จีนส่งสิ่งมีชีวิตทดลองขึ้นไปบนอวกาศ

.

สักวันหนึ่งมนุษย์เราต้องได้ไปอวกาศ คำนี้คงเป็นปณิธานของหลาย ๆ องค์กรที่ทำงานด้านอวกาศ ดังนั้นก่อนที่มนุษย์จะขึ้นไปใช้ชีวิตบนอวกาศได้นั้น ก็ต้องมีการสำรวจให้แน่ชัดเสียก่อนว่าบนอวกาศสามารถอยู่ได้จริง และจะมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจนไม่ทำให้เกิดอันตรายกับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จึงมีการทดลองและการสำรวจขึ้นมามากมายจากหลายองค์กรด้านอวกาศทั่วโลก เพื่อการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าบนอวกาศนั้นเหมาะกับการอาศัยหรือไม่

.

วันนี้พวกเราชาว eduHUB จะพาเพื่อน ๆ ไปรับชมเรื่องราวการทำวิจัยในการเอาตัวรอดของสิ่งมีชีวิตเมื่อออกไปนอกโลก เรื่องราวการวิจัยนี้จะเป็นอย่างไร แต่ก่อนจะไปรับฟังเรื่องราวสนุก ๆ ในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอปเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ

.

หลังจากการที่นาซ่าได้ไปสำรวจดาวอังคารมาแล้วแต่ยังไม่พบสิ่งมีชีวิตใดใดอาศัยอยู่บนนั้นเลย ย่อมเกิดคำถามว่า จริง ๆ แล้วดาวอังคารเป็นสถานที่ที่เหมาะต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตหรือเปล่า เพราะในการส่งยานอวกาศไปสำรวจหลาย ๆ ครั้ง เรามักจะพบร่องรอยการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต อย่างเช่น พวกจุลินทรีย์ ร่องรอยการมีอยู่ของน้ำ แต่นั่นไม่เพียงพอที่จะสามารถให้มนุษย์ขึ้นไปดำรงชีวิตอยู่ได้ ทีนี้เมื่อดาวอังคารยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใดใด

.

จึงเกิดคำถามใหม่ขึ้นอีกว่า แล้วถ้าเราเอาสิ่งมีชีวิตขึ้นไปไว้และปล่อยให้มันปรับตัวกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนดาวอังคารละจะเป็นอย่างไร เพราะหากย้อนไปตอนกำเนิดโลก สิ่งมีชีวิตแรกของโลกก็เพียงจุลินทรีย์เล็ก ๆ ก่อนจะเกิดการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงและกลายมาเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จวบจนมาเป็นมนุษย์ในที่สุด

.

ดังนั้น หากจะมีแนวคิดในการย้ายถิ่นฐานไปนอกโลก การศึกษาจุลินทรีย์ก็สำคัญ เพราะมันอาจจะเป็นจุดกำเนิดของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารก็เป็นไปได้ จีนเป็นหนึ่งในประเทศแถวหน้าด้านอวกาศ หลังจากความมุ่งมั่นตั้งใจจัดทำโครงการไปดวงจันทร์หลายต่อหลายครั้ง ครั้งนี้ จีนจึงเริ่มหันมาสำรวจการเอาชีวิตรอดของจุลินทรีย์เมื่ออยู่ในอวกาศ จากการรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัวได้กล่าวว่า

.

จีนนั้นทำการทดลองนำด้วยการเอาจุลินทรีย์หลาย ๆ สายพันธุ์ขึ้นไปยังอวกาศโดยใช้บอลลูน โดยการทดลองนี้ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2562 โดยสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์ ประเทศจีนได้ออกแบบบอลลูนที่สามารถส่งขึ้นไปยังอวกาศชั้นต้นได้ เพื่อนำพาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กขึ้นไปทำการทดลองโดยปล่อยบอลลูนขึ้นไปถึง 4 ครั้ง ในบริเวณมองโกเลียและชิงไห่ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ว่านั้นคือ แบคทีเรียกลุ่มแมกนีโตแทคติก ซึ่งเป็นแบคทีเรียแบบที่สามารถใช้ชีวิตได้ในสภาวะสุดขั้ว โดยบอลลูนถูกปล่อยขึ้นไปลอยบนอวกาศที่อยู่ใกล้โลกที่ความสูง 23 กิโลเมตรเหนื่อระดับน้ำทะเล

.

จากการทดลองพบว่าแบคทีเรียกลุ่มแมกนีโตแทคติกเมื่อขึ้นไปอยู่ในอวกาศ และเจอกับสภาวะแรงโน้มถ่วงที่ต่ำ ชั้นบรรยากาศเบาบาง อากาศหนาวเย็นและเริ่มได้รับรังสีจากอวกาศ ซึ่งมีความคล้ายกับสภาวะแวดล้อมบนดาวอังคาร ทำให้แบคทีเรียกลุ่มแมกนีโตแทคติกนั้นสังเคราะห์อนุภาคบางอย่างออกมา นั่นก็คือ สารประกอบไอออนออกไซด์ที่มีชื่อว่า “แมกนีโตโซม” ซึ่งแมกนีโตโซมนี้เอง เป็นเหมือนแม่เหล็กที่สามารถทำหน้าที่เป็นเข็มทิศนำทางไปยังสนามแม่เหล็กของโลกได้ สาเหตุที่มันปรับตัวได้ เพราะว่ามันสร้างกลไกในการป้องกันรังสีจากนอกโลกที่อันตราย

.

ส่วนแบคทีเรียอื่นในการทดลองที่ไม่ใช่กลุ่มนี้นั้น ล้วนไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ในสภาวะบนอวกาศ ทั้ง ๆ ที่เป็นอวกาศที่ใกล้โลกมากแท้ ๆ ด้วยสภาวะที่คล้ายคลึงกับดาวอังคารจึงทำให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ว่า แบคทีเรียกลุ่มแมกนีโตแทคติก น่าจะมีความสามารถในการเอาชีวิตรอดบนดาวอังคารได้ และการทดลองนี้อาจทำให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อเอาตัวรอดบนดาวอังคารหรือในอวกาศ

.

สำหรับเรื่องราวสนุก ๆ ในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะจากกันไปในวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก chatBEE แอปหาคนรู้ใจ ใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป