“ยานเมสเซนเจอร์” เข้าสู่วงโคจร พร้อมส่งภาพพื้นผิวดาวพุธแบบชัดๆ

การที่เราจะสำรวจดวงต่างๆ ในระบบสุริยะของเรา ล้วนมีอุปสรรค์ที่มากน้อยแตกต่างกันไป บางดวงที่อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ก็มีความหนาวเย็นแบบสุดขั่ว และบางดวงที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ก็ร้อนสุดขั้วเช่นกัน และวันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปสำรวจดาวที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด นั้นคือดาวพุธ พวกเราจะไปกับยานที่มีชื่อว่า ยานเมสเซนเจอร์ เป็นยานที่สามารถเข้าสู่วงโคจร และได้ถ่ายภาพพื้อนผิวของดาวพุธมาได้

“ยานเมสเซนเจอร์” ของนาซาได้เข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธได้สำเร็จ นับเป็นการเข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงที่ 1 ครั้งแรกของชาวโลก นับว่าเป็นการเปิดฉากการทำความรู้จักกับดาวที่มีสภาพอากาศแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทั้งเย็นสุดขั้วและร้อนสุดขั้ว พร้อมส่งตัวอย่างภาพพื้นผิวบนดาวบางส่วนกลับมาให้ทำการศึกษา และหวังใช้เป็นแนวทางในการศึกษาโลกอื่นที่โคจรใกล้ดาวฤกษ์แม่ใกล้ชิดอย่างดาวพุธ ด้วยเหตุที่ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มาก ดาวพุธจึงเป็นดาวเคราะห์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะแค่อุณหภูมิพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้ก็สามารถหลอมละลายตะกั่วได้

ดังนั้นในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายดังกล่าว ยานเมสเซนเจอร์ (Messenger) ของ  องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา)  จึงต้องมีการป้องกันโดยติดตั้งฉนวนเพื่อป้องกันแสงสว่างและรังสีจากดวงอาทิตย์ แม้แต่เครื่องมือที่จะใช้สำรวจพื้นผิวดาวข้างล่าง ยังต้องได้รับการปกป้องไม่ให้ได้รับความเสียหายจากความร้อนสูงจากผิวดาวที่สะท้อนขึ้นมา

ตามรายงานของสำนักข่าวบีบีซีนิวส์แห่งอังกฤษ อีริค ฟินเนอร์แกน (Eric Finnegan) วิศวกรระดับหัวหน้า ในโครงการส่งยานเมสเซนเจอร์ จากห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (Applied Physics Laboratory) ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) กล่าวว่า ทุกคนมีความสุข และตะโกนร้องด้วยความยินดี เมื่อพวกเขาสามารถส่งยานเข้าไปใกล้ดาวพุธได้มากที่สุดเท่าที่เคยทำได้

ตอนนี้ยานเมสเซนเจอร์อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ 46 ล้านกิโลเมตร และห่างจากโลกประมาณ 155 ล้านกิโลเมตร ก่อนเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธ ยานเมสเซนเจอร์ได้ผ่านเข้าใกล้ดาวเคราะห์ทั้งหมด 6 ครั้ง โดยผ่านโลก 1 ครั้ง ผ่านดาวศุกร์ 2 ครั้ง และผ่านดาวพุธอีก 3 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อควบคุมความเร็ว เมื่อยานเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดวงอาทิตย์ เครื่องยนต์ 600 นิวตันของยานเมสเซนเจอร์ ได้นำยานเข้าสู่วงโคจรรอบดาวพุธ ซึ่ง ดร.ฌอน โซโลมอน (Dr.Sean olomon) ผู้ตรวจสอบหลักของโครงการ จากสถาบันคาร์เนกีวอชิงตัน (Carnegie Institution of Washington) คาดหวังว่า ในอีกหลายเดือนข้างหน้า จะเกิดการค้นพบที่สำคัญๆ โดยทีมของเขา เริ่มเสนอโครงการปฏิบัติการยานเมสเซนเจอร์แก่นาซาเมื่อ 15 ปีก่อน จนกระทั่งได้สร้างยานและส่งยานเข้าสู่วงโคจรได้ในครั้งนี้

นักวิทยาศาสตร์และวิศวกร จะควบคุมให้ยานเมสเซนเจอร์เก็บข้อมูลดาวพุธโดยอาศัย 7 เครื่องมือหลักของยาน ระหว่างที่เข้าใกล้ดาวเคราะห์ที่ระดับความสูง 200 กิโลเมตรจากพื้นผิวดาว จากนั้นจะส่งข้อมูลกลับมายังโลก เมื่อยานเย็นตัวลงจากการแยกตัวห่างจากดาวเคราะห์สูงสุดที่ 15,000 กิโลเมตรจากพื้นผิวดาว

อย่างไรก็ดี ดาวพุธมักถูกมองว่าเป็นดาวเคราะห์ที่น่าเบื่อ ไม่มีคุณสมบัติเด่น และสร้างความตื่นเต้นเพียงเล็กน้อยให้แก่ผู้ที่สำรวจดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์ที่รู้จักดาวเคราะห์ดวงนี้ดี กลับมองต่างออกไปว่า ดาวเคราะห์ดวงนี้มีความพิเศษเป็นและมีความน่าค้นหาเป็นอย่างมาก การอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ทำให้พื้นผิวของดาวพุธบริเวณเส้นศูนย์สูตรมีอุณหภูมิสูงถึง 600 องศาเซลเซียส และยังอาจมีน้ำแข็งที่ขั้วดาว ในหลุมที่มีเงาบดบังตลอดเวลา อีกทั้งดาวเคราะห์ดวงนี้ ยังมีความหนาแน่นมาก ซึ่ง 2 ใน 3 จะต้องเป็นองค์ประกอบของโลหะเหล็กที่สำคัญดาวพุธยังคงมีสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พบในดาวศุกร์และดาวอังคาร และนอกจากนี้ ดาวพุธยังมีหลุมลึก ที่ไม่ได้เกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาต หรือกิจกรรมของภูเขาไฟ แต่เกิดจากการหดตัว ซึ่งดาวเคราะห์ทั้งดวงได้ลดขนาดลง ตั้งแต่ยุคอดีตของระบบสุริยะ

ทว่า ในขณะนี้ ดาวพุธจะมีเสน่ห์ดึงดูด เพราะอาจจะเป็นคู่มือที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา ในการอธิบายถึงบางสิ่งบางอย่างที่เราอาจจะค้นพบต่อไป โดยเฉพาะในดาวเคราะห์ดวงใหม่ ที่โคจรอยู่รอบๆ ดาวฤกษ์อันแสนไกล ซึ่งโลกใหม่ที่เราค้นพบส่วนใหญ่ ต่างโคจรอยู่ใกล้ดาวฤกษ์ของตัวเองมาก

“เราจะได้ตรวจสอบองค์ประกอบของดาวเคราะห์ และพิจารณาว่าสุดท้ายแล้ว ดาวเคราะห์มีความหนาแน่นอย่างสูงได้อย่างไร แล้วมีอะไรที่ทำให้กระบวนการก่อตัวของดาวเคราะห์มีสัดส่วนของใจกลาง ที่สูงมาก” ดร.โซโลมอนได้ตั้งข้อสงสัย

อย่างไรก็ดี กุญแจสู่ความสำเร็จของความพยายามทั้งหมดนี้ จะขึ้นอยู่กับการซ่อมบำรุงยานแมสเซนเจอร์ในสิ่งแวดล้อมที่โหดร้ายรุนแรง ซึ่งทีมพัฒนาได้ใช้วัสดุเซรามิกส์ ผลิตเป็นฉนวนกันความร้อนให้แก่ยานและยังได้พัฒนาระบบป้องกันความร้อน ให้แก่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ อีกทั้งส่วนที่เป็นเซลล์อาทิตย์จริงๆ มีเพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยส่วนที่เหลือเป็นกระจก สะท้อนแสงอาทิตย์ออกจากแผง ทั้งนี้ ยานเมสเซนเจอร์ถูกกำหนดให้อยู่ในวงโคจรรอบดาวพุธเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งจะโคจรรอบดาวพุธได้ 730 รอบ หากยานยังคงอยู่ในสภาพดีและมีทุนต่อเนื่อง อาจเป็นไปได้ว่าจะขยายเวลาปฏิบัติการออกไปอีก 1 ปี

นอกจากนี้ ทางองค์การอวกาศของยุโรปและญี่ปุ่น ยังได้วางแผนส่งยานไปสำรวจดาวพุธด้วยเช่นกันในช่วงทศวรรษนี้ ในชื่อโครงการ “บีไพโคลอมโบ” (BepiColombo) จะมียานอวกาศ 2 ลำ โดยลำหนึ่งเป็นยานสำรวจขององค์การอวกาศยุโรป (อีซา) ที่จะโคจรรอบดาวพุธ และอีกลำเป็นยานสำรวจขององค์การบริหารการบินอวกาศญี่ปุ่น (แจกซา) ซึ่งจะสำรวจสนามแม่เหล็กบริเวณดาวพุธ เป็นยังไงกันบ้างละคะเพื่อนๆ ดาวพุธจะไม่ใช่ดาวที่น่าเบื่ออีกต่อไป ดาวอะไรจะมีอุณหภูมิที่ต่างกันสุดขั้วขนาดนี้ไม่มีอีกแล้ว เพื่อนๆมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้างคะ ถ้ามีก็สามารถเข้ามาคอมเม้นพุดคุยกับพวกเราได้เลยนะคะ สุดท้ายนี้ หากถูกใจคลิปของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ