‘นาซา’ จับมือรัสเซีย สร้าง ‘ดีพสเปซ เกตเวย์’

การที่จะเดินทางไปยังดวงจันทร์หรือดวงอังคารนั้นต้องใช้เวลาเดินทางที่ยาวนานหรืออาจนานนับปี แต่ถ้าเราได้แวะพักกลางทางคงจะทำให้ความเหนื่อยล้าลดลง วันนี้พวกเราจะพาเพื่อนๆไปดู ดีพสเปซ เกตเวย์ สถานีท่าหรือสถานีอวกาศที่อยู่ใจกลางอวกาศ ที่ยานอวกาศสามารถไปแวะพักได้ระหว่างเดินทางไปสำรวจดาวต่างๆ

ระยะทางระหว่างดาวเคราะห์ สมมุติว่าถ้าขับรถยนต์ ด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. โดยไม่หยุดพัก จะใช้เวลาโดยประมาณ 160 วันจึงถึงดวงจันทร์ 163 ปีถึงจะถึงดาวศุกร์ 320 ปีจึงถึงดาวอังคาร และดาวพลูโต จะใช้เวลา 6,800 ปี ดาวเคราะห์ต่างๆใน ระบบสุริยะมีระยะห่างแตกต่างกัน การเดินทางในอวกาศด้วยยานสำรวจที่มีความรวดเร็วและ ด้วยในอวกาศเป็นสูญญากาศจึงไม่มีแรงต้าน ยานสำรวจบางลำมีความเร็วในอวกาศถึง 40,000 กม./ชม.

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ nasa.gov

อย่างไรก็ตาม ยานอวกาศที่ใช้สำรวจทั่วไปมีขนาดเล็กและ น้ำหนักเบา ส่วนยานสำรวจอพอลโล ที่มีมนุษย์อวกาศควบคุมและมีลูกเรือโดยสารไปด้วย ใช้เวลาเดินทางไปยังดวงจันทร์ 2-3 วัน (ในระยะทาง 380,000 กม.) และในอนาคต ยานสำรวจดาวอังคารที่จะนำพามนุษย์อวกาศและลูกเรืออ ไปยังดาวอังคาร จะใช้เวลาเดินทางไป 8 เดือน (ในระยะทาง 228 ล้านกิโลเมตร) และเดินทางกลับอีก 8 เดือน รวมเวลาไป-กลับ 16 เดือน

การเดินทางไปในอวกาศเป็นเรื่องซับซ้อนและยุ่งยากมาก เพราะต้องฝึกฝนให้เคยชินกับสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ความเป็นอยู่ไม่สุขสบายเหมือนอยู่บนโลก เช่น เรื่องอาหาร สำหรับกากินในอวกาศควรหลีกเหลี่ยงอาหารที่เน่าเสียง่าย บางอย่างเป็นอาหารสดเช่น ผลไม้ เครื่องปรุงซอส มะเขือเทศ มัสตาร์ด มายอง เนส เกลือและพริกไทย มีแต่เฉพาะในรูปแบบของเหลว เพราะไม่สามารถโรยเกลือหรือ พริกไทยในอาหารได้ ไม่อย่างนั้นจะลอยออกไปมีอันตรายอุดตันช่องระบายอากาศ ปนเปื้อนอุปกรณ์หรือ เข้าตาปากหรือจมูกได้

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ news.abs-cbn.com

เรื่องการดื่มน้ำ น้ำเมื่อไปอยู่ในอวกาศจะลอยเป็นก้อนกลมไม่สามารถดื่มได้เหมือนกับอยู่บนโลก เพราะบนอวกาศไร้แรงโน้มถ่วง น้ำดื่มและกาแฟจึงต้องใส่ถุง และมีหลอดไว้ดูดและน้ำมีค่าอย่างยิ่ง การนำน้ำขึ้นไปบนอวกาศเป็นเรื่องยุ่งยากค่าใช้จ่ายสูง จึงใช้วิธีนำน้ำที่ใช้ทุกชนิด รวมทั้งปัสสาวะ ความชื้นจากเหงื่อมา รีไซเคิลกู้ระบบน้ำ คืนสู่ความบริสุทธิ์ เพื่อใช้ดื่มกินใหม่

เรื่องการนอนในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วงเหมือนบนโลก ดังนั้นสามารถหลับนอนในท่ายืนได้เพราะร่างกายไร้น้ำหนัก เพียงแนบตัวกับผนังเพื่อไม่ให้ลอยไปมา ลูกเรือในกระสวยอวกาศและสถานีอวกาศมักจะนอนในถุงนอน ที่มีขัดเข็มรัด หรือจะหลับนอนบนเก้าอี้บัญชาการก็สามารถทำได้

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ sohu.com

ในการประชุมการบินอวกาศนานาชาติ (ไอเอชี)ครั้งที่ 68 ที่เมืองแอดิเลค ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 กันยายนที่ผ่านมา ตัวแทนขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา กับสำนักงานการอวกาศแห่งรัสเชีย (รอสคอสมอส) ร่วมกันประกาศข้อตกลงที่ผ่านการลงนามอย่างเป็นทางการแล้ว ในการที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสำรวจอวกาศห้วงลึก โดยจะเริ่มต้นจากการสร้าง “ดีพสเปซ เกตเวย์” หรือสถานีอวกาศกลางที่เป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางไปในห้วงลึกของอวกาศ

โดยจะจัดสร้างขึ้นในห้วงอวกาศ ใกล้ๆ กับดวงจันทร์”ดีพสเปซ เกตเวย์” จะทำหน้าที่เป็นเสมือน “สถานีท่า” หรือ “ชุมทาง” ของการเดินทางอวกาศในอนาคตที่หลายฝ่ายสามารถใช้งานได้เป็นประจำ เพื่อการเดินทางต่อไปลงยังดวงจันทร์ หรือจะเดินทางต่อไปยังดาวอังคารที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยคาดว่าจะเริ่มต้นสร้างได้ภายในทศวรรษ 2020นี้เป็นต้นไป โดยการใช้รูปแบบความร่วมมือแบบเดียวกันกับการสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว โรเบิร์ต ไลท์ฟุต รักษาการผู้อำนวยการนาซายอมรับว่า “ดีพสเปซ เกตเวย์” หรือ “ดีเอสจี” ยังคงเป็นเพียง “คอนเช็ปต์” แต่ก็น่ายินดีที่มีหลายฝ่ายสนใจที่จะจัดสร้างสถานีชุมทางดังกล่าวขึ้นในจุดใดจุดหนึ่งระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ซึ่งถือเป็นการก้าวหน้าไปอีกก้าวเพื่อการสำรวจอวกาศห้วงลึกของมนุษยชาติ

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ aerospaceamerica.aiaa.org

นอกเหนือจากรอสคอสมอสที่ลงนามในความตกลงนี้แล้ว องค์การอวกาศของแคนาดา ญี่ปุ่น และองค์การอวกาศแห่งยุโรป ก็สนใจที่จะร่วมมือในโครงการนี้ด้วย ทั้งหมดได้เคยร่วมมือกันสร้างและใช้งานไอเอสเอสเป็นผลสำเร็จมาแล้ว ทั้งนี้รักษาการผู้อำนวยการนาซาเชื่อว่า ความร่วมมือที่จะมีขึ้นนี้จะส่งผลให้สถานีชุมทางอวกาศมีความเป็นไปได้และสามารถยั่งยืนได้ในอนาคต วิลเลียม เกอร์สเตนไมเออร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและการสำรวจโดยมนุษย์ของนาชา เชื่อว่า “ดีพสเปซ เกตเวย์” สามารถรองรับความร่วมมือจากทั้งในระดับชาติและในเชิงพาณิชย์ ซึ่งหมายความว่าบรรดาบริษัทต่างๆที่ดำเนินกิจการด้านอวกาศอยู่ในเวลานี้ก็สามารถเข้ามาเป็นหุ้นส่วนหรือพาร์ทเนอร์ของโปรเจ็กต์นี้ได้

ในขณะเดียวกัน “ดีเอสจี” จะแตกต่างออกไปจากไอเอสเอส ตรงที่มันสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองได้ ดีเอสจีสามารถขยับเข้าใกล้ดวงจันทร์ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนภารกิจหุ่นยนต์ หรือภารกิจโดยมนุษย์ของหุ้นส่วนบนพื้นผิวดวงจันทร์ได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถขยับขึ้นไปอยู่ในพิกัดวงโคจรระดับสูงเหนือดวงจันทร์ เพื่อการสนับสนุนภารกิจสำรวจอวกาศ ที่จะเริ่มออกเดินทางจากดีเอสจี เพื่อไปสู่เป้าหมายไกลๆ อื่นๆ ในระบบสุริยะได้”

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ ecoplanetnews.com

เกอร์สเตนไมเออร์ระบุในส่วนของรัสเซียนั้น มีแผนการอยู่นานแล้วที่จะส่งมนุษย์ไปจัดตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ และกำหนดเริ่มส่งมนุษย์อวกาศไปลงบนดวงจันทร์ให้ได้อย่างช้า ที่สุดภายในปี 2029 การร่วมมือครั้งนี้อาจส่งผลให้กำหนดการดังกล่าวบรรลุผลได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น ส่วนนาซาเองมุ่งความสนใจไปที่ดาวอังคารมากกว่าในแง่นี้ดีเอสจีจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของนาซา ในการจัดสร้าง “ยานขนส่งอวกาศห้วงลึก” (ดีพสเปซ ทรานสปอร์ต-ดีเอสที) ซึ่งจะเป็นยานอวกาศที่มีศักยภาพในการขนส่งนักบินอวกาศไปยังดาวอังคารขึ้นในห้วงอวกาศ

จุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์ใหญ่ของมนุษยชาตินี้ เริ่มต้นด้วยการพัฒนาระบบจรวดส่งสำหรับจัดส่งยาน พร้อมมนุษย์อวกาศขึ้นมาใหม่ เรียกว่า “สเปซ ลอนช ชิสเต็ม” (เอสแอลเอส) ซึ่งติดตั้งแคปซูลโอไรออนสำหรับมนุษย์อวกาศอยู่ด้วย นาซากำหนดเริ่มใช้เอสแอลเอสเพื่อจัดส่งวัสดุและชิ้นส่วนของสถานี พร้อมมนุษย์อวกาศสำหรับการจัดสร้างดีเอสจีขึ้นสู่ห้วงอวกาศตั้งแต่ปี 2023 เรื่อยไปจนถึงปี 2026 โดยจะเริ่มทดลองใช้งานเอสแอลเอสหรือโอไรออนแบบไม่มีมนุษย์อวกาศ ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นไป

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ expert.ru

“ดีพสเปซ เกตเวย์” นอกจากจะเข้ามาทดแทนไอเอสเอส ซึ่งคาดว่าจะหมดอายุการใช้งานลงในปี 2024 แล้ว ยังสามารถใช้เพื่อเป็นสถานที่ทดลองเพื่อศึกษาการเดินทางสำรวจอวกาศห้วงลึก เพราะมีสภาพ ใกล้เคียงกับการอยู่ในอวกาศจริง เนื่องจากอยู่เหนือสนามแม่เหล็กโลก แตกต่างจากไอเอสเอส ที่อยู่ใกล้ โลกและไม่สามารถทดลองในสถานการณ์จริงดังกล่าวได้การจัดสร้างดีพสเปซ เกตเวย์ จึงนับได้ว่าเป็นก้าว สำคัญในการสำรวจอวกาศระหว่างดวงดาวอย่างแท้จริง

เป็นยังไงกันบ้างละคะเพื่อนๆ สำหรับสถานที่อวกาศใจกลางจักรวาล ต่อไปถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากไปดวงจันทร์หรือดาวอังคารก็จะได้แวะพักระหว่างทางกัน จะได้ไม่เหนื่อยในการเดินทาง สุดท้ายนี้ หากถูกใจบทความของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ