Kepler-1649c ดาวเคราะห์คล้ายโลก

บนโลกสีฟ้าของเรามีประชากรมนุษย์มากถึง 7,300 ล้านคน ว่ากันว่าเราอาจบังเอิญมีฝาแฝดหรือบุคคลที่หน้าตาเหมือนเราเป๊ะ ทั้งที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดและอาจอยู่กันคนละมุมโลกได้ถึง 7 คน เรื่องนี้อาจจะฟังดูน่าตกใจ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งหมดบนโลก มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกนักถ้าหากเราจะบังเอิญหน้าเหมือนใครอีกสัก 6-7 คน

ถ้าหากในจำนวนที่มากมายมหาศาลอาจมีสิ่งที่คล้ายกันโดยบังเอิญอยู่ เช่นนั้นแล้วคุณเคยคิดหรือไม่ว่า ในเอกภพที่กว้างใหญ่ มีดาราจักรถึงราว 1 แสนล้านดาราจักร และในแต่ละดาราจักรก็มีดวงดาวตั้งแต่หลายหมื่นล้านดวงจนถึงหลายแสนล้านดวง เมื่อนำมาคูณกันแล้วจะพบว่าเอพภพเรามีดวงดาวที่มากมายเกินจะนับ และในหมู่ดวงดาวจำนวนมากนี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่มีดวงดาวที่คล้ายกับโลกเราอยู่? 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ twinstrangers.com

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2020 องค์การนาซาได้ประกาศการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่ ซึ่งนักดาราศาสตร์ก็ได้บรรยายถึงดวงดาวนี้ว่า มันเป็นดาวที่มีความคล้ายคลึงกับโลกที่สุดเท่าที่เคยพบมา จนจะเรียกว่าเป็นฝาแฝดของโลกเลยก็ว่าได้! 

นักดาราศาสตร์ตั้งชื่อให้ดาวดวงนี้ว่า “เคปเลอร์-1649ซี” (Kepler-1649c) เนื่องจากดาวดวงนี้ถูกค้นพบระหว่างที่นักวิทยาศาสตร์กำลังสังเกตการณ์ท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศแคปเลอร์ (Kepler) เราจึงได้ตั้งชื่อตามกล้องที่ค้นพบมันนั่นเอง

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ nationalgeographic

เจ้าดาวเคปเลอร์นี้มีขนาดและอุณหภูมิใกล้เคียงกับโลกเรามาก นั่นคือมีขนาดใหญ่กว่าโลกเราแค่ 1.06 เท่า ซึ่งถือว่าใกล้เคียงมากเมื่อเปรียบเทียบกับดาวดวงอื่นๆ และถึงแม้มันจะอยู่ห่างจากโลกของเราไปถึง 300 ปีแสง แต่มันก็ได้รับพลังงานความร้อนจากดาวฤกษ์ในระบบสุริยะของมันเอง อีกทั้งระยะห่างของมันกับดาวฤกษ์ก็ยังเหมาะสม ทำให้ดาวดวงนี้มีบรรยากาศอบอุ่น ไม่หนาวถึงขั้นติดลบหลายพันองศาเหมือนเช่นดาวดวงอื่น และไม่ร้อนจัดจนน้ำระเหิดไปหมด โดยดาวดวงนี้ได้รับพลังงานความร้อนอยู่ที่ 75 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับโลก 

ด้วยอุณหภูมิที่อบอุ่นทำให้น้ำบนดาวดวงนี้จึงยังสามารถคงสภาพเป็นของเหลวได้ และเมื่อมีน้ำก็หมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งมีชีวิต แต่ถึงกระนั้นดาวคู่แฝดก็มีคุณสมบัติหนึ่งที่แตกต่างจากโลกของเราอยู่ นั่นคือวงโคจรรอบดาวฤกษ์ของมันใช้เวลาเพียงแค่ 19.5 วันเท่านั้น ในขณะที่โลกเราต้องใช้เวลามากถึง 356 วันกว่าจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ ด้วยระยะเวลาที่สั้นขนาดนี้ทำให้ด้านหนึ่งของดาวแคปเลอร์หันหน้าเข้าหาดาวฤกษ์เสมอ เหมือนกับโลกที่เห็นดวงจันทร์เพียงแค่ด้านเดียว

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ seti.org

หลังจากการค้นพบในครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์คงต้องศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับดาวเคปเลอร์ต่อไป แต่รู้หรือไม่ว่า อันที่จริงเราเกือบจะไม่ได้ค้นพบดาวเคราะห์ Kepler-1649c แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมากล้องเคปเลอร์เคยบันทึกข้อมูลดวงดาวไว้มากกว่า 200,000 ดวง ซึ่งมากเกินกว่าที่มนุษย์เราจะไล่เช็คทั้งหมดไหว นักวิทยาศาสตร์จึงได้สร้างอัลกอริทึมชื่อ “โรโบเวตเตอร์” (Robovetter) ขึ้นมาเพื่อช่วยคัดกรองข้อมูล 

อัลกอริทึมที่ว่านี้จะค้นหาดาวเคราะห์ดวงใหม่จากระดับแสงของดาวฤกษ์ที่ลดลง เพราะนั่นหมายความว่าอาจมีดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์เหล่านั้น ส่งผลให้แสงสว่างของมันลดลง ทั้งนี้สาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อแสงสว่างของดาวฤกษ์ก็มีอยู่มากมาย ดังนั้นโรโบเวตเตอร์ต้องวิเคราะห์ให้ได้ด้วยว่าระดับแสงของดาวฤกษ์ลดลงเป็นเพราะดาวเคราะห์ลอยผ่านดาวฤกษ์หรือไม่ แล้วเลือกเก็บเฉพาะข้อมูลที่น่าจะนำไปสู่การค้นพบดาวเคราะห์ดวงใหม่ แต่ที่ผ่านมาก็พบเพียงแต่ 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ seti.org

ด้วยความซับซ้อนของข้อมูลนี้เอง บางทีโรโบเวตเตอร์ก็ทำงานผิดพลาด โยนข้อมูลที่สำคัญอย่างเรื่องของดาวเคปเลอร์ของเราลงถังขยะซะงั้น กว่าดาวดวงนี้จะถูกค้นพบได้ก็ตอนที่นักวิทยาศาสตร์รื้อข้อมูลเก่าๆ กลับขึ้นมาดูแล้วพบว่ามีดาวดวงนี้อยู่ นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายต้องกลับมาไล่ดูข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง และถึงแม้ว่าตอนนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์จะปลดประจำการไปแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่มันเก็บมาได้อยู่ ไม่แน่ว่าบางทีอาจจะมีดวงดาวใหม่ๆ ที่น่าสนใจเหมือนดาวเคปเลอร์กำลังรอการค้นพบอยู่ก็เป็นได้

ในที่สุดเราก็ได้เจอดวงเคราะห์ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับโลก จนอาจเรียกว่าเป็นดาวคู่แฝดของโลกเลยก็ว่าได้ แต่เนื่องจากมันอยู่ห่างออกไปถึง 300 ปีแสง การจะเดินทางไปสำรวจดาวดวงนี้โดยตรง เพื่อหาสิ่งมีชีวิตนอกโลกอย่างเอเลี่ยนในเร็ววันนี้ก็คงเป็นไปได้ยาก แต่ในอนาคต เมื่อเทคโนโลยีของเราพัฒนาขึ้น ไม่แน่ว่าเราอาจสามารถตรวจสอบดาวดวงนี้อย่างละเอียดและอาจค้นพบสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้ก็ได้ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ