พายุสุริยะส่งแสงสว่างวาบถึงดาวอังคาร

หลายครั้งที่ดวงอาทิตย์เกิดปรากฎการณ์พายุสุริยะที่ทำให้เกิดอนุภาคไฟฟ้ามหาศาลออกมา และบางครั้งก็อาจส่งผลกระทบมายังระบบสื่อสารต่างๆ
.

ซึ่งล่าสุดนี้ ผลกระทบนี้มาถึงดาวอังคารแล้ว เพราะจู่ๆ ดาวอังคารก็เกิดสว่างวาบขึ้นมาแปลกๆ ทำเอายานอวกาศที่สำรวจอยู่โดยรอบดาวอังคารถึงกับต้องบันทึกข้อมูลส่งกลับมายังโลกเพื่อให้ทำการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ประหลาดนี้ขึ้น และวันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปหาคำตอบว่า ทำไมดาวอังคารถึงเกิดแสงสว่างวาบทั่วทั้งดาวแบบนั้น แต่ก่อนจะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.

ความจริงแล้วการเกิดพายุสุริยะมันคือธรรมชาติที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดอยู่แล้ว เพราะมันก็คือปรากฎการณ์ที่ดวงอาทิตย์เกิดการระเบิด ซึ่งผลของการระเบิดนั้นทำให้เกิดอนุภาคประจุไฟฟ้าออกมายังอวกาศ ซึ่งแน่นอนว่าประจุเหล่านั้นย่อมส่งผลให้การสื่อสาร หรือคลื่นวิทยุ และสัญญาณต่างๆของโลกย่อมถูกรบกวน บางครั้งถึงกับส่งผลให้เครื่องบินไม่สามารถขึ้นบินได้ และสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ขาดหายไปในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
.

ดังนั้นการเกิดพายุสุริยะจึงมักส่งผลกระทบต่อโลกของเรา นักวิทยาศาสตร์จึงต้องมีการพยากรณ์โดยการสังเกตจุดมืดบนดวงอาทิตย์ เพราะว่าจุดมืดบนดวงอาทิตย์นั้นเกิดจากการแปรปรวนของสนามแม่เหล็ก ดังนั้น เมื่อพบจุดมืด หรือจุดมืดมีจำนวนมากก็ย่อมทำให้เกิดอนุภาคไฟฟ้ามากขึ้นซึ่งก็จะทำให้สามารถเกิดลมสุริยะ และพายุสุริยะขึ้นได้
.

ซึ่งนี่ก็เป็นเพียงแค่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโลกของเราเท่านั้น แต่อย่าลืมว่า ระบบสุริยะไม่ได้แค่โลกของเราเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ดาวดวงอื่นๆจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน
.

จนเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมานั้นยานสำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่บินสำรวจดาวอังคารอยู่นั้นได้พบกับเหตุการณ์ประหลาด เพราะจู่ๆยานสำรวจต่างๆก็พบกับแสงประหลาดที่เกิดขึ้นบนดาวอังคาร โดยเป็นแสงที่สว่างวาบ เกิดขึ้นมาเพียงระยะเวลาเพียงไม่นาน จนหนึ่งในคณะทำงานของยานมาเวนให้คำเปรียบเปรยว่า มันสว่างขึ้นมาเหมือนเราเปิดหลอดไฟ
.

นอกจากนี้ยานมาเวน ของนาซา ได้สามารถวัดความเข้มของรังสีอัลตราไวโอเลตที่มาพร้อมแสงวาบนั้นได้ ซึ่งบันทึกความเข้มของรังสีอัลตราไวโอเลตในชั้นบรรยากาศมากกว่าเดิมถึง 25 เท่า และถือว่าเป็นความเข้มข้นของรังสีที่มากที่สุดเท่าที่ยานอวกาศทุกดวงจะเคยวัดมาได้
.

พายุสุริยะที่พัดมาและทำให้ดาวอังคารสว่างวาบขึ้นมาในครั้งนี้ คล้ายๆกับการเกิดแสงเหนือใต้ ที่เกิดขึ้นบนโลกของเรา แต่บนโลกของเรานั้นมีชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นกว่าดาวอังคารอยู่มาก ดังนั้นเมื่อพายุสุริยะพัดเข้ามาถึงโลกของเรา พายุสุริยะจะทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ และจะกระตุ้นให้เกิดแสงเหนือ และแสงใต้ ในขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ของเรา
.

บางคนอาจจะเคยได้เห็นด้วยตาตัวเองมาบ้างแล้วหรือบางคนอาจจะเคยเห็นจากรูปถ่าย เพราะมันจะเป็นแสงสีเขียวๆพาดผ่านบนท้องฟ้า ซึ่งดูแล้วสวยงามมากๆ แต่นั่นก็เป็นเพราะโลกเรายังมีชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มอยู่ เลยทำให้ความรุนแรงของเเสงที่เกิดขึ้นไม่ได้เข้ามาส่งสว่างในพื้นโลกมากเท่าดาวอังคาร
.

ดาวอังคารมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางกว่าโลกจึงไม่มีอะไรที่จะสามารถมาป้องกันแสงหรือความรุนแรงจากพายุสุริยะได้ ดังนั้นเมื่อเกิดพายุสุริยะเข้ามา แสงที่ส่องมายังดาวอังคารจึงสว่างกว่าโลกและมีความเข้มข้นของรังสีอัลตราไวโอเลตมากกว่าปกติ  รังสีอัลตราไวโอเลตที่เกิดขึ้นบนดาวอังคารนี้
.

เดิมทีก็มากพอที่จะส่งผลอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์แล้ว แต่เมื่อเกิดพายุสุริยะ มันมีความเข้มถึง 25 เท่า ซึ่งรังสีที่เกิดขึ้นนี้นอกจากจะมีอยู่ในชั้นบรรยากาศแล้ว มันยังสามารถเกิดรังสีคอสมิกทุติยภูมิที่ตกลงมาสู่พื้นผิวของดาวอังคารได้ ดังนั้นจึงถือได้ว่ามันค่อนข้างที่จะมีอันตรายต่อมนุษย์
.

ดังนั้นแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องหันกลับมาทบทวนแผนการที่จะส่งมนุษย์ไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร เพราะว่านี่ก็คือหนึ่งเหตุการณ์ที่ต้องตั้งรับและหาวิธีป้องกัน เพราะว่าเรานั้นไม่สามารถควบคุมการเกิดพายุสุริยะได้
.

และอีกอย่างดาวอังคารเองนั้นก็ไม่มีชั้นบรรยากาศที่จะปกป้องพวกเราเหมือนโลก การไปใช้ชีวิตอยู่บนดาวอังคารจึงเป็นเรื่องที่มนุษย์อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้หากว่าจะเจอพายุสุริยะ และเกิดแสงสว่างวาบที่มีความเข้มของรังสีอัลตราไวโอเลตออกมาเหมือนกับวันที่ 11 กันยายน ปี 2560 ที่ผ่านมา 
.

และนี่ก็คือเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ทำเอามนุษย์อย่างพวกเราตื่นตระหนก และตกใจเป็นอย่างมาก แต่แท้จริงแล้วมันก็แค่ผล
กระทบจากการเกิดพายุสุริยะ ซึ่งเราที่อาศัยอยู่บนโลกก็ไม่ต้องหนักอกหนักใจกับการเกิดพายุสุริยะหรอกนะคะเพราะมันก็แค่ส่งผลกระทบต่อสัญญาณ คลื่นวิทยุ หรือดาวเทียม ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเช่นรังสีอัลตราไวโอเลตเข้ามาในโลกของเราเหมือนกับดาวอังคาร เอาเป็นว่าใครที่คิดจะไปอยู่บนดาวอังคารคงต้องระวังเรื่องรังสีต่างๆกันด้วย แต่เชื่อว่า นักวิทยาศาสตร์คงจะมีแนวทางในการป้องกันในอนาคตไว้อยู่แล้วละค่ะ 
.

สำหรับเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะไป ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป