี้ถูกเผยแพร่ในมูลนิธิการค้นคว้าด้านความโน้มถ่วง (the Gravity Research Foundation) ซึ่งในงานวิจัยยังระบุอีกด้วยว่าหลุมขาวนี้ก็หายากพอๆ กับหลุมดำนั่นแหละ เพราะในขณะที่หลุมดำดูดกลืนแสงและรังสีทุกอย่างเข้าไป จนไม่มีเครื่องมือไหนตรวจจับได้ เวลาที่เรายิงแสงและรังสีอะไรใส่หลุมขาว หลุมขาวเองก็จะถุยสิ่งนั้นให้กระเด็นไปตกตรงอื่นเหมือนกัน ทำให้เราไม่สามารถหาตำแหน่งที่แท้จริงของหลุมขาวได้
.

พอรู้แบบนี้แล้วเพื่อนๆ มีความคิดเห็นว่ายังไงกันบ้างคะ คิดว่าหลุมขาวจะมีอยู่จริงอย่างที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อกันรึเปล่า และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดไลก์และติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ eduHUB ไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความและคลิปใหม่ๆ ของพวกเราด้วยนะคะ
.

สนับสนุนโดย chatBEE แอพที่คนเหงาเค้าโหลดกัน ค้นหาคนรู้ใจใกล้คุณ ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง IOS และ Andriod