นักวิทย์พบ เคยมีวัตถุเหมือนโอมูอามูอามาเยือนโลกแล้ว

เมื่อปี 2560 ชาวโลกเคยได้ฮือฮากับการค้นพบวัตถุแปลกประหลาดรูปทรงคล้ายยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวที่ชื่อว่าโอมูอามูอา จนถึงปัจจุบันระยะเวลารวมกว่าถึง 3 ปีแล้ว ก็ยังไม่มีใครฟันธงได้ 100% ว่ามันคืออะไร
.

จนกระทั่งมีนักวิทยาศาสตร์บางคนได้ค้นหาประวัติศาสตร์ของวัตถุทางท้องฟ้าที่เคยมาเยือนโลก ว่าพอจะมีครั้งไหนที่คล้ายกับโอมูอามูอาหรือไม่ ซึ่งแน่นอนว่า วันนี้ eduHUB มีคำตอบมาให้เพื่อนๆได้ฟังกัน แต่ก่อนจะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์พบวัตถุรูปทรงประหลาด มีความยาวถึง 400 เมตร เคลื่อนที่เข้ามาจากนอกระบบสุริยะ ด้วยรูปร่างที่เรียวยาวจึงสร้างความตกใจให้กับผู้ที่เห็นแรกพบ เพราะไม่ว่าใครก็ต้องคิดว่ามันคือยานพาหนะของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวแน่ๆ
.

นักวิทยาศาสตร์ยังได้ศึกษาการเคลื่อนที่ของวัตถุประหลาดนี้จึงพบว่ามันสามารถหมุนรอบตัวเอง และมีความเร่งที่สามารถเร่งความเร็วได้ด้วยตัวเอง แถมยังมีควันโดยรอบเสมือนกับว่ามีการคายแก๊สออกมาตลอดเวลาที่มันเคลื่อนที่ ทำให้นักวิทยาศาสตร์บนโลกไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่ามันจะมีทิศทางไปทางไหน โอมูอามูอาจึงกลายเป็นวัตถุปริศนามาจนบัดนี้ 
.

นักวิทยาศาสตร์บางคนตั้งสันนิษฐานว่าโอมูอามูอาอาจจะเป็นก้อนไฮโดรเจนแข็ง เพราะมันมีคุณสมบัติหลายอย่างที่คล้ายคลึงแต่นักวิทยาศาสตร์บางคนก็ยังไม่ปักใจเชื่อตามคำสันนิษฐานเพราะยังตั้งข้อสงสัยกันว่าถ้ามันเป็นก้อนไฮโดรเจนแข็งจริงทำไมมันถึงมีความเร่งด้วยตัวเองและสามารถเพิ่มความเร็วได้เอง
.

ซึ่งนั่นแหละเรื่องราวเหล่านี้ก็ยังเป็นปริศนาอยู่เช่นเดิม จนกระทั่งเร็วๆนี้ เริ่มมีนักวิทยาศาสตร์ได้คิดขึ้นมาว่า ลักษณะการมาเยือนของโอมูอามูอานี้อาจจะเคยมีมาเยือนโลกบ้างแล้วในอดีต
.

พวกเขาจึงเริ่มต้นที่จะศึกษาการมาเยือนของวัตถุทางอวกาศ หรือเศษซากดาวเคราะห์น้อย ที่เคยตกลงมาบนโลกเพื่อที่จะเปรียบเทียบลักษณะกับโอมูอามูอา และก็พบว่าวัตถุจากต่างดาวในอดีตนั้นก็เคยมีลักษณะของวัตถุที่คล้ายคลึงกับโอมูอามูอาเข้ามาหลายครั้งเหมือนกัน แต่ว่าเราอาจไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงเท่านั้น
.

อะมีร สิราช และอาวี โลบ นักวิจัยจากฮาร์วาร์ด ได้ทำการศึกษาวัตถุจากต่างดาวที่เคยเข้ามายังโลกของเรา ทั้งที่ตกลงมายังพื้นโลก และทั้งที่โฉบเข้ามาใกล้โลกของเรา โดยพวกเขาไม่เจาะจงไปที่วัตถุที่เคยพุ่งเข้ามาแล้วเกิดการลุกไหม้ในชั้นบรรยากาศ เพราะพวกเขาคิดว่า หากเศษดาวดวงเล็กที่ตกลงมานั้นอาจไม่ใช่วัตถุอย่างโอมูอามูอา เพราะส่วนใหญ่ที่ตกลงมาหรือพวกสะเก็ดดาวนั้นมันจะมีขนาดเล็ก และพบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ไม่ได้มีขนาดใหญ่เหมือนกับวัตถุปริศนานี้
.

ทีมงานนักวิจัยได้สืบเสาะข้อมูลจากข้อมูลดาวตกของ CNEOS ย่อมาจาก Center for NEO Studies และได้พบว่ามีดาวดวงหนึ่งที่เคยตรวจพบบริเวณน่านฟ้าของปาปัวนิวกีนี เมื่อปี 2557 ซึ่งดาวดวงนั้นมีแสงสว่างกว่าดาวดวงไหน แถมยังมีความเร็วในขณะที่มันผ่านดวงอาทิตย์ถึง 60 กิโลเมตร ต่อวินาทีอีกด้วย แต่วัตถุชิ้นนี้ยังมีขนาดเล็กกว่าโอมุอามูอาอยู่มาก เพราะมันมีขนาดกว้างไม่ถึง 1 เมตร แต่ด้วยคุณสมบัติในแนววิถีของมันที่ไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์
.

ดังนั้นจึงทำให้วิเคราะห์ได้ว่ามันน่าจะเป็นวัตถุที่มาจากนอกระบบสุริยะเหมือนกับโอมูอามูอา และแสงที่มันสว่างจนเห็นได้ชัดนั้นก็เพราะว่าในระหว่างที่มันเข้าใกล้ชั้นบรรยากาศ จะมีแก๊สร้อนที่คายออกมาจากสะเก็ดดาว
.

This very deep combined image shows the interstellar asteroid ‘Oumuamua at the centre of the picture. It is surrounded by the trails of faint stars that are smeared as the telescopes tracked the moving asteroid. This image was created by combining multiple images from ESO’s Very Large Telescope as well as the Gemini South Telescope. The object is marked with a blue circle and appears to be a point source, with no surrounding dust.

ซึ่งถ้าหากนักวิจัยจะทำการศึกษาจากแก๊สที่คายออกมานี้ คงต้องศึกษาถึงสเปกตรัมของสะเก็ดดาว จากการศึกษาของอะมีร สิราช และอาวี โลบ ทำให้เรารู้อีกว่าการมาเยือนของวัตถุนอกระบบสุริยะอย่างโอมูอามูอานั้น เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วในอดีต และไม่ใช้เรื่องแปลกที่จะเจอวัตถุต่างดาวแบบนี้อีก อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อหาคำตอบที่ 100% ว่าโอมูอามูอาคือวัตถุจากต่างดาวชนิดไหน ให้ชาวโลกคลายความสงสัยว่ามันอาจจะเป็นยานพาหนะของมนุษย์ต่างดาว 
.

สำหรับเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะไปขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป