บอนนี่บริดจ์ เมืองที่พบ UFO มากที่สุดในโลก

แต่ไหนแต่ไรแล้วที่ชาวโลกนั้นได้พบเจอกับลำแสงประหลาดหรือว่าเจอจานบินลักษณะเป็นวงกลมบินอยู่เหนือท้องฟ้า บ้างก็มีหลักฐาน บ้างก็เป็นแค่คำบอกเล่า และแน่นอน มีบางคนไม่เชื่อ เรื่องราวลึกลับที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวนี้มีมานานเเสนนานและยังคงเป็นปริศนาว่าแท้จริงแล้วมนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริงหรือไม่

เรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เเค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศก็พยายามสืบเสาะค้นหาดาวดวงอื่นที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิต นั่นไม่ได้เพียงแค่เพราะว่าพวกเขาตามหาดาวดวงที่สองที่มนุษย์โลกจะสามารถย้ายถิ่นฐานไปอยู่ได้ แต่หนึ่งในอีกเหตุผลของการค้นหาคือพวกเขายังต้องการหาคำตอบอีกว่า โลกเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตดาวเดียวหรือเปล่าที่อยู่ในจักรวาล 

แน่นอนว่าเรื่องราวของการค้นพบมนุษย์ต่างดาวหรือจานบินที่อยู่ทั่วทุกมุมโลก มีผู้คนที่ต่างยืนยันตัวเองว่าเคยพบเจอจริง บางคนก็มีหลักฐาน ซึ่งบางครั้งหลักฐานเหล่านั้นก็สร้างขึ้นด้วยการตัดต่อบ้างก็มี แต่บางที การพบเจอเรื่องราวประหลาดเหล่านี้ก็ดันมีพยานบุคคล ที่เห็นเหมือนกัน พบเจอเหมือนกัน ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นเรื่องราวความลึกลับแบบนี้เราจึงต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังและรับชม ซึ่งก็ต้องแล้วแต่เพื่อนๆว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ

เมืองบอนนี่บริดจ์เป็นเมืองๆหนึ่งที่มีเสียงล่ำลือว่าเมืองนี้น่าจะเป็นประตูมิติระหว่างมนุษย์ต่างดาวและโลก เนื่องจากตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บอนนี่บริดจ์มีสถิติพบเจอมนุษย์ต่างดาวและ UFO มากที่สุดในโลก เมืองบอนนี่บริดจ์นี้เป็นเมืองๆหนึ่งที่มีประชากรไม่เยอะมาก ตั้งอยู่ทางตอนกลางของสก๊อตเเลนด์ โดยใน 1  ปี ประชากรในบอนนี่บริดจ์มีการแจ้งว่าพบเจอ UFO เฉลี่ยถึง 300 ครั้งต่อปี ซึ่งจะพบบ่อยที่สุดในบริเวณที่เรียกว่า สามเหลี่ยมฟัลเคิร์ก (Falkirk)
.

บ้างก็บอกว่าเห็นวัตถุประหลาดบนท้องฟ้า บ้างก็บอกว่าพบการลงจอดปริศนาของยานอวกาศ หรือแม้กระทั่งเจอวัตถุทรงกลมไล่ล่า เรื่องราวต่างๆเหล่านี้ มีการแจ้งไปยังสมาชิกสภาหลายต่อหลายครั้ง จนต้องมีการสืบสวนสอบสวนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงส่งเรื่องต่อขอความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษมาแล้วหลายสมัย เมื่อมีการสืบสวนเรื่องราวดังกล่าวที่ชาวบอนนี่บริดจ์ได้เข้ามาแจ้งเป็นรายวัน โดยกระทรวงกลาโหมก็พบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่มีจานบินหรือวัตถุบนท้องฟ้าใดใดบินผ่านน่านฟ้ามาจากที่อื่นเลย ไม่พบการรุกรานของชาวต่างถิ่นหรือแม้กระทั่งการรุกรานจากประเทศอื่น
.

เมื่อกระทรวงกลาโหมมายืนยันเเบบนี้ก็ทำให้ชาวเมืองบอนนี่บริดจ์คิดกันไปว่า หรือว่าเมืองเล็กๆของเขานี้ จะเป็นประตูมิติให้สิ่งลึกลับจากต่างดาวเข้ามาได้ตลอดกันแน่ เรื่องราวที่เกิดเหล่านี้บ้างก็มีหลักฐาน บ้างก็เล่าให้ฟังต่อๆกันมา จนเกิดกลายเป็นความเชื่อ ว่าเมืองนี้เป็นเสมือนเมืองท่าของมนุษย์ต่างดาวที่จะนำยานมาลงจอดหรือบินสำรวจไปมา 
.

หนึ่งใน 300 เรื่องราวที่พบในเมืองนี้ที่น่าตื่นเต้นมากๆนั่นก็คือมีชายคนหนึ่งชื่อว่าบ็อบ เขากำลังเดินทางไปทำงานที่ฟาร์มแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับทางหลวง M8 ในเวลาประมาณ 10.30 น. ขณะนั้นเอง เขาเห็นวัตถุขนาดใหญ่เป็นรูปทรงกลม ทำด้วยโลหะและมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  6 เมตร และสูงประมาณ 3 เมตร
.

เมื่อบ็อบเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ดันมีวัตถุทรงกลมที่คล้ายกันแต่มีขนาดเล็กกว่า จำนวน 2 ลูกตกลงมาที่พื้นแล้วก็กลิ้งตรงมาที่เขา บ็อบวิ่งหนีแต่ก็ไม่ทันวัตถุทรงกลมทั้งสองนั้นถึงตัวเขาเเละมีแขนมาจับยึดขาของเขาไว้ ตัวเขาเองก็ได้สลบไป แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาจากการสลบก็ไม่เจอวัตถุทรงกลมประหลาดนั้นแล้ว
.

ซึ่งจากการที่เขาโดนวัตถุทรงกลมขนาดเล็กยึดขาเขาไว้นั้น ทำให้เขาเดินไม่ได้ในครั้งแรกที่ฟื้นจากการสลบ เขาจึงต้องคลานไปเรื่อยๆจนกว่าจะถึงรถของเขา หลังจากเหตุการณ์นี้เขารีบไปแจ้งบริษัทที่เขาทำงานอยู่ให้ทราบทันที และบริษัทก็ได้แจ้งตำรวจมาสำรวจพื้นที่ในบริเวณนั้น แล้วก็พบว่ามีร่องรอยของวัตถุต่างๆอยู่จริง แต่ก็ไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมเลยยังให้เรื่องราวนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ 
.

อีกเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องราวการพบเจอลำแสงประหลาดพร้อมๆกันในหลายที่ในเวลาใกล้เคียงกัน เริ่มเเรกจากการที่เจมส์ วอลค์เกอร์ เขาพบแสงประหลาดบนท้องฟ้าซึ่งเขาเองคิดว่าเป็นดาวแต่จู่ๆมันก็เคลื่อนที่ไปมาและเมื่อยิ่งสังเกตก็ยิ่งเห็นว่ามันมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง ครอบครัวสล็อกเกต ก็ได้พบลำแสงประหลาดนั่นเหมือนกัน ซึ่งหนักกว่าการเจอของเจมส์ตรงที่ว่าครอบครัวสล็อกเกตได้เห็น UFO เปิดประตูออกมาด้วย และเมื่อมันเปิดประตูออกมานั้นก็มีเสียงดังโหยหวนจนพวกเขาตกใจและต้องรีบวิ่งหนี
.

ส่วนในอีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีคนเจอพร้อมกันอีกหลายคนคือเรื่องราวเกิดที่บริเวณโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งพนักงานทำความสะอาดได้ไปมองเห็นว่ามีลำแสงประหลาดอยู่ 5 จุด เสมือนกับมี UFO อยู่ 5 ลำซึ่งเขาบอกว่ามันเป็นแสงสีส้มแปลกๆ สว่างวาบไปวาบมา โดยที่เขาเจอพร้อมกัน 3 คนเลย เเละในเวลานั้นเอง อีกฟากฝั่งหนึ่งของโรงงานก็มีพนักงานอีกกลุ่มหนึ่งเห็นลำแสงจาก UFO เช่นเดียวกัน
.

เรื่องราวการพบเจอ UFO ของชาวบอนนี่บริดจ์นี้พบเจอแบบนี้อยู่ตลอด จนต้องมีการสืบสวนหรือสอบสวนกันตลอดเวลา บางเรื่องก็สามารถอธิบายได้ว่ามันคือ เครื่องบิน ดาวเทียม บอลลูนรายงานสภาพอากาศ หรือดาวต่างๆ แต่บางเรื่องก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้ นั่นจึงทำให้บอนนี่บริดจ์ยังคงเป็นเมืองลึกลับที่มีเเต่เรื่องราวการพบเจอ UFO ของชาวพลเมืองอยู่ตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เมืองนั้นก็ไม่ได้ย่อท้อ พยายามสืบเสาะและสอบสวนเรื่องราวต่างๆมาโดยตลอด ซึ่งในวันหนึ่งก็อาจจะพบหลักฐานที่สามารถนำมายืนยันว่า UFO ที่ชาวบ้านพบ มีอยู่จริงหรือไม่ 
.

เรื่องราวของบอนนี่บริดจ์ เมืองที่พบ UFO มากที่สุดในโลกที่เรานำมาฝากเพื่อนๆก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะไปอย่าลืมกด Like กด Share และกด Like เพจ eduHUB ด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อนเจอกันคลิปหน้า สวัสดีค่ะ