หุ่นยนต์ฝูงผึ้งจากนาซ่า จะไปสำรวจดาวอังคาร

การสำรวจดวงอังคารนับว่าเป็นวิวัฒนาการที่ควบคู่กันมากับเทคโนโลยีอวกาศของโลก เพราะดูเหมือนว่าในปัจจุบันนี้มนุษย์หลายคนจะหันไปสนใจดาวอังคารมากยิ่งขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าเรารู้มาว่าดาวอังคารนั้นมีสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศที่มนุษยนั้นน่าจะอาศัยอยู่ได้ แต่ในทุกวันนี้การสำรวจดาวอังคารนั้นยังมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะมั่นใจว่าหากนำมนุษย์ขึ้นไปอาศัยอยู่บนนั้นเเล้วเราจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนาซ่าที่จะต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆให้สามารถไปสำรวจดาวอังคาร ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น รวดเร็วมากขึ้น และเก็บข้อมูลมาให้โลกเรานั้นมากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของโครงการการผลิตหุ่นยนต์ผึ้งที่จะนำมาใช้สำรวจดาวอังคารแทนรถโรเวอร์
.

หากนับดวงดาวในอวกาศที่อยู่ใกล้กับโลกมากที่สุดคงไม่พ้นดวงจันทร์และถัดไปคือดาวอังคาร จึงไม่แปลกที่มนุษย์นั้นจะมีโครงการอะไรมาใหม่ๆเพื่อที่จะขึ้นไปสำรวจดาวทั้งสองดวงนี้ แต่ด้วยลักษณะและคุณสมบัติมากมายทำให้ตอนนี้ดาวอังคารยืนหนึ่งในดาวทั้งหมด เพราะมันคือดาวที่มนุษย์ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอาจจะได้ย้ายอาณานิคมไปอยู่บนนั้น จากประวัติศาสตร์การกำเนิดโลกและการเปลี่ยนแปลงของโลกเราจะพบว่าโลกของเรานั้นมักจะเกิดการเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่และรุนแรงมาเป็นรอบๆ ซึ่งการเกิดเหตุการณ์เหล่านั้นมักจะทำให้สิ่งมีชีวิตในยุคนั้นได้สูญสลายและสูญพันธุ์ไปในที่สุด
.

แน่นอนว่า มนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรืองอำนาจที่สุด และในปัจจุบันก็คงไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก แต่การเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นยากเกินจะควบคุมได้ ดังนั้นเขาจึงควานหาดาวดวงใหม่ที่จะสามารถให้มนุษย์ไปอาศัยและดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งดาวที่ทุกคนต่างหมายปองและคิดว่าน่าจะเป็นไปได้มากที่สุดนั่นก็คือดาวอังคาร ตั้งแต่ที่มีการตั้งเป้าหมายว่าดาวอังคารอาจเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้นั้น หลากหลายองค์การการบินในแต่ละประเทศต่างเริ่มคิดค้นเทคโนโลยีที่จะขึ้นไปสำรวจเเละเก็บข้อมูลถึงความเป็นไปได้ และปัจจัยที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์บนดาวอังคาร
.

อย่างเช่นนาซ่า นาซ่าได้ส่งยานสำรวจไปในลักษณะของรถโรเวอร์ ซึ่งเป็นลักษณะของรถสี่ล้อที่บรรจุอุปกรณ์การสำรวจและเครื่องส่งสัญญาณในตัวเดียวกัน เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็น น้ำ ดิน หรือสิ่งต่างๆ มาทำการวิเคราะห์และค้นหาความน่าจะเป็นที่จะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร รถโรเวอร์นับว่าเป็นรถสำรวจเอนกประสงค์ที่มีข้อเสียไม่น้อย เพราะเนื่องจากมันมีน้ำหนักที่หนักมากและยังเคลื่อนที่ได้อย่างช้าๆ ทำให้มันนั้นไม่สามารถสำรวจดาวอังคารได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว ทำให้เปลืองพลังงานเชื้อเพลิงที่บรรจุไป และหลายครั้งที่รถโรเวอร์ได้หมดพลังงานเชื้อเพลงลง จนทำให้ไม่สามารถสำรวจต่อได้ ซึ่งทำให้ภารกิจนั้นยังค้างคาและไม่สำเร็จ
.

รวมถึงบางพื้นที่ของดาวอังคารนั้นมีพื้นผิวที่เป็นเนินภูเขาหรือเป็นร่องซึ่งรถโรเวอร์นั้นไม่สามารถลงไปสำรวจได้เนื่องจากมันมีขนาดที่ใหญ่ และขับเคลื่อนด้วยล้อ ทำให้เกิดอุปสรรคในการสำรวจดาวอังคารขึ้นมา นาซ่าจึงเริ่มคิดค้นและปรับปรุงเทคโนโลยีการสำรวจขึ้นใหม่ โดยใช้จากหลักการที่ว่า ดาวอังคารนั้นมีบรรยากาศ และมีอากาศ นั่นหมายความว่าเครื่องบินก็สามารถบินได้ แต่อากาศของมันนั้นเบาบางกว่าโลกมากๆ หากจะใช้เครื่องบินที่มีน้ำหนักหลายตันคงจะไม่สามารถรับได้ไหว แต่หากเปลี่ยนจากเครื่องบินเป็นเครื่องมือที่เล็กลงอย่างเช่น โดรน ขนาดเล็กที่เหมือนแมลง ก็น่าจะเป็นไปได้และโดรนตัวเล็กลำนี้น่าจะเข้าถึงทุกพื้นที่ของดาวอังคารได้มากกว่ารถโรเวอร์
.

นาซ่าจึงได้นำความคิดที่จะใช้โดรนในการสำรวจดาวอังคารนี้มาสร้างเป็นโครงการเพื่อพัฒนาหุ่นยนต์ผึ้ง หรือเรียกว่า “Marsbee” ซึ่งตั้งเป้าว่าจะให้บินสำรวจดาวอังคารแทนการใช้รถโรเวอร์ในอนาคต โดยโครงการผลิตหุ่นยนต์ผึ้งขนาดจิ๋วนี้ได้รับความร่วมมือจากทีมวิศวกร มหาวิทยาลัยอลาบามา ของสหรัฐอเมริกา ในด้านการดูแลควบคุมโปรแกรม และยังได้รับความร่วมมือจากทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นในการออกแบบโครงสร้างของหุ่นยนต์รวมไปถึงการทดสอบด้วย นาซ่าคาดหวังว่าฝูงหุ่นยนต์ผึ้งนี้จะบินเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีเซนเซอร์เพื่อใช้ในการสำรวจพื้นผิวและสิ่งต่างๆบนดาวอังคาร
.

ซึ่งเป้าหมายในครั้งนี้ที่นาซ่าต้องการคือให้หุ่นยนต์ตัวจิ๋วตัวนี้สามารถเก็บข้อมูลมาทำแผนที่ภูมิศาสตร์ของดาวอังคารมาให้ได้ หุ่นยนต์ผึ้งตัวนี้จะมีขนาดเล็กมากๆ โดยจะเล็กเท่ากับขนาดของผึ้งจริง ซึ่งจะมีความยาวแค่ประมาณ 1-4 เซนติเมตรเพียงเท่านั้น และจะสร้างปีกยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร ที่ต้องทำให้มันเล็กของขนาดนี้ก็เพราะด้วยสาเหตุจากความเบาบางของอากาศ ส่วนความว่องไวในการเคลื่อนที่ รวมถึงการลดใช้พลังงานเชื้อเพลิงลงไป และขนาดตัวที่เล็ก รวมถึงโปรแกรมที่จะสามารถสำรวจดาวอังคารได้นั้นทำให้มันสามารถย่นระยะเวลาการสำรวจให้เร็วขึ้นและจะทำให้นาซ่าได้ปิดงานภารกิจนี้ได้อย่างโดยเร็ว
.

นอกจากเป้าหมายการสร้างแผนที่ภูมิศาสตร์ของดาวอังคารแล้ว นาซ่ายังคาดหวังอีกว่าพวกเขาจะพบร่องรอยของก๊าซมีเทนในบรรยากาศของดาวอังคาร ซึ่งมันจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวอังคาร เพราะว่าก๊าซมีเทนนั้นเกิดจากการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิต
.

อย่างไรก็ตามโครงการมาร์สบีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไอเดียของนาซ่าที่คิดออกมาได้ดีและตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในภารกิจต่างๆที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่าเรามาร่วมให้กำลังใจนาซ่าและทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ให้สามารถผลิตหุ่นยนต์ผึ้งจิ๋วตัวนี้ออกมาสำรวจดาวอังคารได้ไวๆ เพื่อที่เราจะได้เข้าใกล้คำตอบที่ที่ มนุษย์สามารถอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดไลก์และติดตามเฟซบุ๊กแฟนเพจ eduHUB ไว้ เพื่อจะได้ไม่พลาดบทความและคลิปใหม่ๆ ของพวกเราด้วยนะคะ