ซุปเปอร์พัฟ ดาวเคราะห์สายไหม

ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไร้ที่ตินี้ พวกเราส่วนมากอาจจะรู้จักเพียงดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบสุริยะของเราอย่าง ดาวเคราะห์ พุธ ศุกร์ อังคาร พฤหัส เสาร์ และโลก แต่นอกระบบสุริยะนั้น ยังมีดาวเคราะห์แปลกๆอยู่อีกมากมาย
.

และจากการสำรวจนอกระบบสุริยะมีดาวเคราะห์ที่เรารู้จักมากกว่าสี่พันดวง และคุณเชื่อไหมว่ามี 15 ดวงที่มีความหนาแน่ใกล้เคียงสายไหม ใช่แล้วเพื่อนๆฟังไหมผิด ความหนานแน่นใกล้เคียงกับขนมสายไหมนั่นเอง
.

วันนี้พวกเราชาว eduHUB จะพาเพื่อนๆไปพบกับดาวเคราะห์ที่มีลักษณะเหมือนขนมสายไหมทั้งดวงจนได้ชื่อว่า Cotton Candy Planet หรือดาวเคราะห์สายไหม ไปเรียนรู้เกี่ยวกับเจ้าดาวเคราะห์สายไหมนี้พร้อมๆกับพวกเรากัน แต่ก่อนที่จะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอพเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ
.

นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าระบบสุริยะส่วนใหญ่จะเหมือนกับระบบสุริยะของเรามาก โดยจะมีดาวเคราะห์หินขนาดเล็กอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์พร้อมกับก๊าซขนาดยักษ์ที่โคตรรอบดาวฤกษ์ในระยะที่ไกลกว่า
.

นับตั้งแต่ปี 1992 ที่เริ่มค้นพบโลกที่โคจรรอบดวงดาวต่างดาวและได้ค้นพบการก่อตัวของระบบสุริยะมากมายข้างนอกสุริยะของเราและมีการพบดาวเคราะห์มากมายกว่าสี่พันดวง และหนึ่งในนั้นก็คือดาวเคราะห์นอกระบบที่มีชื่อว่าซุปเปอร์พัฟส์ อยู่ห่างจากโลก 2,600 ปีแสง อยู่ในระบบดาวเคปเลอร์ 51
.

ความน่าสนใจของดาวเคราะห์เหล่านี้คือมีขนาดที่ใหญ่เทียบเท่ากับดาวพฤหัส แต่กลับมีน้ำหนักที่เบา และมีความหนาแน่นน้อยกว่า 1% ของดาวพฤหัส เรียกได้วี่ความหนาแน่นเทียบเท่ากับขนมสายไหม จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Cotton Candy Planets หรือดาวเคราะห์สายไหมนั่นเอง 
.

ได้มีการค้นพบดาวเคราะห์สายไหมนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2012 จากการที่นาซ่าได้สังเกตดาวเคราะห์ผ่านกล้องโทรทัศน์อวกาศฮับเบิล และได้ไปเห็นดาวเคราะห์สีสันสดใสสามดวงที่มีทั้งสี ชมพู เหลือง และฟ้า โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ในระบบเคปเลอร์ 51
.

ดาวเคราะห์เหล่านี้มีความหนานแน่นน้อยกว่า 0.1 ลูกบาศก์เซนติเมตร เจสซิก้า ลิบบี้และโรเบิร์ต นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาจากภาควิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์และดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดโบลเดอร์ได้กล่าวไว้ว่า
.

“เรารู้ว่าพวกมันมีความหนาแน่นต่ำ แต่เมื่อคุณนึกภาพลูกกวาดสายไหมขนาดเท่าดาวพฤหัสนั่นคือความหนาแน่นต่ำมาก”
.

และพวกเขายังได้คำนวณและสแกนชชั้นบรรยากาศจนพบว่า “แท้จริงแล้วขนาดดาวเคราะห์ไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก แต่ว่าชั้นบรรยากาศของพวกมัน (ไฮโดรเจน+ฮีเลียม) พองตัวออกมาจนมีขนาดใหญ่เทียบเท่าดาวพฤหัส แต่มีน้ำหนักเบากว่าร้อยเท่า”
.

ซึ่งความหนาชั้นบรรยากาศทำให้นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถที่จะค้นหาแหล่งน้ำที่อยู่บนดวงดาวได้ แต่ได้ตั้งความเป็นไปได้ว่าจะมีผลึกน้ำแข็งอยู่ เพราะดาวเคราะห์เหล่านี้อยู่ในเขต สโนว ไลน์ ซึ่งเป็นเขตที่มีระยะห่างจากดาวฤกษ์มากพอที่จะทำให้เกิดน้ำแข็งขึ้นได้ 
.

แต่ดาวเคราะห์กลุ่มนี้กำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ดาวฤกษ์ที่อยู่กลางระบบเปเลอร์ 51 ไปเรื่อยๆ โดยดาวฤกษ์ที่อยู่ในระบบเคปเลอร์ 51 นี้ มีมวลและอุณหภูมิใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ของเรา แต่มีขนาดเพียง 90 % ของดาวในระบบสุริยะของเรา
.

นักวิทยาศษสตร์จึงคาดการณ์ไว้ว่าในอนาคตชั้นบรรยากาศที่เคยหนาแน่นจะถูกความร้อนที่มาจากดาวฤกษ์เผาผลาญให้ระเหยสู่อวกาศและในที่สุดจะทำให้เห็นพื้นผิวแท้ของดาวเคราะห์ที่ตอนแรกถูกชั้นบรรยากาศปิดบังเอาไว้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ หนึ่งพันล้านปี
.

แต่เมื่อชั้นบรรยากาศระเหยไปหมด ดาวเคราะห์สายไหมเหล่านี้อาจจะมีขนาดเล็กลง และอาจจะเล็กกว่าดาวเนปจูนอีก เปรียบได้เหมือนเวลาสายไหมที่ละลายเมื่อถูกเราเอาเข้าปากเลยก็ว่าได้
.

ส่วนสำหรับสาเหตุที่มันมีสีสันสดใส เป็นเพราะว่าในชั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยผลึกเกลือและหมอกควัน คล้ายกับดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์ เพราะว่าเกิดการหักเหของแสงจากดาวฤกษ์ที่ส่องเข้ามาบนชั้นบรรยากาศทำให้เกิดสีสันที่สดใสที่ดูแล้วสมกับชื่อดาวเคราะห์สายไหมจริงๆ
.

จากการค้นพบครั้งนี้ทำให้เรารู้ว่าดาวเคราะห์ที่แปลกตาเหล่านี้อาจพบได้ในระบบสุริยะที่มีอายุน้อย แต่รายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับดาวเคราะห์สายไหมนี้ก็ยังมีไม่เพียงพอ และยังคงมีข้อที่ยังคงเป็นปริศนาอีกรอการไขความจริง แต่ในเร็วๆนี้นาซ่าจะเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์เจมส์เวบบ์ และจะใช้กล้องโทรทรรศน์นี้ในการศึกษาเจ้าดาวเคราะห์สายไหมนี้ต่อไป แต่ก่อนจะจากกันไปในวันนี้หากคุณกำลังมองหาแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ใช่ไหม ถ้าใช่ ต้องนี่เลย BEEclean แอปเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ