นาซาเตรียมสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ “ยูโรปา”

เมื่อพูดถึง “ดวงจันทร์” แล้วเพื่อนๆ อาจจะนึกถึงดวงจันทร์ที่เป็นบริวารของโลกเป็นอันดับแรก แต่นอกจากดวงจันทร์ดวงนั้นแล้ว ในระบบสุริยะของเรายังมีดวงจันทร์ที่น่าสนใจอีกดวงหนึ่ง นั่นก็คือดวงจันทร์ยูโรปา ซึ่งดวงจันทร์ยูโรปานี้เป็นดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดี 

ซึ่งดวงจันทร์ยูโรปนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งมหาสมุทรน้ำแข็ง” เนื่องจากมันน่าจะมีมหาสมุทรน้ำแข็งทั้งด้านบนและข้างใต้ผิวดวงดาว อย่างที่เราเห็นได้จากในภาพถ่าย เราจะเห็นว่ามีชั้นขาวๆ ส่งแสงเป็นประกายอยู่บนดวงจันทร์ดวงนี้ นั่นแหละค่ะ นักวิทยาศาสตร์ก็คาดว่าไอ้สิ่งขาวๆ นั่นแหละที่น่าจะเป็นชั้นน้ำแข็งที่สะท้อนกับแสงอาทิตย์

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dailymotion.com

ส่วนรอยแตกระแหงสีน้ำตาลที่เราเห็นก็น่าจะเป็นการแตกของแผ่นน้ำแข็งเองเช่นกัน โดยคาดว่าเส้นรอยแตกนี้น่าจะกินพื้นที่ลึกลงไปหลายกิโลเมตร และทอดยาวออกไปเกือบร้อยกิโลเมตร อนุภาคสนามแม่เหล็กและฝุ่นจากดวงดาวจึงสามารถผุดขึ้นมาได้ ทำให้รอยแตกนี้กลายเป็นสีน้ำตาล

อีกทั้งยังน่าจะมีออกซิเจนและของเหลวอยู่ใต้พื้นผิวดวงจันทร์ยูโรปาด้วย เพราะภายในดาวเองก็น่าจะมีความร้อนสะสมอยู่ทำให้น้ำแข็งข้างใต้สามารถอยู่ในรูปของของเหลวได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นดวงจันทร์เพียงดวงเดียวที่นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะสามารถมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ นาซาจึงได้วางแผนจะไปสำรวจดวงจันทร์ดวงดังกล่าวดู

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ olynnews.com

แต่การส่งยานไปสำรวจดาวดวงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดนะคะ เพราะถึงแม้ว่าบนพื้นผิวดาวจะเต็มไปด้วนน้ำแข็ง ดังนั้นจึงน่าจะสามารถเอายานลงจอดได้ แต่เพื่อนๆ ต้องอย่าลืมว่าสภาพอากาศบนดาวดวงนี้หนาวเย็นอย่างมาก ดังนั้นแผ่นน้ำแข็งที่อยู่บนดาวก็อาจจะไม่เรียบเนียนนัก แต่อาจเป็นแท่งหนามขนาดใหญ่สูง 15 เมตร เหมือนหลุมกับดักสัตว์ ทำให้ยานอาจโดนเสียบจนพังก่อนมีโอกาสได้ออกสำรวจก็ได้

งานวิจัยนี้ถูกจัดทำโดยศาสตราจารย์ แดเนียล ฮอบลีย์ จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff University) สหราชอาณาจักร และถูกตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ Nature Geoscience ด้วย ในงานวิจัยยังบอกอีกด้วยว่าลักษณะแท่งน้ำแข็งแบบนี้เกิดขึ้นได้ยากบนโลก จะพบเจอได้ก็แต่ที่เทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้เท่านั้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมของเทือกเขาดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับดวงจันทร์ยูโรปา

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก NASA

ด้วยอุณหภูมิที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงถึงขั้นติดลบมากถึง 184 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำแข็งที่อยู่บนดวงจันทร์ยูโรปาไม่มีวันละลาย ผิดกับน้ำแข็งบนโลก แล้วพอมันก่อตัวเป็นเสาแท่งน้ำแข็งแหลมคมตั้งขึ้นไปบนอากาศ แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาก็สามารถหักเหลงมาด้านล่างได้ คล้ายกับการเอาเลนส์ไปส่องกับแสงอาทิตย์ ทำให้น้ำแข็งที่อยู่ด้านล่างระเหยกลายเป็นก๊าซขึ้นมารวมตัวเป็นแท่งน้ำแข็งที่สูงขึ้นไปอีก

ถึงจะฟังดูน่ากลัว แต่การก่อตัวของน้ำแข็งในลักษณะนี้มันกินเวลานานมากๆ จากการคำนวนแล้วคาดว่าแท่งน้ำแข็งจะมีความสูงเพิ่มขึ้นใน 1 ล้านปีเพียงแค่ 1 ฟุตเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกลัวว่าแท่งน้ำแข็งจะงอกยาวออกมาจนดาวดวงนี้กลายเป็นเม่นนะคะ 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Paul Brady

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น แต่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็มองว่ามันก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีการตรวจสอบแล้วว่าดาวพลูโตหรือดวงจันทร์บริวารของดาวดวงอื่นก็มีทุ่งหนามน้ำแข็งแบบนี้เหมือนกัน แม้ว่าหนามเหล่านั้นจะเกิดจากคนละสาเหตุกับดวงจันทร์ยูโรปา เพราะมันไม่ใช่น้ำจริงๆ แต่เป็นมีเทนที่แข็งตัวขึ้นมาจนดูคล้ายกับเสาน้ำแข็ง ดังนั้นมันจึงมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำแข็งแห้งมากกว่า

เพื่อที่จะสำรวจและยืนยันทฤษฎีทั้งหลายเหล่านี้ นาซาจึงได้วางแผนจะเริ่มโครงการสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาในปี 2020 นี้ แต่เอาเข้าจริง จากการคาดการณ์คร่าวๆ คิดว่ายานน่าจะถูกส่งขึ้นอวกาศจริงๆ ปี 2024 มากกว่า และน่าจะลงจอดบนพื้นผิวของดวงจันทร์ในปี 2031 เพราะในปี 2020 นี้ นาซาก็กะจะว่าแค่ลองส่งยานขึ้นไปบินโฉบๆ ดูลานเลาเสียก่อน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Dmitry Bogolyubov

นาซาคาดว่าจะใช้ระบบจรวดขนส่งยานขนาดใหญ่เพื่อส่งยานขึ้นอวกาศ โดยนาซาได้ตั้งชื่อให้ระบบนี้แบบคร่าวๆ ว่า “สเปซ ลอนช์ซิสเต็ม” (Space Launch System) ส่วนวัตถุประสงค์ในการส่งยานไปสำรวจครั้งนี้ นาซาก็ได้วางเอาไว้ 3 อย่าง ได้แก่ 1.หาร่องรอยของสิ่งมีชีวิต 2.เช็คว่าสภาพแวดล้อมบนดาวดวงนี้สามารถอยู่อาศัยได้มั้ย และ 3.ดูว่าถ้าต้องมาสำรวจอีกรอบ จะต้องสำรวจในบริเวณไหนต่อ

พอยานเดินทางมาถึงดวงจันทร์ยูโรปาแล้ว ยานจะชะลอความเร็วเพื่อลงจอดโดยการยิงจรวดเรโทรร็อกเก็ตและใช้สกายเครน หลังจากนั้นยานจะทำการขุดเจาะลงไปใต้พื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปา ด้วยความลึกตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เป็นจำนวนทั้งหมดอย่างน้อย 5 แห่ง เพื่อเก็บตัวอย่างมาพิสูจน์ว่าในนั้นจะมีจุลชีพ หรือก็คือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าหรือไม่ 

แล้วถ้าหากเจอสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ยูโรปาจริง สิ่งที่ต้องตั้งคำถามและค้นหาตามมาก็คือ แล้วทำไมสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถึงไม่พัฒนากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนเหมือนสิ่งมีชีวิตบนโลก ซึ่งคำตอบเหล่านี้น่าจะช่วยให้เราเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนอกโลกมากยิ่งขึ้น หรือไม่ก็อาจจะนำไปประยุกต์ต่อยอดกับความรู้ด้านอื่นๆ ได้เช่นกัน สุดท้ายนี้หากถูกใจบทความของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ