ดาวเคราะห์นรก ฝนหิน ทะเลลาวา

 ในห้วงอวกาศ ในจักรวาลมีดาวเคราะห์น้อยใหญ่มากมาย ที่มนุษย์เรานั้นยังไม่สามารถศึกษาได้ ยิ่งเราได้เริ่มค้นหาดวงดาวต่างๆในจักรวาลมากเท่าไร เรายิ่งพบว่าในจักรวาลแห่งนี้มีอะไรที่น่าสนใจและไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอวัตถุต่างๆเหล่านี้ในจักรวาล เพราะว่าล่าสุดได้มีการค้นพบดวงดาวดวงหนึ่งที่มีแสงลุกโชน เสมือนว่ามีการเผาไหม้ และเมื่อเราได้ศึกษาแบบเจาะจง เราจึงรู้ว่าดาวดวงนี้เต็มไปด้วยลาวา และเต็มไปด้วยความร้อนที่สูงกว่า 3,000 องศาเซลเซียส ซึ่งเหล่านักดาราศาสตร์ให้ฉายาดาวดวงนี้ว่า “ดาวเคราะห์นรก”

ดาวเคราะห์นรกนี้จะเป็นอย่างไรวันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปรู้จักดาวดวงนี้กัน แต่ก่อนที่จะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอพเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ
.

 โดยปกติแล้วนักดาราศาสตร์ของโลกเราจะศึกษาและเฟ้นหาดวงดาวในจักรวาลโดยมีเป้าหมายในการค้นหาดาวที่คล้ายโลก และค้นหาดาวที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตเพื่อหาดินแดนสำรองในอนาคตเพื่อที่มนุษย์จะไปสร้างอาณานิคม และค้นหาสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมเหมือนกับมนุษย์ เพื่อค้นหาคำตอบว่า “มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือไม่”
.

เหนือสิ่งอื่นใด ดวงดาวในจักรวาลมีมากมาย และมีความหลากหลายค่อนข้างสูงมาก แค่ในระบบสุริยะของเรา ก็มีดาวเคราะห์น้อยใหญ่มากมายที่เรานั้นยังไม่รู้จัก และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการสำรวจพบดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่มีลักษณะสภาพอากาศที่เหมือนนรก จนนักดาราศาสตร์ต้องตั้งชื่อว่า ดาวเคราะห์นรก
.

ดาวเคราะห์นรกนี้เองถูกค้นพบผ่านกล้องดูดาวและถูกตีพิมพ์ผ่านวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา สาเหตุที่ตั้งชื่อมันว่าดาวเคราะห์นรก ก็เพราะว่า บริเวณพื้นผิวของดวงดาวเต็มไปด้วยลาวา หากเปรียบกับโลกที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบที่มากที่สุด บนดาวเคราะห์นรก ก็จะมีแต่ลาวานี่แหละ
.

ดาวเคราะห์นรกนี้แท้จริงมีชื่อว่า ดาวเคราะห์ K2-141b ดาวเคราะห์ดวงนี้โคจรอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากๆ ใกล้จนพลังงานของดวงอาทิตย์สามารถควบคุมการหมุนรอบตัวเองของมันเกือบทั้งหมด ด้วยแรงดึงดูดจากดวงอาทิตย์จึงทำให้ ดาวเคราะห์ K2-141b หรือดาวเคราะห์นรกนี้แทบจะไม่หมุนรอบตัวเอง
.

ผลจากการที่มันไม่หมุนรอบตัวเองทำให้ด้านที่โดนแสงอาทิตย์นั้น โดยเผาไหม้จากดวงอาทิตย์ และเกิดความร้อนที่สูงมากๆ โดยมีความร้อนถึง 3,000 องศาเซลเซียส ส่วนอีกฝั่งที่ไม่โดนดวงอาทิตย์ก็เป็นเงามืดสีดำ มีอุณหภูมิต่ำถึง -200 องศาเซลเซียส ซึ่งทางกล้องโทรทรรศน์จากโลกของเราไม่สามารถมองเห็นได้ว่ามันมีลักษณะของพื้นผิวในฝั่งนั้นเป็นอย่างไร
.

สำหรับด้านที่โดนแสงอาทิตย์จังๆนั้น เกิดการลุกไหม้ มีการปะทุและเกิดลาวาอยู่ตลอดเวลา ด้วยความร้อนที่เกิดจากพื้นผิวมันจึงหลอมละลายทุกอย่าง และยังระเหยออกมาเป็นไอหิน ที่เมื่อมันลอยไปสู่ชั้นบรรยากาศมันเกิดการควบแน่นและตกลงมาเป็นเม็ดหิน ปรากฎการณ์นี้คล้ายๆการเกิดฝนบนโลกนั่นแหละ แต่เปลี่ยนจากน้ำบนพื้นโลกเป็นลาวา ไอน้ำเป็นไอหิน และน้ำฝน เป็นฝนหินที่ตกลงสู่พื้นผิว
.

แน่นอนว่าสภาวะที่สุดโต่งขนาดนี้ไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดที่อาศัยได้อย่างแน่นอน นอกจากความร้อนที่เกิดขึ้นและทะเลลาวาที่ปกคลุมเกือบทุกพื้นที่ ในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์นรกนี้ยังมีลมที่แรงมากๆ มีความเร็วลมถึง 5,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงเสียอีก
.

ดังนั้นฝนหินที่เกิดขึ้นจะถูกพัดพาให้เคลื่อนที่ไปรอบๆดวงดาว ซึ่งพายุฝนหินนี่จะพัดพาหินไปยังด้านมืดของดวงดาวด้วย ฝนหินบางส่วนจะตกลงสู่ทะเลลาวาและละลายกลายเป็นลาวาก่อนที่จะระเหยขึ้นมาเป็นฝนหินอีกครั้ง เป็นวัฏจักร ดังนั้นในชั้นดิน ชั้นหินและแร่ธาตุต่างๆที่อยู่บนดาวดวงนี้จึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
.

ด้วยพลังงานมหาศาลที่ได้รับจากดวงอาทิตย์รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นบนดาวดวงนี้ ส่งผลให้เห็นว่าดวงอาทิตย์มีอิทธิพลต่อดวงดาวขนาดไหน และหากวันใดวันหนึ่งที่วงโคจรของโลกเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม โลกของเราก็มีสิทธิ์ที่จะเกิดความร้อนและเกิดปรากฎการณ์เหมือนกับดาวเคราะห์นรกดวงนี้ได้เช่นเดียวกัน
.

ดังนั้นตอนนี้มนุษย์ทุกคนบนโลกควรที่จะรักษาสมดุลของโลก ให้โลกเรานั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงให้น้อยที่สุด เพื่อที่ในอนาคต โลกจะยังคงน่าอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้  เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับดาวเคราะห์นรกในวันนี้ เป็นดาวดวงหนึ่งที่ไม่มีใครอยากจะเข้าไปสำรวจหรืออยากจะเข้าใกล้เลย ทั้งทะเลลาวา ฝนหิน และพายุที่มีความเร็วลมมากกว่าความเร็วเสียง
.

ถือว่าโชคดีมากๆแล้วที่โลกของเรายังไม่ได้เกิดขึ้นแบบนั้น แต่ก่อนจะจากกันไปในวันนี้หากคุณกำลังมองหาแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ ต้องนี่เลย BEEclean แอปเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ