ดาวเบเทลจุส มีสิทธิระเบิดกลายเป็นซุปเปอร์โนวา

มีเพื่อนๆคนไหนรู้จักดาวเบเทลจุสกันบ้างคะ ดาวเบเทลจุสเป็นดาวดวงหนึ่งที่สว่างที่สุดเป็นอันดับต้นๆของจักรวาล แต่ในระยะเวลา 1-2 ปีที่ผ่านมานั้น นักดาราศาสตร์ได้พบความผิดปกติบนดาวดวงนี้ โดยพวกเขาได้สังเกตว่า ความสว่างที่เบเทลจุสเคยมีนั้นมันลดลง หรือบางครั้งก็หยุดสว่างไปเลย หลายคนจึงเกิดข้อสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นกับดาวดวงนี้ หรือว่านี่คือการใกล้ที่จะดับสลายหายไปแล้ว ดาวเบเทลจุสจะเป็นอย่างไรวันนี้พวกเรา eduHUB จะนำเรื่องราวสนุกๆมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ แต่ก่อนจะไปรับชม อย่าลืมกด Like กด Share และกดติดตามด้วยนะคะ
.

ดาวเบเลจุส เป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในท้องฟ้าเป็นอันดับที่ 11 ดาวเบเทลจุสเป็นดาวกึ่งแปรแสงที่มีสีแดงขนาดใหญ่ อยู่ห่างจากโลก 640 ปีแสง ดาวเบเทลจุสเป็นดาวฤกษ์ดวงแรกที่อยู่นอกระบบสุริยะแล้วมนุษย์นั้นสามารถพบเห็นและถ่ายภาพมาได้ โดยสีแดงของดาวดวงนี้นั้นจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง จึงจะมีความสว่างไม่คงที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้บางครั้งมันขึ้นไปแตะอันดับ 6 ของดาวที่สว่างที่สุด หรือบางครั้งก็ลดลงมาที่อันดับ 11
.

แต่ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือดาวเบเทลจุสนั้นถูกจัดให้เป็นดาวยักษ์แดง ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ดาวยักษ์แดงเกิดการระเบิดเพื่อที่จะสลายตัวเอง เมื่อนั้นจะเกิดปรากฎการณ์ซุปเปอร์โนวาเกิดขึ้น และในตอนนี้เอง ดาวเบเทลจุสมีอาการร่อแร่คล้ายกลับว่าจะหมดอายุขัยและจะระเบิดตัวเองภายในไม่ช้า ซึ่งถ้าเหตุการณ์ระเบิดนี้เกิดขึ้นจริง เชื่อได้ว่ามนุษย์ทุกคนอาจได้เห็นปรากฎการณ์ซุปเปอร์โนวาที่หายาก และหลายล้านปีกว่าจะพบเจอแน่ๆ
.

ริชาร์ด เวลาโทนิก และ เอดเวิร์ด ไกเเนน นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิลาโนวาในเพนซิลเวเนีย ร่วมกับ ทอมัส คาลเดอร์วูด นักดาราศาสตร์สมัครเล่นได้สังเกตพบความผิดปกติบนดาวเบเทลจุส โดยพวกเขาพบว่าดาวเบเทลจุสเริ่มมีแสงสว่างที่ลดลงอย่างช้าๆ และลดลงอย่างเรื่อยๆในรอบ 25 ปี ซึ่งเป็นการที่แสงลดลงอย่างเห็นได้ชัดโดยที่เราสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตาเปล่า การที่แสงของดาวเบเทลจุสลดลงนั้นเริ่มเป็นที่สนใจและเริ่มมีผู้คนตั้งคำถามว่านี่อาจจะเป็นจุดกำเนิดการเกิดซุปเปอร์โนวาหรือไม่ และหากเกิดเหตุการณ์ซุปเปอร์โนวาจริง โลกของเรานั้นจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง
.

การเปลี่ยนแปลงของแสงที่เกิดขึ้นบนดาวดวงนี้นักดาราศาสตร์ได้ให้ความเห็นว่า เนื่องจากดาวเบเทลจุสเป็นดาวแปรแสงอยู่แล้ว ซึ่งดาวแปรแสงนั้นหมายถึง ดาวที่มีความสว่างไม่คงที่ การลดแสงในครั้งนี้ก็อาจจะเป็นแค่ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวดวงดาว แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลอะไรมากต่อการดับสลายของดาวดวงนี้ อย่างไรก็ตามความสว่างที่ลดลงที่นักดาราศาสตร์พบ มันเป็นสถิติความสว่างที่น้อยที่สุดเท่าที่เคยศึกษาดาวดวงนี้มา จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดการปะทุของแก๊สหรือฝุ่นจึงทำให้ความสว่างของพื้นผิวลดลง
.

ส่วนการที่ดาวดวงนี้จะระเบิดและเกิดเป็นซุปเปอร์โนวาจะสามารถเป็นไปได้หรือไม่นั้น นักดาราศาสตร์ก็ได้อธิบายเรื่องนี้ว่า แสงที่ลดลงของดาวเบเทลจุสในตอนนี้นั้นน่าจะยังไม่ใช่สัญญาณของการระเบิด เพราะหากเทียบข้อมูลต่างๆแล้ว พวกเขาคาดว่าดาวดวงนี้จะยังคงไม่ระเบิดและเกิดเป็นซุปเปอร์โนวาในช่วง 100,000 ปี ต่อจากนี้
.

และหากวันหนึ่งมันเกิดการระเบิดขึ้นมาจริงๆก็อาจจะมีผลกระทบต่อโลกของเรา เพราะดาวเบเทลจุสถือว่าเป็นดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่อยู่ใกล้โลกมากๆ ถ้าเกิดมันระเบิดขึ้นมาเราก็อาจจะเห็นแสงสว่างของพลังงานมหาศาลอยู่ในท้องฟ้าตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนความแรงของพลังงานนั้นก้ไม่มีใครอาจทราบได้ว่ามันจะส่งความรุนแรงมาถึงโลกขนาดไหน เพราะในช่วงชีวิตที่มีมนุษย์นั้นยังไม่มีใครได้เคยเจอกับเหตุการณ์ซุปเปอร์โนวากันสักคน 
.

อย่างไรก็ตามซึ่งการหรี่แสงลงของดาวเบเทลจุสได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน จนถึงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ได้พบว่าความสว่างของดาวนั้นลดลงเกินครึ่งของความสว่างเดิม และเมื่อเวลาผ่านไปสักพักมันก็กลับมาสว่างใหม่จนเหมือนปกติอีกรอบ  ซึ่งนักดาราศาสตร์หลายคนได้เริ่มออกมาให้คำอธิบายตามทฤษฎีต่าง เพื่อมาอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราจะขอนำเอาแนวทางที่นักดาราศาสตร์ได้อธิบายและคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ที่สุดมาฝากเพื่อนๆ 2 แนวทาง
.

แนวทางแรกคือจากการสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศ์อวกาศฮับเบิล พบความผิดปกติที่บริเวณดาวดวงนี้โดยนักดาราศาสตร์คาดว่า ดาวเบเทลจุสน่าจะมีการคายฝุ่นที่มีลักษณะเป็นก้อนพลาสมาร้อน ออกมาจากผิวดาว ซึ่งเมื่อก้อนพลาสมานั้นออกมา ก็ระเบิดกลายเป็นฝุ่นควันที่บังเเสงดาวเบเทลจุส ซึ่งเมื่อมองจากผิวโลกเราก็จะเห็นว่าดาวเบเทลจุสมืดลง ซึ่งนั่นเป็นเพราะกลุ่มควันจากการระเบิดของก้อนพลาสมาที่หลุดมาจากดาวเบเทลจุสนี่เอง 
.

ส่วนแนวทางที่ 2 คือบอกเอาไว้ว่าการที่ดาวหรี่แสงลงนั้นน่าจะเกิดจากการแปรแสงของดาว ซึ่งการแปรแสงของดาวนั้นจะมีรอบวัฏจักรที่จะวนมาทำให้ดาวนั้นมีแสงที่หรี่ลงอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้วัฏจักรอาจจะซ้อนกัน และทำให้จุดที่แสงหรี่ลงนั้นมาตรงกันพอดี อย่างไรก็ตามสองแนวทางนี้มีทางเป็นไปได้ทั้งคู่ แต่เพื่อนๆรู้ไหมคะว่าเมื่อเร็วๆนี้เอง กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลได้พบอะไรบางอย่างที่น่าจะไขคำตอบนี้ได้ โดยมันพบสสารร้อนก้อนใหญ่ที่พุ่งออกจากดาวเบเทลจุสด้วยความเร็ว 300,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
.

และหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น เราก็มองเห็นดาวดวงนี้มีแสงสว่างที่ลดลง ซึ่งแอนเดรีย ดูพรี รองผู้อำนวยการศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์เวิร์ด-สมิทโซเนียน และคณะ ได้กล่าวอธิบายเรื่องนี้ว่า “เมื่อแก๊สร้อนหลุดออกไปจากผิวดาว มันเกิดการเย็นตัวลงและกลายเป็นฝุ่นขนาดใหญ่ที่มาบดบังแสงของดาวเบเทลจุส” ซึ่งนี่เองอาจจะเป็นหลักฐานได้ว่า ทำไมดาวเบเทลจุสถึงมีแสงสว่างที่ลดลง แต่ความพยายามในการหาคำตอบนี้ยังไม่สิ้นสุดเมื่อนาซาตัดสินใจว่าจะต้องขึ้นไปสำรวจใกล้ดาวเบเทลจุสและหาคำตอบที่ยืนยัน 100% ให้ได้ ซึ่งนี่ก็จะเป็นภารกิจของยานอวกาศสเตอริโอให้ไปสำรวจดาวเบเทลจุสอีกครั้งหนึ่ง
.

และแล้วเรื่องราวการไขปริศนาแสงที่หายไปของดาวเบเทลจุสนั้นก็ใกล้จะได้คำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ยังไงเราก็มารอฟังคำตอบจากภารกิจของยานสเตอริโอที่จะขึ้นไปสำรวจในปี 2564 ว่าจะได้ผลลัพธ์มายังไงบ้าง เพื่อนๆอย่าลืมกดติดตามพวกเราเอาไว้นะคะ เพราะหากได้รับข่าวสารการหาคำตอบของดาวเบเทลจุสเมื่อไรเราจะรีบนำมาบอกเพื่อนๆเป็นคนแรก สำหรับวันนี้เรื่องราวสนุกๆก็มีเพียงเท่านี้  ก่อนจะไป อย่าลืมกด Like กด Share และกดติดตามด้วยนะ