เปิดตำนาน บิ๊กฟุต สิ่งมีชีวิตลึกลับ

เมื่อเราพูดถึงสัตว์ลึกลับที่มีลักษณะท่าทางคล้ายมนุษย์และลิงแห่งทวีปอเมริกา ที่มีผู้กล่าวอ้างว่าเคยพบเห็นมากๆรวมทั้งตำนานต่างๆ แน่นอนว่ามันคือเจ้า “บิ๊กฟุต” แต่ก็ยังไม่สามารถออกมายืนยันการมีตัวตนอยู่ของมันได้ จึงได้เกิดการตั้งคำถามขึ้นมาว่าบิ๊กฟุต หรือ ไอ้ตีนโต มีอยู่จริงหรือเปล่า ถ้ามีแล้วทำไมยังไม่เคยมีใครบันทึกภาพของพวกมันได้เลยล่ะ
.

วันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับบิ๊กฟุต ว่ามันเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่ก่อนจะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
.

ตามคำบอกเล่าของผู้พบทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เห็นว่า บิ๊กฟุตคล้ายกับมนุษย์หรือลิงที่ไม่มีหาง แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่ามนุษย์มาก มีความสูงประมาณ 8-9 ฟุตไปจนถึง 10 ฟุต น้ำหนักตัวคาดว่าน่าจะอย่างน้อย 250-800 ปอนด์มีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั้งตัว คอสั้น มีแขนขาที่ยาว เท้าใหญ่โตจนเป็นที่มาของชื่อ โดยพบจากรอยที่พบ วัดความกว้างได้ถึง 8 นิ้ว ยาว24 นิ้ว ยาวกว่าเท้าคนทั่วไปแน่นอนประมาณสองเท่า และมีพละกำลังมหาศาล
.

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1924 ณ เทือกเขาเซนต์เฮเลน รัฐวอชิงตันดีซี นายเฟร็ด เบ็ค และเพื่อนของเขา4คน ทำงานขุดหาทองที่หุบเขาเอพแคนยอน และอาศัยอยู่ร่วมกันในกลางป่าภายในกระท่อม และพวกเขามักจะพกอาวุธไว้เสมอสำหรับการป้องกันสัตว์ร้ายกลางป่า
.

เขาเล่าว่าช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เขาและเพื่อนได้ออกไปต้นน้ำหลังมื้ออาหารค่ำ จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงเพื่อนของเขาตะโกนออกมาพร้อมกับเสียงปืน เขาวิ่งตามจุดที่เพื่อนเขาชี้ทางฝั่งตรงข้าม สิ่งที่เขาเห็นคือสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่เคยพบมาก่อนยืนอยู่ใกล้ต้นสนและจ้องมองมาที่พวกเขา ร่างกายของมันสูงประมาณ 7 ฟุต และมีขนปกคลุมทั้งตัว
.

เมื่อมันเห็นพวกเขามันจึงวิ่งหนีเข้าไปในป่าก่อนที่พวกเขาจะระดมยิงมัน หลังจากนั้นทั้งสองคนมุ่งหน้ากลับไปที่กระท่อมและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนฟัง แต่เนื่องจากมันมืดมากแล้วพวกเขาจึงต้องอยู่รอจนถึงเช้าถึงจะกลับเข้าไปในเมือง และคืนนั้นเอง ขณะที่พวกเขากำลังหลับ จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านอกกระท่อมของพวกเขา ทุกคนจึงลุกขึ้นมาและดูผ่านรูบนกำแพง สิ่งที่พวกเขาเห็นคือเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาด 3 ตัว ที่กำลังพยายามดันกำแพงกระท่อมของพวกเขาและขว้างหินเข้ามาด้านใน
.

พวกเขาจึงโต้ตอบด้วยการยิงปืนออกไปจนเสียงเงียบ พวกเขาจึงหยุดยิงและมองออกไปผ่านรูกำแพง แต่ไม่ทันให้เขาได้หายใจ เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดได้ยื่นมือเขามาในกระท่อม พวกเขาจึงตอบโต้มันด้วยการใช้ขวาน แต่ก็ไม่โดนพวกมัน ตลอดทั้งคืนทุกคนช่วยกันสกัดกั้นประตูเอาไว้ จนเช้าเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นก็หายไป
.

พอพวกเขาออกมาจากกระท่อมเขายังเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่งอยู่บนหน้าผา พวกเขาจึงรีบสาดกระสุนปืนไปที่มัน และรีบหนีกลับเข้าเมือง หลังจากนั้นเรื่องราวของพวกเขาก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองและประเทศ
.

แต่นี่ไม่ใช่รายงานครั้งแรกที่ได้เจอบิ๊กฟุต ในปี 1811 ที่แคนาดา โดยนักสำรวจ เดวิด ทอมป์สัน ซึ่งระหว่างที่เขากำลังค้นหาทางน้ำระหว่างอ่าวฮัดสันจนถึงแม่น้ำโคลัมเบียใน วันที่ 7 มกราคม พบรอยเท้าของสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่ารอยเท้าสัตว์ทั่วไปที่เขารู้จัก เป็นรอยเท้าที่กดลงไปในหิมะลึกลงไปถึง 6 นิ้ว มีทั้งหมด 4 นิ้ว และแต่ละนิ้วยาว 4 นิ้ว มีรอยเล็บสั้นๆ โดยวัดแล้วมีความยาวทั้งหมด 14 นิ้ว คูณ 8 นิ้ว ตามความกว้าง
.

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นรอยเท้าของหมีกริซลัย์หรือหมีสีน้ำตาล แต่ลักษณ์มันแตกต่างจากรอยเท้าหมี แต่กลับคล้ายกับรอยเท้าของมนุษย์หรือลิงมากกว่า หลังจากนั้นก็มีการรายงานเกี่ยวกับบิ๊กฟุตขึ้นมาเป็นระยะและมีบางคนอ้างว่าถ่ายรูปเจ้าบิ๊กฟุตเอาไว้ได้ ตัวอย่างเช่น ภาพถ่ายของนักปีนเขาในปี 1970 และภาพสเก็ตช์ของ ริชาร์ด บนาวน์ ที่วาดสิ่งที่เขาเห็นจากไฟหน้ารถยนต์บนท้องถนนในเมืองเดอะดัลส์ เดือนมิถุนายน ในปี 1971
.

และเรื่องของ อัลเบิร์ต ออสแมน ในปี1924 นักกิจกรรมชาวแคนาดา เขาอ้างว่าระหว่างที่เขากำลังสำรวจป่าบริติชโคลัมเบียคนเดียว เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างติดตามเขา จนคืนหนึ่งขณะที่เขากำลังหลับ ได้มีสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งอุ้มเขาไว้นานถึง 3-4 ชั่วโมง ก่อนที่มันจะปล่อยเขาลงในร่องที่อยู่ของมันในหุบเขา
.

เมื่อถึงเวลาเช้าสิ่งที่เขาเห็นคือสัตว์ประหลาดตัวใหญ่รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่มีขนปกคลุมทั่วตัว อาศัยอยู่กันเป็นครอบครัว โดยเจ้าตัวที่อุ้มเขามาคือตัวพ่อ มีตัวเมียที่เป็นแม่ และมีลูกๆ อีก 2 ตัว แต่พวกมันก็ไม่ได้มีท่าทีที่กลัวเขาหรือจะทำร้ายเขาเลย หลังจากนั้นออสแมนได้ต้มน้ำเพื่อชงกาแฟดื่ม เจ้าบิ๊กฟุตที่นั่งอยู่ได้ยื่นมือมาหยิบยานัตถุ์ในกล่องของเขา และเทเข้าไปในปากของมัน แถมยังเอากาแฟของเขาไปดื่มจนหมด แต่ยานัตถุ์กับกาแฟรวมกัน ทำให้เจ้าบิ๊กฟุตต้องรีบไปดื่มน้ำเพื่อล้างรสชาติในปากของมัน ออสแมนจึงใช้โอกาสนี้ในการหลบหนีออกมา
.

เขายืนยันเหตุการณ์นี้ด้วยการลงบันทึกเป็นคำบอกเล่าเป็นเทปบันทึกเสียง ในปี1966 มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อเขาเพราะไม่มีหลักฐานใดเลยนอกจากคำพูดของเขาแต่หลายเรื่องและหลายภาพก็ถูกพิสูจน์ว่าไม่ใชเรื่องจริง เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นเอง รวมทั้งคลิปวีดีโอของ บ็อบ กิมลินและโรเจอร์ แพตเตอสัน ที่พวกเขาออกไปทดสอบกล้อง 16 มม.ของพวกเขาที่พึ่งเช่ามา และได้จับภาพวีดีโอสิ่งมีชีวิตลึกลับได้เพียงไม่กี่นาที
.

วีดีโอนี้เป็นที่ฮือฮาและได้สร้างชื่อเสียงให้กับพวกเขา แพตเตอสันยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่าวีดีโอของเขาเป็นของจริงจนกระทั่งเขาเสียชีวิตในปี 1972 แต่ก็ยังคงมีการโต้เถียงกันมาตลอดว่ามันเป็นของจริงหรือเขาสร้างขึ้นมา หลายปีต่อมาได้มีการพบว่า ที่จริงแล้ว ฟิลิป มอริสและบ็อบ เฮียโรนิมุส คือคนที่สร้างชุดกอลิล่าให้กับแพตเตอสัน และเป็นกิมลินที่เป็นคนสวมชุดดังกล่าวและแพตเตอสันเป็นคนถ่ายทำ จึงทำให้วีดีโอดังกล่าวกลายเป็นเรื่องหลอกลวงระดับนานาชาติหรือระดับโลกเลยก็เป็นไปได้ ถึงแม้บิ๊กฟุตจะดูเป็นเรื่องหลอกลวง แต่กลับมีรายงานจากนักปีนเขาหลายคนที่พบเจอพวกมัน
.

เจ้าบิ๊กฟุตยังไปอยู่ในตำนานของชนเผ่าอินเดียแดง หรือ ชาวพื้นเมืองอเมริกา โดยกล่าวว่าบิ๊กฟุตเป็นสัตว์ดุร้าย ที่มีขนาดใหญ่กว่าสัตว์ชนิดอื่นๆอาศัยอยู่ในป่า บ้างก็ว่าบิ๊กฟุตทำหน้าที่พิทักษ์ผืนป่าไม่ให้ถูกทำลาย บ้างก็เชื่อว่าถ้าเจอบิ๊กฟุต ห้ามจ้องหรือสบตามัน ไม่งั้นบิ๊กฟุตอาจจะฆ่าเราได้ และคิดว่าบิ๊กฟุตมีตะกร้าหวายสะพายอยู่ที่หลังเพื่อขโมยสัตว์เลี้ยงหรือแม้แต่เด็กๆที่ออกมาเล่นไกลบ้าน แล้วนำกลับไปกินเป็นอาหาร
.

บ้างก็ว่าบิ๊กฟุตไม่ใช่สัตว์แต่เป็นมนุษย์โบราณที่ไม่อยู่ร่วมกับมนุษย์ยุคปัจจุบัน และอินเดียแดงเผ่าอาปาเช่ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐอริโซน่า มีหลักคำสอนที่ปฏิบัติและบอกต่อกันมาว่า ถ้าเดินเข้าไปในป่าตอนกลางคืน ให้เคาะหินหรือไม้หรือไม่ก็ผิวปาก เนื่องจากมนุษย์ขนดกก็จะทำเหมือนกัน เป็นการแสดงให้ทราบถึงที่อยู่ของเรา เชื่อกันว่าบิ๊กฟุตสื่อสารกันด้วยวิธีนี้ รวมทั้งเป็นการสื่อสารกับลิงใหญ่ชนิดอื่นอีกด้วย
.

ถึงแม้จะมีหลักฐานทั้งภาพหรือคลิปวีดีโอที่ปรากฏมาอยู่เรื่อยๆ แต่แน่นอนว่าเมื่อหลักฐานที่มีไม่สามารถยืนยันได้และไม่ชัดเจนพอที่จะระบุการมีตัวตนของเจ้าบิ๊กฟุตได้ ก็ต้องมีทั้งฝ่ายที่เชื่อและไม่เชื่อว่าบิ๊กฟุตมีอยู่จริงโดยเชื่อว่าเป็นเรื่องหลอกลวง จากการที่มีคนมาสวมชุดลิงใหญ่และนำมาหลอกลวงกันเพื่อหวังชื่อเสียง แต่อีกฝั่งหนึ่งก็เชื่อว่าบิ๊กฟุตนั้น อาจจะเป็นสัตว์จำพวกโฮมีนีดส์ หรือ สัตว์พวกเดียวกับมนุษย์โบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันไม่ได้สูญพันธุ์ไป
.

ในปัจจุบันยังมีผู้ที่สนใจและศึกษาเรื่องของบิ๊กฟุตอย่างจริงจังอีกด้วย แต่เรื่องราวของเจ้าบิ๊กฟุตก็ยังคงเป็นตำนานอยู่ หรือจริงๆแล้วมันอาจไม่มีตัวตนอยู่จริง แล้วเพื่อนๆละคะ มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเจ้าบิ๊กฟุตบ้าง ใครเคยได้ยินเรื่องราวของพวกมันมากกว่านี้ลองมาคอมเมนท์พูดคุยกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป