เรื่องราวแปลกๆ แห่งนครปอมเปอี

หากจะพูดถึงเมืองที่มีประวัติศาสตร์สุดสะเทือนใจ และเป็นสถานที่ที่ทิ้งร่องรอยหลักฐานอันน่าสะเทือนขวัญ คงจะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกเสียจาก “นครปอมเปอี” นครปอมเปอีที่เคยเป็นเมื่อที่เจริญรุ่งเรือง แต่วันหนึ่งดันโดนลาวาจากภูเขาไฟล้นทะลักกระจายไปทั่วเมือง และลาวานั้นได้คร่าชีวิตและเคลือบสิ่งมีชีวิตทุกชนิดให้ตายทั้งเป็น
.

แต่เรื่องราวของปอมเปอีที่เกิดขึ้นมาหลายพันปีนั้นก็ยังมีเรื่องแปลกๆที่น่าสนใจ ซึ่งถือว่าเป็นข้อสังเกตที่นักวิจัยในยุคนี้เพิ่งจะค้นพบ เอาเป็นว่า วันนี้พวกเรา eduHUB จะพาทุกๆคนมาล้วงความลับเรื่องแปลกๆที่นครปอมเปอีแห่งนี้ แต่ก่อนจะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอพเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ
.

นครปอมเปอี เป็นเมืองแห่งการค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง โดยเมืองนั้นอยู่ตั้งอยู่รายล้อมบริเวณภูเขาไฟเวสุเวียส แคว้นคัมปาเนีย ประเทศอิตาลี สถาปัตยกรรมที่สวยงามมากมายนั้นเกิดจากชาวโรมันที่พากันมาสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารต่างๆที่หรูหรา ผู้คนในนครแห่งนี้มีมากหลากหลายชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นที่มีฐานะยากจน เป็นทาส ไปจนกระทั่งชันชั้นที่มีฐานะร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี
.

ทุกชีวิตต่างดำเนินกันมาด้วยความชะล่าใจ โดยคิดว่าภูเขาไฟเวสุเวียสนั้นคือภูเขาธรรมดาที่ไม่มีวันที่จะทำร้ายพวกเขา เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นภูเขาไฟเวสุเวียสต่างหลับใหล และไม่มีวี่แววว่าวันหนึ่งมันจะคร่าทุกชีวิตที่อยู่ในปอมเปอี และแล้ววันนั้นก็มาถึง
.

วันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 79 เวลาประมาณบ่ายโมง ได้เริ่มมีควันและก๊าซพิษจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นมาจากภูเขาไฟเวสุเวียส ผู้คนที่ยังไม่เคยได้รับมือกับภูเขาไฟลูกนี้ ต่างไม่ได้เข้าใจว่าจะต้องป้องกันและอพยพกันอย่างไร เพียงไม่กี่นาทีต่อมานั้น ควันที่ออกมาจากภูเขาไฟเริ่มปกคลุมทั่วทั้งนครปอมเปอี แม้กระทั่งแสงแดดยังส่องลงไปไม่ถึง และก๊าซที่ออกมาพร้อมกับควันนั้นมันมีพิษเสียด้วย
.

ต่อจากควันที่เข้าปกคลุมทั่วพื้นที่ในปอมเปอี ก็เริ่มมีหินพัมมิซที่จับตัวกันเป็นก้อนและตกลงมายังบ้านเรือนเหมือนลูกเห็บ ตอนนี้แหละที่ผู้คนต่างตระหนกตะใจและเริ่มวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่ด้วยก๊าซพิษที่มีจำนวนมากส่งผลให้ชาวปอมเปอีหลายคนเริ่มขาดอากาศหายใจ และหายใจไม่ออกจนเสียชีวิต บางคนก็โดนหินพัมมิซหล่นใส่จนเสียชีวิต
.

ในตอนนี้เองนั้นอาคารบ้านเรือนเริ่มถูกทำลายจากหินพัมมิซ เหตุการณ์ยังคงดำเนินมาต่อเนื่องจนข้ามวัน ข้ามคืน ในขณะที่มีบางคนล้มตายไป บางคนพายเรือและออกเรือหนีออกไป บางคนเข้าไปหลบซ่อนตามอาคารบ้านเรือน และแล้วก็มีเถ้าถ่านภูเขาไฟที่ร้อนระลุก็ไหลทะลักลงมายังพื้นที่ของเมืองปอมเปอีและกลบทุกสิ่งในเมืองนั้นไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์
.

เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ปอมเปอีนั้นเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาประมาณ 3 วันเต็มๆ หลังจากนั้นภูเขาไฟก็สงบลง และหลงเหลือไว้เพียงแค่เมืองร้างที่ปราศจากผู้คน หลายปีผ่านมา ปี ค.ศ. 1534 เริ่มมีผู้คนเข้าไปพบซากนครปอมเปอีและทำการศึกษา พวกเขาได้พบกับแผ่นปูนขนาดใหญ่ที่คาดว่าน่าจะเคลือบมนุษย์ไว้ทั้งร่าง โครงกระดูก ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของมีค่าและอาคารที่ปรักหักพัง
.

นักโบราณคดีจึงได้ทำการขุดเจาะแผ่นปูนขนาดใหญ่นั้นและพบว่าด้านในเป็นโครงกระดูก และมีโพรงที่เป็นร่องรอยของมนุษย์ เขาจึงนำปูนเทลงไปในโพรงนั้น เพื่อที่จะทำให้เห็นถึงร่างมนุษย์ที่อยู่ในท่าอริยาบถต่างๆก่อนเสียชีวิต และดูจะทุกข์ทรมาน
.

ดังนั้น เรื่องแปลกของปอมเปอีที่หลายคนเข้าใจผิด ว่ารูปปั้นรูปคนที่นอนเสียชีวิตอยู่นั้นเป็นการโดนเคลือบจากลาวา และภายในมีมนุษย์อยู่จริง แต่แท้จริงแล้ว เป็นการเทปูนลงไปในโพรงที่เคยเคลือบมนุษย์ไว้เมื่อครั้งภูเขาไฟระเบิด เพื่อให้นักโบราณคดีได้เห็นท่าทาง รูปร่างของคนสมัยก่อนที่ถูกฝังภายใต้ลาวาในครั้งนั้น
.

แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการเทปูนลงไปในโพรงมนุษย์นั้น ภายในโพรงก็มีกระดูกอยู่ ดังนั้นเมื่อเทปูนลงไป ปูนก็จะไปเคลือบกระดูกอยู่ดี เมื่อแกะปูนออกมาแล้วจะเป็นเป็นรูปร่างคนซึ่งข้างในนั้นก็มีกระดูกด้วยเช่นกัน
.

ลักษณะปูนที่นักโบราณคดีได้หล่อออกมาจากของจริงนั้น พวกเขาได้สังเกตลักษณะการตาย ว่าบ้างก็เอามือปิดจมูก หรือปิดหน้า พวกเขาจึงได้วิเคราะห์ว่า ผู้คนที่ล้มตายอาจจะตายก่อนที่ลาวาจะไหลลงไปเคลือบทุกคน แต่พวกเขาอาจจะตายด้วยก๊าซพิษ และเขม่าควันที่ทำให้ขาดอากาศไปเสียก่อน
.

จากการค้นหาและวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับนครปอมเปอี มีข้อค้นพบที่ย้อนแย้งกับประวัติศาสตร์อยู่เล็กน้อย โดยเฉพาะวันที่ภูเขาไฟเวสุเวียสได้ระเบิด เพราะตามประวัติศาสตร์แล้วได้ระเบิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ.79 แต่นักวิจัยบอกว่ามันคือหน้าร้อน แต่จากหลักฐานที่พบ ทั้งการแต่งกายที่ดูจะหนา อุปกรณ์ทำความร้อน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ พวกเขาคิดว่ามันน่าจะเกิดในหน้าฤดูใบไม้ร่วงมากกว่า
.

แถมพวกเขายังได้พบหลักฐานการมีชีวิตอยู่จากข้อความบนผนังเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ดังนั้นประวัติศาสตร์จึงเปลี่ยนจากวันที่ 24 สิงหาคม เป็นวันที่ 24 ตุลาคม และนี่ก็คือเรื่องราวแปลกที่ยิ่งค้นหา ยิ่งเจอมากขึ้นของนครปอมเปอี เรื่องราวแปลกๆที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องลี้ลับแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องความเชื่อผิดๆของพวกเราที่เมื่อก่อนมักคิดว่า รูปปั้นมนุษย์ คือลาวาที่เคลือบมนุษย์ แต่แท้จริงแล้วเป็นการเทปูนลงไปในแผ่นลาวาที่เคลือบมนุษย์เพื่อสังเกตลักษณะท่าทางของชาวปอมเปอีเท่านั้น
.

และเรื่องราวแปลกอีกอย่างหนึ่งคือวันที่การเกิดเหตุที่ประวัติศาสตร์ได้ระบุว่าเป็นเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อน แต่แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผล จึงต้องมีการเปลี่ยนจากเดือนสิงหาคมเป็นเดือนตุลาคม เรื่องราวของปอมเปอียังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจและน่าค้นหา เอาเป็นว่าหากพวกเรามีเรื่องสนุกๆเกี่ยวกับปอมเปอีกเราจะนำเอามาฝากเพื่อนๆทุกคนนะคะ สำหรับเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ก็มีเพียงเท่านี้ ก่อนจะจากกันไป ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป