เป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์จะย้ายไปอยู่ดาวอังคาร

เพื่อนๆ มีใครเบื่อฝนตก รถติด ชีวิตบัดซบบนโลกบ้างมั้ยคะ บางคนอาจจะเบื่อหนักถึงขั้นอยากย้ายหนีขึ้นไปอยู่บนดาวดวงอื่นให้มันพ้นๆ ไป และดาวที่มีความเป็นไปได้ที่เราจะสามารถย้ายขึ้นไปอยู่มากที่สุดก็คือดาวอังคาร ดาวเคราะห์สีแดงในระบบสุริยะเดียวกับเรานี่เอง แต่คำถามคือแล้วคนไทยอย่างเราล่ะจะมีโอกาสได้ย้ายขึ้นไปอยู่บนดาวดวงอื่นกับเขามั้ย?

ในประเด็นนี้ ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ให้ความคิดเห็นว่า นิสัยชอบย้ายถิ่นฐานนั้นมันฝังอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์อยู่แล้ว ในสมัยก่อนตอนที่เรายังไม่มียานอวกาศ เราก็มีการเดินทาง ย้ายจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง อย่างเจงกิสข่านที่เดินทางไปยึดยุโรป หรือคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสที่บุกเบิกอเมริกา หรือแม้กระทั่งในยุคที่เราไม่มีประเทศอะไรใหม่ให้ค้นพบแล้ว มนุษย์เราก็ยังชอบความท้าทาย ขึ้นไปปีนเขาเอเวอเรสต์ หรือเดินทางไปยังที่ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยไปอยู่ดี ซึ่งนิสัยนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังคงอยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

ทั้งนี้ก็ยังมีหลายคนที่มองว่าเราไม่ควรทิ้งโลกไปอยู่บนดาวดวงอื่น อย่างเช่น อดีตนักบินอวกาศนาซ่า โรนัลด์ เจ. การาน จูเนียร์ (Ronald J. Garan Jr.) ที่เคยมีประสบการณ์ออกไปใช้ชีวิตบนอวกาศมาแล้ว โดยเขาให้ความคิดเห็นว่ามันม่สมเหตุสมผลเลยที่เราต้องทิ้งโลกเพื่อไปอยู่บนดาวที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยเลยสักนิดอย่างดาวอังคาร เพราะถ้าหากเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ก่อให้เกิดภาวะวิกฤตบนโลกได้ แล้วเราจะไปปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมบนดาวอังคารที่หนักหนาสาหัสกว่าโลกให้อยู่อาศัยได้อย่างไร และถ้าหากเรามีความสามารถขนาดเปลี่ยนดาวอังคารให้อยู่ได้เหมือนโลกล่ะก็ ทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนแปลงโลกของเราให้ดีขึ้นเสียเองล่ะ

อย่างไรก็ตาม การที่มนุษย์เราจะอยากย้ายขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารอาจจะไม่ได้มาจากเหตุผลที่ว่าโลกไม่น่าอยู่อย่างที่ดร.ศรัณย์ว่า แต่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น อยากผจญภัยของมนุษย์เราเอง ซึ่งตอนนี้หลายประเทศก็มีโครงการจะส่งมนุษย์ขึ้นไปทดลองสร้างอาณานิคมบนดาวอังคารกันแล้ว โดยขั้นแรกนักวิทยาศาสตร์ได้พยายามหาวิธีสร้างชั้นบรรยากาศบนดาวอังคารให้หนาแน่นและอบอุ่นขึ้น เพื่อที่มนุษย์อย่างเราๆ จะได้ใช้ชีวิตอยู่ได้ แต่กว่าจะสร้างชั้นบรรยากาศที่ครอบคลุมดาวทั้งดาวได้สำเร็จก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน

 โรนัลด์ เจ. การาน จูเนียร์
ภาพ โรนัลด์ เจ. การาน จูเนียร์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ askmen.com

ที่ผ่านมาโครงการที่จะส่งมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารก็มีอยู่มากมาย ได้แก่ โครงการ SpaceX โครงการสุดล้ำของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ที่มีเป้าหมายจะส่งคนขึ้นไปดาวอังคารให้ได้ครั้งละมากๆ โครงการ Mars One ที่มีวัตถุประสงค์ส่งมนุษย์กลุ่มแรกขึ้นไปบุกเบิกและสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยองค์กรจากเนเธอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งโครงการ World Government Summit ครั้งที่ 5 จัดโดยรัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่วางแผนจะส่งคนขึ้นไปลองตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารถึง 600,000 คนเลยทีเดียว

“โครงการ The Mars 2117 เป็นโครงการที่มีเป้าหมายระยะยาว โดยจุดมุ่งหมายแรกคือการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กรุ่นต่อไปมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ และขยายขอบเขตของการวิจัยในอนาคต” เจ้าชายชีกห์ฮัมเดน บิน มูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทูม (Sheikh Hamdan Bin Mohammed Bin Rashid Al Maktoum) จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้สัมภาษณ์ “สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการสำรวจอวกาศระดับโลก เราจึงหวังว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ”

เจ้าชายชีกห์ฮัมเดน บิน มูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทูม
ภาพเจ้าชายชีกห์ฮัมเดน บิน มูฮัมหมัด บิน ราชิด อัล มักทูม – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dubaistandard.com

ในเมื่อมีโครงการมากมายที่จะส่งมนุษย์ขึ้นไปอยู่บนดาวอังคาร ดังนั้นจึงมาถึงคำถามที่เราอยากรู้ที่สุดคือ คนไทยเราจะมีโอกาสได้ขึ้นไปเหยียบดาวอังคารเป็นกลุ่มแรกๆ บ้างมั้ย ในประเด็นนี้ ดร.ศรัณย์ ได้ตอบไว้ว่า “นั่นสิ ผมก็อยากถามคำถามนี้เหมือนกัน คงต้องถามรัฐบาลว่าจะสนับสนุนกันไหม ผมว่าเราน่าจะเริ่มจากการสร้างอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศได้แล้ว ซึ่งความรู้ที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้จะช่วยให้เราพัฒนางานทางด้านวิศวกรรมได้มหาศาล แต่เราก็ยังไม่มีแผนการ”

หลายคนอาจมองว่าคนไทยมีข้อจำกัดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถ ทรัพยากรเชื้อเพลิง และงบประมาณที่จะสามารถนำมาสร้างยานอวกาศได้ แต่ดร.ศรัณย์กลับให้สัมภาษณ์ว่า

“เรามีเงินแน่นอน เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ได้ใช้เงินเยอะ ผมจะบอกให้ว่าอินเดียส่งยานขนาดเล็กๆ เท่ากับโต๊ะ 1 ตัว เพื่อไปสำรวจและโคจรรอบๆ ดาวอังคารเมื่อ 2 ปีที่แล้ว รู้ไหมเขาใช้งบประมาณเท่าไร งบประมาณทั้งหมดของโครงการนี้น้อยกว่าสร้างหนังฮอลลีวูด 1 เรื่องอีกนะครับ คือประมาณ 2พันล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น งบประมาณนี้จะเท่าๆ กับราคาที่เราสร้างมอเตอร์เวย์แค่ 4 กิโลเมตรเท่านั้น เพราะตอนนี้เราใช้เงินสร้างมอเตอร์เวย์กิโลเมตรละ 500-600 ล้านบาท เขาทำได้ แล้วคนเขาก็เก่งขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้บอกว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ให้ผมส่งยานไปโคจรรอบดาวอังคารให้ได้เหมือนที่อินเดียทำ ผมว่าใช้เงินอย่างมากก็ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท พอๆ กับสร้างมอเตอร์เวย์ประมาณ 3 กิโลเมตร แค่สะพานลอยข้ามทางแยกในกรุงเทพฯ 1 แห่งก็พันล้านแล้วนะครับ”

ยานอวกาศของอินเดีย
ภาพยานอวกาศของอินเดีย – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ business-standard.com

ส่วนในด้านความสามารถที่หลายคนยังกังขาว่าจะสู้ชาติอื่นได้มั้ย ดร.ศรัณย์ กลับมองว่าวิศวกรของเราไม่ได้มีความสามารถด้อยกว่าชาติอื่น เพียงแต่ยังไม่ได้รับโอกาสให้พัฒนาอย่างเต็มที่เท่านั้น ทั้งยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “รัฐบาลต้องเป็นคนเริ่มนะครับ เรื่องเหล่านี้จะปล่อยให้เอกชนทำเองไม่ได้ เพราะเขาต้องคิดถึงเรื่องกำไรขาดทุนเป็นหลัก แต่รัฐต้องคิดถึงการลงทุนเพื่อจะสร้างคนให้เก่งที่สุด เพื่อต่อไปเขาจะสามารถช่วยสร้างนวัตกรรมต่างๆ ได้อีกมากมาย”

“ถ้าจะมี อีลอน มัสก์ เมืองไทย ตอนนี้เขาคงต้องย้ายไปอยู่อเมริกา เพราะอาจจะมีสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เอื้อให้เขาสร้างนวัตกรรมได้ง่ายกว่าที่เมืองไทย สมมติวันนี้ผมมีไอเดียที่จะสร้างอุปกรณ์ประหลาดๆ ขึ้นมาสักอัน ผมมองไปทางไหนก็ไม่มี supply chain อยู่ในเมืองไทยเลย ผมไปตั้งบริษัทที่อเมริกาไม่ดีกว่าเหรอครับ” ดร.ศรัณย์ กล่าว

SpaceX
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ nypost.com

ทั้งนี้มหาเศรษฐีที่คิดค้นนวัตกรรมต่างๆ มากมายอย่างอีลอน มัสก์เอง โดยพื้นเพแล้วเขาก็ไม่ใช่คนอเมริกันแต่กำเนิด แต่เป็นคนแอฟริกาใต้ที่ไปเติบโตที่แคนาดา ซึ่งสุดท้ายแล้วเพื่อให้เขาสามารถคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เขาก็ต้องย้ายไปอยู่ที่อเมริกาอยู่ดี ซึ่งดร.ศรัณย์มองว่าเราจะปล่อยให้คนที่มีความสามารถในเมืองไทยย้ายไปอยู่อเมริกากันหมดไม่ได้ แต่รัฐบาลเราต้องสร้างคนเก่งขึ้นมา ให้เหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จในเอเชีย อย่าง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย หรือแม้แต่สิงคโปร์

เอาเป็นว่าใครที่ฝันอยากไปตั้งรกรากบนดาวดวงใหม่คงต้องรอนานกันสักหน่อย ยิ่งถ้าเป็นคนไทยอาจจะต้องรอให้ชาวโลกคนอื่นๆ เขาบุกเบิกกันไปก่อน ส่วนคนไทยอย่างเราค่อยตามไปก็ยังไม่สาย จริงไหม? สุดท้ายนี้อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะ