“นภา1” ดาวเทียมดวงแรกของกองทัพอากาศไทย

ที่ผ่านมาเราเคยแต่ติดตามข่าวสารด้านอวกาศจากต่างชาติ แต่วันนี้ประเทศไทยของเรามีข่าวดีด้านเทคโนโลยีด้านอวกาศแล้ว เพราะว่าประเทศไทยนั้นได้ส่งดาวเทียมนภา-1 ขึ้นสู่อวกาศเพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆอันนำมาซึ่งได้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์มาให้ประเทศไทยของเรา ดาวเทียมนภา-1 นั้นจะเป็นยังไง และขึ้นไปเก็บข้อมูลอะไรบ้าง วันนี้พวกเรา eduHUB นำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ
.

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับดาวเทียมนภา-1 กันก่อน ดาวเทียมตัวนี้เป็นโปรเจคของกองทัพอากาศที่สร้างขึ้นโดยบริษัท Innovative Solutions In Space หรือ ISIS ประเทศเนเธอร์เเลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าบริษัทนี้เขามีชื่อเสียงในการผลิตดาวเทียมเป็นอันดับต้นๆของโลก สำหรับดาวเทียมนภา-1 นั้นเป็นดาวเทียมประเภท Nano Satellite ในรูปแบบ Cubesat ซึ่งมีขนาด 6U และจะขึ้นสู่วงโคจรของโลกแบบ Low Earth Orbit ที่ความสูง 500 กิโลเมตรจากพื้นดิน
.

โดยจะใช้จรวด VEGA ของฝรั่งเศสในการนำส่งดาวเทียมตัวนี้ขึ้นสู่วงโคจรของโลก สำหรับเหตุผลที่กองทัพอากาศของไทยนั้นตัดสินใจในการจัดตั้งโปรเจคดาวเทียมนภา-1 นั่นเพราะว่าได้มีการวิเคราะห์มูลค่าอุตสาหกรรมทางอวกาศของประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขนส่งอวกาศ ระบบรับสัญญาณภาคพื้นดิน รวมไปถึงภัยคุกคามด้านอวกาศในอนาคตจึงได้เริ่มคิดถึงภารกิจที่จะต้องป้องกันด้านความมั่นคงและภัยคุกคามทางอวกาศที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
.

โดยเริ่มตั้งศูนย์ปฏิบัติการทางอวกาศกองทัพอากาศไปเมื่อปี พ.ศ.2562 และเริ่มพัฒนาการสร้างดาวเทียมนภา-1 ที่เป็นเทคโนโลยีด้านอวกาศที่สามารถตอบโจทย์ในการพัฒนาประเทศได้ การสร้างดาวเทียมในครั้งนี้มีองค์ประกอบ 3 โดเมน คือ Air Domain , Cyber Domain และ Space Domain  โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ในการสำรวจธรรมชาติ การพยากรณ์อากาศ การวางผังเมือง การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การสื่อสารและโทรคมนาคม อีกทั้งยังใช้ในการเฝ้าลาดตระเวนพื้นที่เฝ้าระวังบริเวณชายแดนไทย
.

ด้วยประสิทธิภาพของดาวเทียมนภา-1 นั้นที่สามารถตรวจจับภาพและถ่ายภาพได้อย่างคมชัด สามารถใช้การดึงสีของภาพในการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติ ศึกษาแนวทางการไหลของน้ำ การกัดเซาะชายฝั่ง รวมไปถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ เพื่อที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหาทางป้องกันได้อย่างตรงจุดและทันเวลา ซึ่งจะเป็นการเข้าช่วยเหลือพื้นที่ต่างๆได้อย่างทั่วถึง ดาวเทียมนภา-1 ดวงนี้นั้นมีอายุการใช้งานได้เกิน 3 ปี
.

ซึ่งเมื่อได้ส่งดาวเทียมนภา-1 ขึ้นสู่ฟากฟ้าแล้วก็มีแผนการที่จะส่ง ดาวเทียมนภา-2 ขึ้นต่อไปในปีเดียวกัน เพื่อขึ้นไปช่วยในการสนับสนุนการเก็บข้อมูลให้ดาวเทียวมทั้งสองสามารถเก็บข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทางกองทัพอากาศยืนยันว่าดาวเทียมที่ส่งขึ้นไปทั้งสองดวงนั้นจะไม่ทำงานทับซ้อนกัน รวมถึงมันจะไม่ทำงานทับซ้อนกับดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) เพราะว่าดาวเทียมนั้นจะมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้นมันจะไม่สามารถเคลื่อนผ่านบริเวณเดิมได้ถ้ายังไม่ครบรอบวงโคจร ดังนั้นหากเราใช้ดาวเทียมตัวเดียว เราอาจต้องรอข้อมูลนานเท่าการวนรอบวงโคจรของมัน ซึ่งถ้าหากเรามีดาวเทียมหลายตัวนั้นช่วยให้เรานั้นได้ข้อมูลที่รวดเร็ว สั่งการได้รวดเร็ว และทำภารกิจได้สำเร็จเร็วกว่า
.

การสร้างดาวเทียมนภา-1 ในครั้งนี้ยังเป็นโครงการที่สร้างโดยบริษัทต่างชาติที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเเน่นอนว่า การจ้างบริษัทต่างชาติในการสร้างดาวเทียมในครั้งนี้ มีค่าใช้จ่ายและงบประมาณที่สูง ดังนั้นกองทัพอากาศจึงมีแนวทางในการพัฒนาเรื่องนี้ว่าในอานาคตนั้นการจะต้องมีการศึกษาและนำนักวิชาการที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันวางแผนในการสร้างดาวเทียมของตนเองเพื่อลดค่าใช้จ่าย และอีกอย่างก็จะสามารถผลิตดาวเทียมได้ตรงตามความต้องการ
.

ที่สำคัญนั้น จะก่อให้เกิดการสร้างงาน จ้างแรงงาน และสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย และล่าสุดภารกิจของโครงการนี้ก็ได้เริ่มขึ้นเมื่อจรวด VEGA เที่ยวบิน VV16 ได้นำดาวเทียมนภา-1 ของประเทศไทยขึ้นสู่ฟากฟ้า ในวันที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 08.51 น. เพื่อขึ้นไปสำรวจสิ่งต่างๆของประเทศไทยดังที่เราได้บอกไปในตอนต้น ซึ่งนอกจากการส่งดาวเทียมนภา-1 ขึ้นสู่วงโคจรแล้วนั้น กองทัพอากาศยังมีโครงการที่จะทำในอนาคตด้านอวกาศอีก นั่นก็คือโครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอากาศ ซึ่งมีแผนจะเริ่มในปี 2564 – 2570
.

โดยจะมีการพัฒนากิจการด้านอวกาศ ความมั่นคงทางอวกาศ และการสนับสนุนการปฏิบัติการในมิติอื่นๆของกองทัพอากาศไทย ไม่ว่าจะเป็น มิติอากาศ และมีมิติทางไซเบอร์ เพื่อสังเกตการณ์ ตรวจการณ์ด้านอวกาศและการสื่อสารโทรคมนาคมด้วยระบบดาวเทียม ภายใต้โครงการนี้จะมีแผนการในการสร้างดาวเทียม Micro satellite การผลิตกล้องโทรทัศน์ ในอนาคต 
.

ก็ถือว่าดาวเทียมนภา-1 นั้นเป็นดาวเทียมดวงแรกของกองทัพอากาศ ซึ่งจะคาดหวังว่าเราจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากดาวเทียมดวงนี้มาใช้ในการวางแผนในการป้องกันและการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งก็นับว่าเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศไปอีกขั้น ยังไงก็ตามเชื่อว่าคนไทย ยังรอดาวเทียมที่ผลิตโดยคนไทย และส่งจรวดขึ้นไปยังวงโคจรด้วยจรวดคนไทย เพื่อพิสูจน์ให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าประเทศไทยของเรานั้นก็มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีด้านอวกาศไม่แพ้ชาติใดในโลก

สนับสนุนโดย chatBEE แอพที่คนเหงาเค้าโหลดกัน ค้นหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยที่ chatBEE