ทากสังเคราะห์แสงได้ อยู่ได้โดยไม่ต้องกินอาหาร

เราอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่าต้นไม้ต่างๆบนโลกใบนี้ล้วนเจริญเติบโตได้จากการสร้างอาหารผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง แต่จะมีอีกสักกี่สิ่งมีชีวิตบนโลกที่สามารถสังเคราะห์แสงได้อย่างพืช แล้วไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ก็พบกับสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งสามารถสังเคราะห์แสงได้ และสร้างพลังงานได้ด้วยตนเอง แถมมันยังสามารถดำรงชีวิตได้โดยไม่กินอะไรได้นานเกือบปี
.

สัตว์ชนิดนี้จะคืออะไร และมันมีกลไกอะไรที่สามารถสังเคราะห์แสงได้แบบนี้ วันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกัน แต่ก่อนที่จะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอปเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ  
.

อย่างที่เราทราบกันดีว่าสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลมักจะมีอะไรที่ดูพิเศษและแปลกประหลาดกว่าสิ่งมีชีวิตบนบก อาจจะเนื่องด้วยสภาวะแวดล้อมที่มีอย่างหลากหลายและอยู่ห่างไกลจากการเข้าถึงของมนุษย์ ทำให้สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลล้วนเป็นที่น่าสนใจและน่าศึกษา
.

สิ่งมีชีวิตที่เราได้เกริ่นมาในตอนแรกนั้น ก็คือสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่มีชื่อเรียกว่าทากทะเลมรกต เนื่องจากมันเป็นทากทะเลที่มีสีเขียวมรกต สวยงามและดูสะท้อนแสงเมื่อมันเวียนว่ายอยู่ใต้ท้องทะเล
.

นักวิทยาศาสตร์บางท่านเรียกทากทะเลมรกตนี้ว่า ทากทะเลพลังงานแสงอาทิตย์ เพราะว่าทากชนิดนี้มันสามารถสังเคราะห์แสงได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมากเพราะการสังเคราะห์แสงนั้นมักจะเกิดขึ้นในกลไกการเจริญเติบโตของพืชเท่านั้น เราจะไม่พบกลไกนี้ในสัตว์
.

แต่สำหรับทากทะเลมรกตนี้มันสามารถสังเคราะห์แสงได้จริง แถมยังสามารถสะสมพลังงานจากการสังเคราะห์แสงมาใช้ในการดำรงชีวิต ทดแทนการกินอาหารได้อีก ทากทะเลมรกต มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Elysia chlorotica มันอาศัยอยู่ภายใต้ท้องทะเลในบริเวณประเทศอเมริกาและยังพบได้ที่ทะเลแถบแคนาดาเช่นกัน
.

มันเป็นสิ่งมีชีวิตจำพวกทาก ลำตัวยาวประมาณ 6 เซนติเมตร เป็นสัตว์ที่มี 2 เพศในตัวเดียวกัน ลำตัวมันนั้นมีลักษณะแบนๆ คล้ายๆกับใบไม้ โดยมีลำตัวสีเขียว ซึ่งเป็นสีเขียวมรกตที่สวยมากๆ ภายในลำตัวสีเขียวๆของมันนั้น เต็มไปด้วยคลอโรฟิลด์ที่สามารถสังเคราะห์แสงได้ คอยรับแสงจากดวงอาทิตย์มาสังเคราะห์แสงภายในลำตัว
.

ในกระบวนการสังเคราะห์แสงของมันนั้นคล้ายคลึงกับการสังเคราะห์ของพืช นั่นคือมันจะใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์มาเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์แสงออกมาเป็นแป้งและน้ำตาลที่สิ่งมีชีวิตจะนำมาใช้เป็นพลังงานในการดำรงชีวิต และสาเหตุที่ทากทะเลมรกตนี้สามารถสังเคราะห์แสงได้นั้นก็เพราะว่าอาหารของมันคือสาหร่าย
.

เมื่อทากชนิดนี้กินสาหร่ายเข้าไป เมื่อเข้าสู่กระบวนการย่อย สาหร่ายจะถูกย่อยจนเหลือเป็นคลอไรพลาสต์  ซึ่งคลอโรพลาสต์นี้เองนั้นเป็นเสมือนห้องครัวที่จะนำเอาพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์แสงและได้ออกมาเป็นคาร์โบไฮเดรต คลอโรพลาสต์ที่ทากได้มาจากการกินสาหร่ายนั้น
.

เมื่อย่อยแล้วก็จะถูกส่งไปยังส่วนต่างๆในร่างกายของทาก และเมื่อคลอโรพลาสต์กระจายอยู่ทั่วร่างกายของทาก ทำให้ทากมีลักษณะเป็นสีเขียว และที่สำคัญ เมื่อมันได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์คอลโรพลาสต์ที่อยู่ใต้ผิวหนังของทากก็จะทำการสังเคราะห์แสง เสมือนกับที่มันสังเคราะห์แสงให้กับสาหร่ายหรือพืชอื่นๆ
.

ในช่วงแรกของการดำรงชีวิตของทากนี้นั้น เมื่อมันกินสาหร่ายไปแล้วเกิดกระบวนการต่างๆดังที่เราได้กล่าวมา จะทำให้มันนั้น สามารถสะสมพลังงานและดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินอาหารได้เป็นระยะเวลาประมาณ 14 วัน แต่เมื่อมันกินสาหร่ายสะสมไปเรื่อยๆนั้น จะยิ่งทำให้มันสะสมคลอโรพลาสต์มากขึ้นและสังเคราะห์แสงเพื่อสะสมพลังงานได้มากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้มันสามารถดำรงชีวิตโดยไม่กินอาหารได้มากยิ่งขึ้น
.

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พบว่าทากทะเลมรกตที่สามารถดำรงชีวิตได้นานที่สุดคือมันสามารถอยู่ได้โดยไม่กินอาหารเป็นระยะเวลานานถึง 1 ปี อย่างไรก็ตาม ทากบางตัวไม่สามารถอดอาหารได้นานถึงขนาดนั้น ขึ้นอยู่กับขนาด อายุ และการสะสมอาหารของมัน
.

ซึ่งก็ถือได้ว่าความพิเศษของทากชนิดนี้ อาจเป็นแนวทางในการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตได้ เพราะหากต่อไปมนุษย์สามารถนำกระบวนการเหล่านี้มาใช้กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นได้ ก็จะทำให้โลกของเราประหยัดทรัพยากรได้มากยิ่งขึ้น และหากนำมาพัฒนาเพื่อใช้กับสัตว์ที่เราใช้ผลิตภัณฑ์จากมัน ก็จะทำให้เราประหยัดต้นทุนไปได้
.

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตที่ขึ้นอยู่กับว่านักวิทยาศาสตร์คนไหนจะเอากลไกการดำรงชีวิตของทากทะเลมรกตไปใช้ กระบวนการสังเคราะห์แสงในสัตว์นั้น ใช่ว่าจะพบกับทากทะเลมรกตเท่านั้น แต่ในแถบประเทศญี่ปุ่นยังพบทากอีกชนิดหนึ่งที่มีกลไกเช่นเดียวกัน
.

นั่นก็คือทากแกะใบไม้ หรือชื่อเป็นทางการเรียกว่า คอสตาเซลล่า คุโรชิเมะ ซึ่งมันมีรูปร่างเหมือนแกะ น่าตาน่ารักมาก บริเวณลำตัวมีหนามแหลมๆคล้ายเม่น ซึ่งบริเวณหนามที่เหมือนเม่นนั้นมีสีเขียว ซึ่งสีเขียวนั้นเกิดจากคลอโรฟิลด์ที่ทากตัวนี้กินสาหร่ายเข้าไปเช่นเดียวกับทากทะเลมรกต ซึ่งมันก็สามารถสังเคราะห์แสงได้เช่นเดียวกัน
.

เพื่อนๆเชือไหมละว่าอาจจะมีทากที่มีลักษณะนี้อยู่ใต้ท้องทะเลในบริเวณอื่นๆมากกว่านี้อีกมากมาย แต่มนุษย์อาจจะยังไม่พบเจอ แต่เท่าที่พบในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เห็นถึงความพิเศษและความสวยงามของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่ให้เราได้ศึกษา
.

ถึงอย่างไรพวกเราก็เชื่อว่า สิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจเหล่านั้นมันเกิดขึ้นได้จากธรรมชาติที่สมบูรณ์ ดังนั้นหากเราต้องการให้สิ่งมีชีวิตที่พิเศษๆแบบนี้อยู่กับพบวกเราตลอดไป พวกเราคงต้องช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเลให้มากกว่านี้
.

สุดท้ายนี้ในโลกของเราอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจมากมายกว่านี้ เอาเป็นว่าเพื่อนๆอย่าลืมติดตามเราไว้เพื่อที่จะไม่พลาดเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับโลกใบนี้ของเรา สำหรับเรื่องราวของทากทะเลมรกตที่สามารถสังเคราะห์แสงได้นั้น ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะจากกันไปในวันนี้หากคุณกำลังมองหาแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ ต้องนี่เลย BEEclean แอปเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ ดาวน์โหลดกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะคะ