5 ปรากฏการณ์เมฆสุดแปลกแต่สวยงาม

เพื่อนๆ ยังจำปรากฏการณ์หมวกเมฆสีรุ้ง (Iridescent Pileus Cloud) ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2-3 มิ.ย. 63 ได้มั้ยคะ ในตอนนั้นดร.มติพล ตั้งมติธรรม ผู้เชี่ยวชาญดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ออกมาโพสเชิญชวนให้ทุกคนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและถ่ายรูปภาพปรากฏการณ์ที่ดูเหมือนรุ้งกินน้ำกำลังขดตัวเป็นหมวกอยู่บนปุยเมฆ นับเป็นปรากฏการณ์น่ารักๆ ที่เราสามารถเข้าร่วมได้ด้วยการแค่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเท่านั้น
.

แต่เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมรุ้งกินน้ำถึงขดตัวเป็นหมวกอยู่บนเมฆได้ รวมถึงมีปรากฏการณ์เมฆแบบอื่นๆ ที่ทั้งสวยและแปลกตาอีกบ้างมั้ย วันนี้พวกเรา eduHUB จึงจะพาเพื่อนๆ ทุกคนไปดู 5 สุดยอดปรากฏการณ์เมฆที่ทั้งสวยและแปลกแหวกแนวกันค่ะ แต่ก่อนที่จะไปรับชมกัน อย่าลืมกดไลค์ และกดติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ eduHUB ไว้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกเราด้วยนะคะ
.

1.เมฆสีรุ้ง (Rainbow clouds)

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากก้อนเมฆที่ยังรวบรวมไอน้ำได้ไม่มากนัก หน้าตาของมันจึงเป็นแค่ผืนเมฆจางๆ ที่ยังไม่หนาพอจะสามารถปิดกั้นแสงอาทิตย์ได้ และเมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงมาตกกระทบกับไอน้ำขนาดต่างๆ ที่อยู่ในก้อนเมฆก็จะเกิดเป็นการหักเหแสงขึ้นจนกลายเป็นรุ้งกินน้ำฉายทับบนก้อนเมฆจางๆ และเกิดเป็นปรากฏการณ์เมฆสีรุ้งขึ้นมา
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Tim Penney

ทว่าสีรุ้งบนเมฆนี้อาจไม่ได้เรียงตัวกันเป็นแถบยาวสวยเหมือนกับรุ้งกินน้ำทั่วไป แต่อาจเป็นแทบสีเหลือบทับกัน ขึ้นอยู่กับรูปทรงและไอน้ำในก้อนเมฆ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดบนก้อนเมฆประเภทซีร์โรคิวมูลัส (Cirrocumulus) ปุยเมฆสีขาวที่เรียงตัวกันเหมือนลอนคลื่น, เมฆประเภทซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus) เมฆจางๆ ที่เรียงตัวกันเป็นแผ่นบางๆ และเมฆประเภทอัลโตคิวมูลัส (Altocumulus) ปุยเมฆเล็กๆ หน้าตาเหมือนก้อนสำลีกลมๆ เรียงต่อกัน ซึ่งเมฆส่วนใหญ่นี้สามารถพัฒนาเป็นเมฆฝนต่อไปได้ด้วย
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Claudia Hinz

2.เมฆแนวตั้ง (Cumulonimbus)

ในขณะที่เมฆส่วนใหญ่จะขยายตัวออกเป็นแนวนอน แต่เมฆแนวตั้ง หรือที่เรียกอีกอย่างว่า เมฆแบบคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) จะมีลักษณะหนาทึบและขยายตัวสูงขึ้นไปเป็นแนวตั้ง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดพายุฝนได้ตามชื่อเรียกของมัน เนื่องจากคำว่า cumulus มาจากภาษาละติน แปลว่า “กองสิ่งของ” ส่วนคำว่า nimbus แปลว่า “พายุฝน” หรือก็คือเป็นกองก้อนเมฆที่สามารถก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองได้นั่นเอง
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก www.mugellogliding.aero

และสาเหตุที่ก้อนเมฆเหล่านั้นก่อตัวขึ้นในแนวตั้งก็เพราะสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ไอน้ำถูกลมพัดขึ้นด้านบนจนก่อตัวเป็นเมฆในแนวตั้ง แต่ต่อให้เมฆนี้จะสวยขนาดไหน ถ้าใครเห็นเมฆชนิดนี้เข้าก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าบริเวณใต้เมฆก้อนนั้นจะต้องเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในเร็วๆ นี้แน่
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก ภัทรกร ดำรงค์สกุล

3.หมวกเมฆสีรุ้ง (Iridescent pileus cloud) 

ชื่อปรากฏการณ์นี้มีรากศัพท์มาจากคำว่า pileus ในภาษาละตินที่แปลว่า “หมวกเห็ด” (Cap) ส่วนคำว่า Iridescent ก็แปลว่า “สายรุ้ง” ดังนั้นจึงแปลรวมๆ ว่าเมฆที่มีหมวกเห็ดทำจากสายรุ้ง ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับเมฆแนวตั้งที่เรากล่าวไปข้างต้น เพราะเมื่อไอน้ำและก้อนเมฆยกตัวสูงขึ้นแล้วเกิดมีแสงอาทิตย์ส่องลงมากระแทบกับไอน้ำบนเมฆนั้นก็จะเกิดเป็นรุ้งกินน้ำที่หน้าตาเหมือนหมวกเห็ดสีสันสดใสขึ้น
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก ElAmodelMerol

แต่ปรากฏการณ์สวยๆ แบบนี้มักมีให้เห็นได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นก้อนเมฆจะดูดไอน้ำเหล่านั้นไปใช้เพื่อจับตัวเป็นเมฆฝนหนาหนักจนเกิดเป็นพายุฝนต่อไป ซึ่งรุ้งกินน้ำสวยๆ ที่ว่านี้ก็จะหายไปด้วย
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Ken Erdmann

4.เมฆเรืองแสง (Noctilucent Clouds)

ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกสวยๆ ว่า “น็อกติลูเซนต์” (noctilucent) เป็นภาษาละตินแปลว่า “ส่องสว่างในยามค่ำคืน” โดยเมฆดังกล่าวเป็นเมฆประเภทโพลาร์มีโซสเฟียร์ (Polar mesosphere cloud) หรือก็คือเมฆที่เกิดขึ้นในแทบขั้วโลกบริเวณละติจูดระหว่าง 50° และ 70° เหนือและใต้เส้นศูนย์สูตร 
.

มักเกิดขึ้นในเวลากลางคืนที่มีแสงจากอีกฟากหนึ่งส่องมากระทบกับเมฆที่มีลักษณะเป็นริ้วคลื่น จนเกิดปรากฏการณ์ที่เหมือนผืนก้อนเมฆกำลังเรืองแสงขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเกิดเป็นสีขาวถึงน้ำเงินอ่อน แต่บางครั้งก็มีสีแดงหรือสีเขียวปนมาด้วย
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Debra Ceravolo

5.เมฆย้อย (Mammatus Clouds)

ลักษณะของมันจะเหมือนถุงที่ห้อยย้อยลงมาจากฟ้า ทำให้เมฆชนิดนี้ถูกเรียกว่าเมฆแมมมะทูส (Mammatus Clouds) หรือเมฆตะปุ่มตะป่ำ (Bumpy clouds) เนื่องจากคำว่า mammatus ในภาษาละตินมาจากคำว่า mamma ที่แปลว่า “เต้านม” เพราะหน้าตาของเมฆที่เหมือนเต้านมวัวห้อยย้อยลงมานั่นเอง
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Jorn C Olsen

ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการไหลของกระแสอากาศทำให้เกิดเมฆรูปร่างประหลาดคล้ายถุงโป่งพองลงมา โดยถุงเมฆแต่ละอันสามารถกินพื้นที่กว้างได้ถึง 1-3 กม. และห้อยยาวลงมาจากฟ้าได้ถึง 0.5 กม. ทำให้ปรากฏการณ์นี้สามารถกินพื้นที่โดยรวมได้มากถึงหลายร้อยกิโลเมตร ซึ่งเมฆนี้ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังจะมีพายุทอร์นาโดก่อตัวขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงข้างหน้าด้วย เรียกได้ว่าเป็นเมฆที่สวยแต่อันตรายจริงๆ
.

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Josh Boltz

เพื่อนๆ เห็นแบบนี้แล้วมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างคะ ชื่นชอบเมฆชนิดไหนเป็นพิเศษกันบ้างรึเปล่า อย่าลืมคอมเม้นต์เข้ามาพูดคุยกับพวกเราได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ eduHUB ได้เลยนะคะ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดไลก์และติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ eduHUB ไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความและคลิปใหม่ๆ ของพวกเราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

สนับสนุนโดย chatBEE แอพที่คนเหงาเค้าโหลดกัน ค้นหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยที่ chatBEE