ดาวพลูโตก็มีมหาสมุทร

นึกว่าโลกของเราจะเป็นดาวดวงเดียวที่มีมหาสมุทรและน้ำใต้ดินเสียอีก แต่ใครจะไปรู้ว่ายังมีดาวอีกหลายดวงในระบบสุริยะนี้ที่มีมหาสมุทรเช่นเดียวกัน อย่างเช่นดาวพลูโต ดาวเคราะห์ของระบบสุริยะที่ถูกลดสถานะลงไปเป็นดาวเคราะห์แคระเพียงแค่วงโคจรของมันไม่อยู่ระนาบเดียวกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆรวมไปถึงเรื่องแรงโน้มถ่วงของมันด้วย

แต่ใช่ว่าการที่มันกลายไปเป็นดาวเคราะห์แคระแล้วนักดาราศาสตร์บนโลกของเราจะไม่สนใจ เพราะนักดาราศาสตร์ยังคงเดินหน้าสำรวจดาวพลูโตกันอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยความหวังว่า ดาวพลูโตดวงนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อโลกของเราในอนาคต ซึ่งล่าสุดนั้นก็ได้พบกับความลับบางอย่างว่าดาวพลูโตนั้นมีมหาสมุทรซ่อนอยู่

สำหรับดาวพลูโตนั้นอดีตมันเคยเป็นดาวเคราะห์ลำดับที่ 9 ของระบบสุริยะ แต่ในปัจจุบันมันได้ถูกคณะกรรมการลดสถานะแล้วให้กลายมาเป็นดาวเคราะห์แคระ ด้วยคุณสมบัติต่างๆที่มันต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่นๆในระบบสุริยะ แต่ถึงมันจะเป็นดาวเคราะห์แคระแต่ลักษณะทางกายภาพของดาวก็ยังคงเป็นที่น่าค้นหา และนักดาราศาสตร์ยังคงติดตามและเดินทางสำรวจอยู่เรื่อยมาก

เนื่องจากดาวพลูโตเป็นดาวที่อยู่วงสุดท้ายของระบบสุริยะทำให้มันอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งเราก็น่าจะคาดเดาได้ว่ามันน่าจะมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นมากๆ และล่าสุด แบรนดอน จอห์นสัน หัวหน้าคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยบราวน์ นำทีมศึกษาดาวพลูโตในพื้นที่ที่ราบสปุตนิกและเขาได้พบว่า ใต้พื้นผิวที่ราบสปุตนิกนั้น มีมหาสมุทรที่มีความลึกลงไปประมาณ 100 กิโลเมตร และมีความเข้มข้นสูง พอๆกับทะเลเดดซีบนโลกของเรา

สำหรับบริเวณที่ราบสปุตนิกนั้นเป็นบริเวณที่ราบที่ถ้าหากเรามองจากอวกาศมายังดาวพลูโตเราจะเห็นเหมือนเป็นพื้นที่รูปหัวใจในบริเวณเส้นศูนย์สูตร ซึ่งถ้ามองเผินๆมันอาจดูสวยงาม และน่าจินตนาการเป็นรูปร่างต่างๆนานา แต่แท้จริงแล้วในบริเวณนี้เองมีมหาสมุทรซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวของมัน

เมื่อไม่นานมานี้โครงการนิวเฮอไรซอนส์ ซึ่งเป็นโครงการสำรวจอวกาศระหว่างดาวเคราะห์ และยังเป็นหนึ่งในโครงการนิวฟรอนเทียส์ ของนาซา ที่ได้ทำการศึกษาดาวพลูโตและดาวบริวารก็คือแถบไคเปอร์ โดยมีลักษณะการสำรวจโดยบินวนผ่านเหนือพื้นผิวประมาณ 12,500 กิโลเมตร นอกจากนี้โครงการนี้ยังเป็นโครงการแรกที่ได้ทำการสำรวจดาวพลูโตอีกด้วย หลังจากการสำรวจยานนิวเฮอไรซอนส์ได้ส่งรูปภาพกลับมายังโลก ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิเคราะห์

ซึ่งภาพที่ส่งมานั้นบ่งบอกว่าพื้นที่บริเวณที่ราบสปุตนิกยังมีการเปลี่ยนแปลงทางธรนีวิทยาอยู่ บริเวณที่มีน้ำแข็งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งไม่รู้ว่าการที่ที่ราบสปุตนิกที่อยู่บนดาวพลูโตนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา จะเกี่ยวกับการที่มันหันหน้าตรงกับกับคารอน ดาวบริวารของมันหรือเปล่า เพราะถ้าหากสังเกตดูจะพบว่าบริเวณที่ราบสปุตนิกนี้เองจะมีความหนามากกว่าบริเวณอื่นซึ่งมันอาจจะเกิดจากแรงโน้มถ่วงที่คารอนดึงดูดดาวพลูโตบริเวณนั้นก็เป็นไปได้

ยานนิวเฮอไรซอนส์ได้เข้าไปสำรวจดาวพลูโตโดยเข้าไปเฉียดใกล้ที่สุดเมื่อปี 2559 ซึ่งพบว่าบริเวณที่ราบสปุตนิกเป็นบริเวณที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าบริเวณอื่นๆ จึงได้คาดการณ์ว่าบริเวณที่ราบสปุตนิกของดาวพลูโตน่าจะมีมหาสมุทรอยู่ แต่ไม่ใช่มหาสมุทรบนพื้นผิวเหมือนที่เราเคยเห็นของโลก แต่มันเป็นมหาสมุทรที่อยู่ใต้พื้นผิวและแผ่นเปลือกโลก

แต่สำหรับการที่ดาวสักดวงจะมีมหาสมุทรอยู่ในบริเวณใต้พื้นผิวนั้นมันจะต้องเกิดจากการที่มีพลังงานคอยช่วยสร้างความร้อนให้กับดาว อยู่เช่นดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดี หรือ ดาวแอนเซลาดัสของดาวเสาร์ ที่มีแรงน้ำขึ้นน้ำลงจากดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์มาช่วยทำให้ดวงจันทร์เกิดความร้อน ซึ่งทำให้ดวงจันทร์นั้นๆสามารถรักษาความร้อนของมหาสมุทรใต้บาดาลได้

แต่ว่าดาวพลูโต ถ้าเราวิเคราะห์จากตำแหน่งที่ตั้งและระยะห่างจากดวงอาทิตย์แล้วนั้น ทำให้เราเห็นว่า ดาวพลูโตไม่มีวัตถุอะไรที่อยู่ใกล้พอที่จะถ่ายทอดพลังงานหรือความร้อนให้มหาสมุทรใต้ผิวบาดาลของดาว พลูโตสามารถคงสถานะอยู่ได้ นั่นแสดงว่า ดาวพลูโตมันต้องมีกลไกอื่นในการรักษาสถานะน้ำในมหาสมุทรใต้ผิวดินอย่างแน่นอน เมื่อเกิดข้อสงสัยแบบนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่รอช้า รีบสร้างแบบจำลองด้วยคอมพิวเตอร์แสดงลักษณะทางกายภาพของชั้นผิวดินของดาวพลูโต

จากการสร้างแบบจำลองนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองให้ใต้เปลือกโลกของดาวพลูโต มีชั้นของแคลเทรตไฮเดรตคั่นกลางระว่างมหาสมุทรใต้พื้นดิน และ แผ่นเปลือกโลก ซึ่งแผ่นเปลือกโลกบนดาวพลูโตก็จะมีลักษณะเป็นของแข็ง ชั้นของแคลเทรตไฮเดรตทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนให้กับมหาสมุทรใต้พื้นดิน เพราะถ้าไม่มีฉนวนนี้จะทำให้มหาสมุทรใต้พื้นดินเปลี่ยนสถานะกลายเป็นน้ำแข็งไปในทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนักวิจัยเลยได้ตั้งทฤษฎีว่าบริเวณใต้ที่ราบสปุตนิกจะมีชั้นของแก๊สไฮเดรต ที่ประกอบด้วยมีเทน เป็นส่วนใหญ่ เพื่อรักษาเป็นฉนวนรักษาความร้อนให้น้ำในมหาสมุทรคงอยู่รูปแบบสถานะที่เป็นของเหลว ซึ่งแก๊สไฮเดรตที่ได้กล่าวไปนั้น มันจะมีโมเลกุลที่เป็นโครงข่ายซึ่งจะมีโมเลกุลน้ำแข็งห่อหุ้มอยู่ ทำให้มีความหนืดต่ำและนำความร้อนได้ดี จึงทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้เป็นอย่างดี

การจำลองของนักวิจัยที่จะทำการพิสูจน์เรื่องราวเหล่านี้คือนักวิจัยได้สร้างแบบจำลองดาวพลูโตไว้สองแบบ ก็คือ ดาวพลูโตที่มีชั้นมีเทนใต้พื้นผิว และแบบไม่มีชั้นมีเทน ผลปรากฏว่า แบบจำลองที่ไม่มีชั้นมีเทน น้ำด้านล่างที่เป็นตัวแทนของมหาสมุทร ได้กลายเป็นน้ำแข็งเนื่องจากมันไม่มีฉนวนกันความร้อน

แต่แบบจำลองที่มีชั้นมีเทนนั้น น้ำด้านล่างยังคงสถานะเป็นของเหลวอยู่ ซึ่งจากการทดลองในครั้งนี้ก็ทำให้เราทราบได้ว่ามหาสมุทรที่อยู่ใต้พื้นผิวที่เป็นน้ำแข็งของดาวพลูโตนั้นสามารถคงสถานะของเหลวได้เพราะมีชั้นของแคลเทรตไฮเดรต หรือว่ามีเทน เป็นฉนวนกั้นไม่ให้ความเย็นจากด้านบนพื้นผิว ลงมาสู่ชั้นมหาสมุทรได้

และการทดลองนี้ยังบ่งบอกอีกว่า ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆในระบบสุริยะก็อาจจะมีมหาสมุทรใต้พื้นผิวเช่นเดียวกับดาวพลูโตได้เช่นเดียวกัน การพบน้ำ หรือมหาสมุทรในดาวดวงต่างๆในระบบสุริยะนั้นก็หมายความว่าหากมีน้ำ ก็อาจมีสิ่งมีชีวิต เพราะพื้นฐานการกำเนิดสิ่งมีชีวิตมักจะเกิดขึ้นมาจากน้ำ

และนี่คือเรื่องราวของมหาสมุทรที่พบได้ในดาวพลูโตในบริเวณที่ราบสปุตนิก เป็นยังไงกันบ้างคะ คาดไม่ถึงกันใช่ไหมว่าดาวพลูโตดวงเล็กๆดวงนี้จะมีน้ำอยู่ด้วย แถมนักวิทยาศาสตร์ยังแอบเปรยๆอีกว่า อาจจะพบน้ำหรือมหาสมุทรในลักษณะนี้กับดาวดวงอื่นๆ เอาเป็นว่ายิ่งนับวันๆเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการสำรวจยิ่งมากขึ้นทำให้เราได้รู้อะไรเยอะขึ้น ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเราอาจจะพบเจอสิ่งมีชีวิตที่นอกโลกก็เป็นไปได้ สำหรับวันนี้ก็มีเรื่องราวดีๆที่น่าตื่นเต้นมาฝากเพื่อนๆเพียงเท่านั้น ก่อนจะไปอย่าลืมกด Like กด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือนช่อง eduHUB เพื่อที่เพื่อนๆจะไม่พลาดการรับชมครั้งต่อไป