วัตถุอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้น

ย้อนกลับไปในสมัยอดีต มนุษยเราเริ่มมีการสำรวจอวกาศตั้งแต่สมัยชาวมายา ซึ่งพวกเขาได้วาดภาพปรากฎการณ์ต่างๆบนอวกาศ รวมทั้งการตั้งทฤษฎีและแนวคิดต่างๆเกี่ยวกับโลกและดวงอาทิตย์ ซึ่งการสำรวจและการวิเคราะห์เหล่านั้นก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนในปัจจุบันเรามีข้อมูลต่างๆมากมายที่ใช้ในการศึกษาอวกาศ ซึ่งเครื่องมือในการสำรวจเหล่านั้น ต่างมีติดตั้งอยู่บนพื้นโลก และลอยแคว้งอยู่ในอวกาศ และสิ่งที่ลอยในอวกาศนั่นแหละ คือวัตถุอวกาศ

อย่างที่บอกไปว่ามนุษย์โลกของเรานั้นได้ให้ความสนใจด้านอวกาศมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยโบราณที่นิโคลัส โคเปอร์นิคัส ค้นพบว่าโลกเรานั้นหมุนรอบดวงอาทิตย์ และต่อมาก็ได้มีการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์เพื่อทำการสำรวจดวงดาวบนท้องฟ้าจนกระทั่ง ปี ค.ศ.1957 รัสเซีย ซึ่งในตอนนั้นคือสหภาพโซเวียตได้สร้างดาวเทียมดวงแรกของโลกชื่อว่าสปุตนิก1 และนำมันขึ้นสู่อวกาศครั้งแรก

ดาวเทียมสปุตนิก1 – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ microcontrollertips.com

ตั้งแต่นั้นมาทั้งโลกต่างฮือฮาและมหาอำนาจอย่างอเมริกาก็ยอมไม่ได้ จนเกิดการแข่งขันด้านอวกาศ มีการพัฒนาเทคโนโลยี มีการส่งมนุษย์ขึ้นไปพร้อมยานอวกาศ จนกระทั่งในปัจจุบันโลกเรามีแผนที่จะไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร ทั้งหมดทั้งมวลนี่คือเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พัฒนาขึ้นมาตามยุคตามความเจริญต่างๆที่มนุษย์จะสามารถทำได้ จนในตอนนี้ ในอวกาศที่แต่เดิมมีเพียงดวงดาว กลายเป็นดาวเทียม และวัตถุต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งขึ้นไปวนเวียนในห้วงอวกาศ

ทุกวันนี้ที่เรามองขึ้นไปบนฟ้า อาจจะไม่ใช่ดวงดาวอย่างเดียวก็เป็นไปได้ สิ่งต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้น ล้วนมีจุดประสงค์เดียวกันคือการสำรวจอวกาศ เพื่อที่จะเก็บข้อมูลทางด้านดาราศาสตร์ไปใช้ในการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานนอกโลก รวมถึงพยากรณ์ภัยทางอวกาศที่จะเกิดขึ้นกับโลกอย่างเช่น อุกกาบาตพุ่งเข้าชน แล้วสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งมันขึ้นไปทำงานบนอวกาศ มีอะไรกันบ้าง ไปชมกันเลยค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ news.miami.edu

1.ดาวเทียม (Artificial Satellites)

ดาวเทียมคือสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์ได้ผลิตขึ้นเป็นอย่างแรกเพื่อนำมันขึ้นไปลอยอยู่บนอวกาศ ซึ่งดาวเทียมจะสามารถอยู่บนชั้นบรรยากาศได้โดยใช้แรงดึงดูดของโลก มันจะโคจรรอบๆโลก มนุษย์เราจะใช้ดาวเทียมในการสื่อสาร การสำรวจ การรายงานสภาพอากาศ การทหาร การใช้งานด้านธรณีวิทยา การสำรวจทรัพยากร และการสำรวจดาวอื่นๆในอวกาศ ในปี ค.ศ.1957 ดาวเทียมสปุตนิคของรัสเซียได้ถูกส่งขึ้นไปโคจรเป็นดวงแรกเพื่อทำการสำรวจการแผ่รังสีของ ชั้นบรรยากาศชั้นไอโอโนสเฟีย ต่อมาสหรัฐอเมริกาก็ได้ส่งดาวเทียมเอ็กพอเลอร์ขึ้นไปบ้าง และหลังจากนั้นในอีกหลายประเทศก็เริ่มพัฒนาดาวเทียมและส่งขึ้นไปจนตอนนี้ในห้วงอวกาศรอบโลกเต็มไปด้วยดาวเทียมมากมาย ประเทศไทยก็เช่นมีการส่งดาวเทียมไทยคม ที่ใช้สำหรับการสื่อสาร และดาวเทียมไทยโชต ที่ใช้ในการสำรวจทรัพยากร

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ technologyreview.com

2.กล้องโทรทรรศน์อวกาศ (Space Telescopes)

กล้องโทรทรรศน์อวกาศเป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์นั้นใช้สังเกตเหตุการณ์ต่างๆบนอวกาศซึ่งมันจะลอยอยู่ในอวกาศ โดยใช้สำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่ไกลออกไป ที่กล้องบนพื้นโลกไม่สามารถทำได้ โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่สำคัญบนโลกนี้ที่ใช้งานหลักๆ จะมีกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล กล้องรังสีแกมมาคอมพ์ตัน กล้องรังสีเอกซ์จันทรา และกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ ซึ่งนอกจากนี้ก็จะมีกล้องตัวอื่นอีกที่เพิ่งส่งขึ้นไปยังอวกาศ ข้อดีของกล้องโทรทรรศน์อวกาศนั้นคือภาพที่มันได้จากการสำรวจและเก็บข้อมูลจะไม่ถูกรบกวนโดยชั้นบรรยากาศของโลก และจำไม่ถูกรบกวนจากการกระเจิงของแสงบนพื้นโลก จึงทำให้เราได้ภาพที่ชัดเจนและใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ science.howstuffworks.com

3.ยานสำรวจอวกาศ (Space probes)

ยานสำรวจอวกาศจะเป็นยานที่ขึ้นไปบนอวกาศเพื่อทำการสำรวจโดยมีมนุษย์เป็นผู้ควบคุมอยู่บนพื้นโลก หากยานที่มีมนุษย์ขึ้นไปด้วยมันจะเรียกว่ายานอวกาศ สำหรับยานสำรวจอวกาศมีการทำงานโดยมีเป้าหมายในการสำรวจสิ่งต่างๆในอวกาศ เช่น วิเคราะห์พื้นผิวและดินบนดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดวงจันทร์ ยานเหล่านี้จะทำตัวคล้ายหุ่นยนต์ ซึ่งมันจะมีระบบที่รองรับการทำงานแลระบบการเคลื่อนที่ที่อัตโนมัติ และข้อมูลที่ได้รับจากยานเหล่านี้ล้วนเป็นประโยชน์ในการนำมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศให้ดีขึ้นไปอีก

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ m.engineeringnews.co.za

4.กระสวยอวกาศ (Space shuttle)

กระสวยอวกาศเปรียบเสมือเครื่องบินที่ลำเลียงยานอวกาศหรือยานสำรวจอวกาศขึ้นไปยังอวกาศ โดยกระสวยอวกาศต่างจากจรวดคือกระสวยอวกาศสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ และมีระบบลงจอดเมื่อกลับสู่พื้นโลก ซึ่งกระสวยอวกาศก็จะเปรียบเสมือนรถที่เอาไว้ใช้ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ เช่น การนำดาวเทียมออกไปสู่วงโคจรนอกโลก หรือการขนส่งชิ้นส่วนขนาดใหญ่ไปสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก NASA

5.สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station; ISS)

สถานีอวกาศนานาชาติเป็นสถานที่ที่ได้รับความร่วมมือจากหลากหลายชาติทั้งอเมริกา เอเชีย และยุโรปที่ร่วมกับสร้างสถานีอวกาศที่ทำหน้าที่เป็นห้องทดลองและห้องวิจัยค้นคว้าทางด้านอวกาศ สถานีอวกาศเป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างโลกของเราและอวกาศที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลกประมาณ 2,000 กิโลเมตร ซึ่งถ้าเราอยู่บนพื้นโลก ก็สามารถมองเห็นสถานีอวกาศบนฟากฟ้าได้เพราะว่ามันมีขนาดใหญ่มากๆ โดยสถานีอวกาศนี้เองจะทำการค้นกว้าวิจัยในเรื่องชีววิทยา ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์และอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจะเป็นจุดพักเมื่อยานอวกาศ ยานสำรวจต่างๆได้ไปสำรวจและเก็บตัวอย่างจากดวงจันทร์ ดาวอังคารหรือดาวดวงอื่นๆ และมาส่งที่สถานอวกาศเพื่อทำการวิจัยและวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางถึงโลกและลดความเสี่ยงที่ยานอวกาศจะโดนแรงกระแทกอย่างรุนแรงบนพื้นดินนอกจากนี้สถานีอวกาศแห่งชาติยังจะช่วยยานอวกาศที่มีภารกิจยาวนาน ในการเติมเชื้อเพลิงหรือขนส่งเสบียงให้กับยานอวกาศเหล่านั้น

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก NASA

และนี่ก็คือวัตถุทางอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้นและส่งขึ้นไปยังอวกาศ บ้างก็โคจรรอบโลกบ้างก็เดินทางไปยังดาวดวงต่างๆในระบบสุริยะ เชื่อได้ว่า หากเรามองมาจากอวกาศ เราจะพบวัตถุมากมายเหล่านี้ก่อนที่จะถึงชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้เองที่ทำให้วงการด้านดาราศาสตร์ได้เกิดการพัฒนาและมีฐานข้อมูลต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ ทำให้พวกเราสามารถทราบข้อมูลต่างๆที่เป็นไปทั้งบนโลกและนอกโลกได้อย่างชัดเจน ซึ่งทั้ง 5 ชนิดที่เรานำมานำเสนอ เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่อาจจะยังไม่ทราบว่ามันใช้ทำอะไร สำหรับวันนี้มีเพียงเท่านั้น ก่อนจะไป อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ