โลกคู่ขนานอาจมีอยู่จริง!?

ที่ผ่านมา ท่านผู้ชมคงมีโอกาสได้ดูหนังเกี่ยวกับโลกคู่ขนานอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Upside Down หนังดังในปี 2012 ว่าด้วยเรื่องของชายหนุ่มผู้แสนธรรมดาแต่กลับไปหลงรักหญิงสาวชั้นสูงจากโลกคู่ขนานบนท้องฟ้า หนังเรื่อง Another Earth ในปี 2011 ที่เป็นเรื่องราวของหญิงสาวผู้ค้นพบโลกอีกใบหนึ่ง หรือแม้แต่เรื่อง Kill switch ปี 2017 หนังแอ็กชันไซไฟที่พระเอกต้องเข้าไปทำภารกิจเสี่ยงตายในอีกโลกหนึ่ง 

เรื่องราวเหล่านี้มันทั้งสนุกและน่าตื่นเต้น แต่ในขณะเดียวกันก็ฟังดูเหมือนเป็นแค่โลกสมมติที่ไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ แต่ท่านผู้ชมแน่ใจแล้วหรือว่าโลกคู่ขนานนั้นไม่มีอยู่จริง? วันนี้พวกเรา eduHUB จึงขอพาท่านผู้ชมทุกท่านไปรู้จักกับทฤษฎี “ปฏิจักรวาล” ที่ไม่ใช่เป็นเพียงโลกคู่ขนาน แต่เป็นอีกจักรวาลหนึ่งที่ขนานไปกับเอกภพของเราเหมือนในหนังมาร์เวลเลยทีเดียว! แต่ทฤษฎีนี้มีหลักการอย่างไร แล้วจักรวาลคู่ขนานจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน ก็ต้องติดตามดูไปพร้อมกันนะคะ

Upside Down
หนังเรื่อง Upside Down – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ screenrobot.com

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 14,000 ล้านปีที่แล้ว มีการระเบิดครั้งใหญ่หรือที่เราเรียกกันว่า “บิ๊กแบง” เกิดขึ้น การระเบิดครั้งนั้นนำไปสู่การถือกำเนิดของจักรวาลที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ แต่ถ้าหากการระเบิดครั้งนั้นไม่ได้สร้างแค่จักรวาลของเราเพียงแห่งเดียวล่ะ?

คำถามนี้นำไปสู่ทฤษฏีที่มีชื่อว่า ปฏิจักรวาล (Anti-universe) กล่าวคือ นอกจากจักรวาลของเราแล้ว บิ๊กแบงได้สร้างจักรวาลคู่ขนานของเราขึ้นมาอีกหนึ่งแห่ง โดยในปฏิจักรวาลนั้นทุกสิ่งจะตรงข้ามกับจักรวาลของเราหมด เหมือนกับภาพสะท้อนในกระจก เริ่มจากกาลเวลา (Time) ในจักรวาลนั้นจะหมุนย้อนกลับ กล่าวคือในขณะที่จักรวาลของเราเดินทางไปข้างหน้า ปฏิจักรวาลก็ได้เดินย้อนกลับไปข้างหลัง ไปสู่ช่วงเอกภพก่อนเกิดบิ๊กแบง 

ปฏิจักรวาล" (Anti-universe)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ zhengjian.org

ถ้าหากใครยังไม่เข้าใจล่ะก็ ให้ลองจินตนาการเป็นภาพคนสองคนแทนตัวจักรวาลของเราและปฏิจักรวาลดูนะคะ ทั้งสองคนนี้ได้ออกเดินจากจุดสตาร์ทเดียวกันซึ่งก็คือจุดเวลาที่เกิดปรากฏการณ์บิ๊กแบง แต่ทั้งสองคนนี้เดินออกไปโดยหันหลังให้กัน ทำให้ทั้งสองเดินไปยังทิศทางที่ตรงกันข้ามกันนั่นเอง

แนวคิดปฏิจักรวาลนี้เขียนโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเพริมิเทอร์เพื่อการศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎี (Perimeter Institute for Theoretical Physics) จากประเทศแคนาดา และได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Physical Review Letters วารสารที่รวบรวมงานวิจัยด้านฟิสิกส์วิทยาศาสตร์

Perimeter Institute for Theoretical Physics
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ quora.com

แต่จนถึงตอนนี้ ผู้ฟังบางท่านอาจจะเริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะว่า ถ้าหากปฏิจักรวาลกำลังเดินทางย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนเกิดบิ๊กแบงจริง แล้วในจักรวาลนั้นจะมีดวงดาวหรือสสารต่างๆ ที่ตรงกันข้ามกับจักรวาลของเราได้ยังไง ในเมื่อสสารทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นหลังปรากฏการณ์บิ๊กแบง

ทีมนักฟิสิกได้อธิบายในจุดนี้ว่า บิ๊กแบงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการเกิดสสารทั้งหมด แต่พวกเขาเชื่อว่ามันเคยมีเอกภพก่อนหน้าบิ๊กแบงอยู่แล้ว และปฏิจักรวาลก็ได้เดินทางย้อนกลับไปยังเอกภพนั้นเท่านั้นเอง ดังนั้นในปฏิจักรวาลจึงมีปริภูมิ (Space) ที่กลับด้านกัน รวมไปถึงปฏิสสาร (Anti-matter) ที่มีประจุและอนุภาคตรงข้ามกับสสารในจักรวาลของเราด้วย

ปฏิสสาร (Anti-matter)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ medium.com

ดังนั้นคำถามถัดมาคือ ทำไมเราต้องมีปฏิจักรวาลด้วยล่ะ? แล้วแนวคิดนี้มันสามารถนำไปใช้อธิบายเรื่องอะไรได้บ้าง 

ดร. นีล ทูร็อก (Neil Turok) หนึ่งในสมาชิกทีมนักฟิสิกส์ ได้อธิบายว่า สาเหตุที่พวกเขาจำเป็นต้องคิดค้นทฤษฎีนี้ขึ้นเป็นเพราะแบบจำลองการขยายตัวของจักรวาลที่เราเรียนกันอยู่ทุกวันนี้มันมีช่องโหว่อยู่เต็มไปหมด พูดง่ายๆ ก็คือองค์ประกอบของจักรวาลนี้มันขาดความสมดุล ทำให้เมื่อเกิดปรากฏการณ์อะไรขึ้นมา นักฟิสิกส์ก็ต้องมานั่งคิดอนุภาคหรือสนามแบบใหม่ขึ้นมารองรับคำอธิบายต่อปรากฏการณ์นั้น ซึ่งดร.นีลก็เชื่อว่าการคิดค้นสิ่งใหม่ไปเรื่อยเปื่อยนั้นจะทำให้เหล่านักฟิสิกส์ทั้งหลายหลงทางได้

ด้วยเหตุนี้ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันเพริมิเทอร์จึงได้สร้างทฤษฎีปฏิจักรวาลขึ้น โดยมีพื้นฐานมาจากกฏฟิสิกส์เบื้องต้นชื่อ CPT Symmetry ในกฏนี้ว่าด้วยหลักการความสมมาตร นั่นคือประจุ อนุภาค และเวลาจะต้องมีคู่ตรงข้ามของมันอยู่เสมอ ดังนั้นทฤษฎีนี้จึงไม่ขัดกับกฏฟิสิกส์ใด เพราะอนุภาคและสนามต่างๆ ที่ใช้ก็เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับโดยทั่วไปอยู่แล้ว

สสารมืด(Dark matter)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ sevvey.com

นอกจากนี้ ทฤษฎีปฏิจักรวาลยังสามารถนำไปใช้อธิบายเรื่อง “สสารมืด” (Dark matter) ได้อีกด้วย โดยในทฤษฎีกล่าวว่า จักรวาลคู่ขนานของเราเต็มไปด้วยอนุภาคนิวทริโน (Sterile neutrino) ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับอนุภาคอื่น ซึ่งอนุภาคนี้ก็มีมวลมากตรงกับสสารมืดที่มีมวลถึง 96 เปอร์เซ็นต์ของจักรวาลทั้งหมดด้วย

และนี่ก็คือ “ทฤษฎีปฏิจักรวาล” จักรวาลคู่ขนานที่ทุกสิ่งตรงข้ามกับเอกภพของเรา น่าเสียดายที่แนวคิดนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรมารองรับ เนื่องจากทีมนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นแนวคิดนี้เป็นนักฟิสิกส์เชิงทฤษฎี หรือก็คือสายจินตนาการสำคัญกว่าความรู้เช่นเดียวกับไอสไตน์ของเรานั่นแหละค่ะ แต่ก็ไม่แน่ว่าแนวคิดนี้อาจเป็นความจริงและรอให้มีการพิสูจน์ในอนาคตก็ได้ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ