เอเลี่ยนควรมีหน้าตาเป็นยังไง

เอเลี่ยน

ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เคยค้นพบดวงดาวที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับโลกมาแล้วมากมาย โดยดวงดาวเหล่านี้มีองค์ประกอบบางอย่างที่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต เช่น ไนโตรเจน ไฮโดรเจน และออกซิเจนในชั้นบรรยากาศ หรืออาจจะมีแหล่งน้ำและคาร์บอนอินทรีย์อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิตบนโลก ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าบนดาวดวงอื่นในอวกาศก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตนอกโลก หรือที่เราเรียกกันว่า “เอเลี่ยน” อยู่ก็ได้

และเมื่อพูดถึงเอเลี่ยนแล้ว บางคนก็อาจจะนึกถึงมนุษย์ต่างดาวที่มีหัวกลมโต แต่แขนขาเรียวเล็ก เหมือนในภาพยนต์เรื่อง E.T. หรือบางคนอาจจินตนาการเป็นภาพสัตว์ประหลาดหน้าตาน่ากลัว เหมือนอย่างในหนังเขย่าขวัญสุดคลาสสิคเรื่อง Alien ก็ได้ ซึ่งภาพเอเลี่ยนเหล่านั้นอาจจะมีเค้าโครงมาจากข้อเท็จจริงผสมจินตนาการของคนเขียนบทหนัง แต่ถ้าเปลี่ยนมาดูในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดาวดวงอื่นมาเป็นอย่างดีล่ะ พวกเขาจะมองว่าเอเลี่ยนน่าจะมีหน้าตาเป็นยังไง?

เอเลี่ยน

เรื่องราวที่เราจะเล่าต่อไปนี้อ้างอิงมาจากภาพยนต์สารคดีเรื่อง Natural History Of An Alien ในปี 1998 และ Alien Planet ในปี 2005 นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้มารวมหัวกันและคิดว่าแท้จริงแล้วหน้าตาของเอเลี่ยนน่าจะเป็นอย่างไร โดยมีพื้นฐานจากปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมและวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งความคิดเห็นของเหล่านักวิทยาศาสตร์ก็แตกออกเป็นสองส่วน

ศาสตราจารย์ ปีเตอร์ วอร์ด (Peter Ward) จากหลักสูตรบรรพชีวินวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน (University of Washington) มีความคิดเห็นว่า เอเลี่ยนน่าจะมีหน้าตาคล้ายกับสิ่งมีชีวิตบนโลกของเรานี่แหละ เพราะถึงแม้จักรวาลนี้จะกว้างใหญ่และมีดวงดาวต่างๆ มากมาย แต่ดาวทุกดวงล้วนอยู่ภายใต้กฏฟิสิกส์และเคมีเดียวกัน และการจะเอาชนะกฏเหล่านั้นก็มีเพียงแค่ไม่กี่วิธีเท่านั้น 

ET

ด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์วอร์ดจึงคิดว่า สิ่งมีชีวิตนอกโลกเองก็ต้องมีข้อจำกัดทางกายภาพเหมือนกัน ดังนั้นเอเลี่ยนน่าจะมีส่วนที่ใกล้เคียงกับสัตว์โลกของเราอยู่บ้าง อย่างเช่น การเคลื่อนไหวที่อาจใช้การเดินเหมือนสัตว์บก ว่ายน้ำเหมือนสัตว์น้ำ หรือบินแบบสัตว์ปีก และถ้าหากเอเลี่ยนเหล่านั้นพัฒนาการผิดพลาด ทำให้เกิดลักษณะที่ไม่เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตบนดวงดาวที่มันอยู่ ธรรมชาติก็จะคัดสรรและกำจัดเอเลี่ยนเหล่านั้นทิ้งเอง

แต่ในขณะเดียวกันก็มีนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้อยู่ โดย เทเรซ่า ฟิชเชอร์ (Theresa Fisher) นักชีวดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต (Arizona State University) มองว่า มันไม่มีเหตุผลเลยที่เอเลี่ยนจะต้องมีรูปร่างใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตที่เราพบเจอบนโลก บางทีสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นอาจแตกต่างไปจากเราหรือสัตว์ทั้งหลายบนโลกอย่างสิ้นเชิงก็ได้

เอเลี่ยน

ฟิชเชอร์ให้เหตุผลสนับสนุนข้อโต้แย้งนี้ว่า เมื่อสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งสูญพันธุ์ลง สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะมีโครงสร้างแตกต่างไปจากเดิม เหมือนกับที่สัตว์ในยุคนี้มีความใกล้เคียงกับไดโนเสาร์น้อยมาก แต่เพราะเราอาศัยอยู่บนโลก เราเลยหาองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกับโลกเพื่อบ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิต อย่างเช่น น้ำหรือออกซิเจน ซึ่งอันที่จริงแล้วสิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจไม่จำเป็นต้องใช้ปัจจัยเหล่านี้เลยก็ได้ เพราะแม้แต่โลกเราเองก็ยังมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องใช้ปัจจัยบางอย่างในการดำรงชีวิตเลย

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่สามารถส่งผลต่อรูปแบบของสิ่งมีชีวิตนอกโลกด้วย อย่างเช่น สภาพแวดล้อมบนดวงดาวที่มันอาศัยอยู่ ถ้าหากดาวดวงนั้นมีแรงโน้มถ่วงมาก ก็มีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะแข็งแรงกว่าสิ่งมีชีวิตบนโลก หรืออาจมีขาหลายขาเพื่อสู้กับแรงโน้มถ่วง  แต่ถ้าหากบนดาวมีแรงโน้มถ่วงน้อย พวกมันก็อาจจะกระโดดได้สูงหรือสามารถบินได้ รวมไปถึงมีแนวโน้มว่าจะตัวสูงกว่าสัตว์ทั้งหลายบนโลกเราด้วย และด้วยองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้พวกเราสามารถหาข้อสรุปหน้าตาที่แท้จริงของเอเลี่ยนได้ โดยแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

เอเลี่ยน
1.พืชเดินได้

นักวิทยาศาสตร์คาดว่า บนดาวดวงนั้นอื่นนั้นน่าจะมีเส้นแบ่งระหว่างสัตว์และพืชที่คลุมเคลือมาก ดังนั้นเราอาจจะเห็นต้นไม้ที่มีหัวใจเต้นเหมือนสัตว์ แถมมันยังมีขาไว้เดินไปหาแหล่งน้ำและแสงสว่างเองด้วย นอกจากนี้เรายังอาจได้เห็นสัตว์ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นิ่งๆ เพื่อสังเคราะห์แสง ซึ่งพวกมันจะหนีไปต่อเมื่อโดนคุกคามเท่านั้น หรือไม่เราก็อาจจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่มีขายึดติดกับผิวดิน เพื่อรับสารอาหารโดยตรง และใช้พืชที่อยู่บนหลังสังเคราะห์แสงเพื่อหาพลังงานเพิ่มเติม

พืชเดินได้
2.สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา

การรวมตัวกันของสิ่งมีชีวิตนอกโลกอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้ อย่างเช่น ทะเลที่เต็มไปด้วยอะมีบา เมื่ออะมีบาเหล่านั้นรวมตัวกันก็อาจจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาคล้ายเยลลี่ขนาดมหึมา การรวมตัวกันของสัตว์กินเนื้อหน้าตาคล้ายกุ้งนับพันตัว จนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่จะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า หรือแม้กระทั่งระบบโครงข่ายต้นไม้ที่กินพื้นที่กว่า 430,000 ตารางเมตร และประกอบไปด้วยต้นไม้กว่า 47,000 ต้น โดยต้นไม้เหล่านี้จะรวบรวมน้ำจากท้องฟ้าด้านบน ลำเลียงผ่านลำต้น ลงไปสู่รากขนาดใหญ่เพียงอันเดียวที่ต้นไม้ทุกต้นใช้ร่วมกัน

ต้นไม้
3.ความอึดขั้นสุด

เนื่องจากความอึดถึกของสิ่งมีชีวิตขึ้นอยู่กับการได้รับออกซิเจนของกล้ามเนื้อ เหมือนอย่างที่ปลาหมึกบนโลกเราใช้โมเลกุลที่ประกอบด้วยธาตุทองแดงในการขนส่งออกซิเจนในเลือด ซึ่งปลาหมึกเหล่านี้จะเคลื่อนที่ได้ช้ากว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกที่มีฮีโมโกลบินประกอบด้วยธาตุเหล็ก นักวิทยาศาสตร์จึงคาดการณ์ว่า บนดาวที่มีออกซิเจนในชั้นบรรยากาศมาก เราอาจได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถบินอยู่บนอากาศได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องหยุดพัก

ความอึดขั้นสุด
4.สัตว์ตัวเล็กและตาบอด

บนดาวเคราะห์และดวงจันทร์ที่หนาวเย็น เนื่องจากไม่มีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาถึง อย่างเช่น ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ และดาวพฤหัสบดี สิ่งมีชีวิตบนดวงดาวเหล่านั้นอาจเอาชีวิตรอดด้วยการสังเคราะห์ทางเคมี ทำให้พลังงานของพวกมันมีจำกัด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าธรรมชาติจะไปตัดถอนรายละเอียดในร่างกายมันได้

สิ่งมีชีวิตที่ต้องประหยัดพลังงานนี้อาจมีโครงสร้างร่างกายที่ซับซ้อนได้เช่นเดียวกับสัตว์โลกของเรา แต่ขนาดของมันอาจจะเล็กกว่ามาก นอกจากนี้เนื่องจากสภาพแวดล้อมของดาวที่ได้รับแสงอาทิตย์ไม่มากนัก พวกมันจึงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ดวงตา แต่ใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการรับรู้สภาพแวดล้อมแทน

สัตว์ตัวเล็กและตาบอด

และนี่ก็คือหน้าตาของเอเลี่ยนในความคิดของเหล่านักวิทยาศาสตร์ โดยอ้างอิงมาจากหลักการวิวัฒนาการและสภาพแวดล้อมของดวงดาวที่พวกมันอยู่ แต่ทั้งนี้การจะพิสูจน์ให้ได้แบบแน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเอเลี่ยนมีหน้าตาเป็นยังไง เราก็ต้องค้นหาพวกมันให้เจอแบบตัวเป็นๆ เท่านั้น แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ไม่แน่ว่าวันหนึ่งเราอาจได้เห็นเอเลี่ยนตัวจริงเสียงจริงก็ได้ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ