5 ผลงานโดดเด่นของสถานีอวกาศนานาชาติ

สถานีอวกาศนานาชาติที่เกิดจากความร่วมมือของหลากหลายเชื้อชาติที่ทำงานวิจัยร่วมกันบนห้องปฎิบัติการลอยฟ้า ตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 เพื่อใช้ในการทดลองและทำการวิจัยต่างๆในสภาวะที่แตกต่างจากบนพื้นโลก โดยมีปฏิกิริยาบางชนิดที่หากได้รับการดัดแปลงในสถานที่ที่มีแรงโน้มถ่วงต่ำและบรรยากาศที่เบาบาง ก็จะทำให้เกิดผลที่แตกต่างจากบนพื้นโลก
.

สถานีอวกาศนานาชาติได้ถูกส่งขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศของโลก นับว่าเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แล้ว แล้วพวกเราเคยสงสัยกันไหมว่า ผลงานที่สำคัญของสถานีอวกาศนานาชาติคืออะไรกันบ้าง
.

วันนี้พวกเรา eduHUB จะนำผลงานวิจัยที่สำคัญที่ทางสถานีอวกาศนานาชาติได้ทำการทดลองและทำการวิจัยมาให้เพื่อนๆได้ชมกัน แต่ก่อนที่จะไปรับฟังเรื่องราวสนุกๆในวันนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนใจดี BEEclean แอพเรียกแม่บ้านสำหรับคุณ 
.

อย่างที่เราทราบกันดีว่าสถานีอวกาศนานาชาติได้มีภารกิจในการขึ้นไปเป็นสถานที่ทดลองบนอวกาศโดยจะทำการทดลองด้านชีววิทยา ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และการทดลองต่างๆที่สามารถทำได้บนสภาวะที่มีแรงโน้มถ่วงที่ต่ำ นอกจากนี้มันยังใช้เป็นแหล่งหยุดพักสำหรับการเดินทางบนอวกาศที่แสนยาวนาน ให้นักบินอวกาศหรือเครื่องยนต์ของยานอวกาศได้หยุดพัก
.

ในปัจจุบันประเทศจีนและรัสเซียได้มีแผนที่จะไปสร้างสถานีอวกาศนานาชาติแบบนี้ที่ดวงจันทร์ เพราะคาดหวังจะให้มันนั้นเป็นจุดพักเพื่อเติมเชื้อเพลิง พลังงาน และยังใช้เป็นเเหล่งทดลอง วิจัย บนดวงจันทร์อีกด้วย
.

สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติที่ล่องลอยอยู่เหนือพื้นโลกนั้น นับว่าเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แล้ว ที่สถานีอวกาศนานาชาติได้ขึ้นไปล่องลอยและปฏิบัติภารกิจต่างๆ ที่ขับเคลื่อนด้วยนักวิจัยภายในห้องทดลองต่างๆ บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าผลงานของสถานีอวกาศนานาชาตินั้น มีอะไรบ้าง วันนี้พวกเรา eduHUB คัดเรื่องราวเด็ดๆมาฝากเพื่อนๆกัน 5 ผลงานด้วยกัน
.

1.การตรวจวัดพลังงานจากสายฟ้า

คงเป็นเรื่องราวที่หลายคนสงสัยและอยากที่จะศึกษามานานถึงพลังงานที่ทำให้เกิดสายฟ้าแลบฟ้าผ่า หากแต่ว่าบนพื้นโลกนั้นอาจยังไม่ใช่สถานที่ที่กำเนิดสายฟ้าเหล่านี้
.

ดังนั้นสถานีอวกาศที่ลอยอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ ก็จะมีความใกล้กับสายฟ้าและสามารถศึกษาได้อย่างใกล้ชิดมากกว่า จึงมีโครงการที่จะตรวจวัดพลังงานจากรังสีแกมมา ที่เกิดจากสายฟ้า โดยใช้อุปกรณ์ที่มีชื่อว่า ASIM ขององค์การอวกาศยุโรป
.

โดยเครื่อง ASIM นั้นจะศึกษาและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยประจุไฟฟ้า ในเวลาที่เกิดสายฟ้าขึ้นมาบนโลก ซึ่งจากการวิจัยพบว่าการเกิดฟ้าแลบฟ้าผ่าบนโลกนั้นจะมีการปลดปล่อยรังสีแกมมาเกิดขึ้นมาด้วยพร้อมๆกัน 
.

2.ดาวเทียมจิ๋วสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์

นาซ่าได้สร้างดาวเทียมจิ๋วขึ้นมามีชื่อว่า ASTERIA ซึ่งถูกปล่อยออกจากสถานีอวกาศนานาชาติในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งศักยภาพของดาวเทียมจิ๋วนี้ สามารถค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และยังสามารถมองเห็นระบบดาวฤกษ์อื่น
.

โดยวัดจากค่าความสว่างของดาวฤษ์ที่เปลี่ยนแปลงจนทำให้สามารถศึกษาระบบดาวฤกษ์ 55 Cancri และดาวเคราะห์ที่อยู่โดยรอบได้
.

3.การผลิตสสารสถานะที่ 5

บนโลกนั้นมนุษย์สามารถที่จะผลิตสสาร 4 สถานะ ไม่ว่าจะเป็น ของแข็ง ของเหลว ก๊าซและพลาสมา แต่บนสถานีอวกาศนั้นเราสามารถผลิตสสารในสถานะที่ 5 ได้
.

ซึ่งมีชื่อว่า Bose-Einstein Condensate หรือ BEC ซึ่งเป็นสถานะที่ต้องอาศัยอุณหภูมิต่ำๆ โดยทางสถานีอวกาศนานาชาติได้ผลิตสารนี้ขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2561 ภายในห้องปฏิบัติการโคลอะตอม
.

4.การศึกษาภาวะโลหิตจาง

ในอดีตนักบินอวกาศที่เดินทางไปนอกโลกมักจะพบกับภาวะโลหิตจาง ดังนั้นสถานีอวกาศนานาชาติจึงมีการวิจัยเรื่องภาวะโลหิตจากในมนุษย์ซึ่งพบว่าในภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ เม็ดเลือดแดงจะมีความผิดปกติ และเกิดการสูญเสียเม็ดเลือดแดง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาถึง 3 เดือนถึงร่างกายมนุษย์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
.

5.การควบคุมหุ่นยนต์ในสภาพแรงโน้มถ่วงต่ำ

มีการทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติถึงการควบคุมหุ่นยนต์ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ ซึ่งพบว่าสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำนั้นมีผลต่อการควบคุมหุ่นยนต์ นั่นก็เป็นเพราะว่าระบบ ฟอส ฟีดแบค นั้นจะมีผลต่อการขับเคลื่อน โดยในอวกาศนั้นมีแรงโน้มถ่วงที่ต่ำ จึงมีผลต่อการเคลื่อนย้ายมากกว่าบนพื้นโลก
.

อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มีเป้าหมายในการวิจัยการใช้งานหุ่นยนต์ในอวกาศเพิ่มเติมมากขึ้นอีกในอนาคตและนี่ คือ 5 ผลงานที่ผ่านมาของสถานีอวกาศนานาชาติ และแน่นอนว่าบนสถานีอวกาศนานาชาติไม่ได้มีผลงานวิจัยแค่นี้แน่ๆ ในอนาคตต้องมีงานที่น่าสนใจมากกว่านี้และน่าตื่นเต้นมากกว่านี้ สำหรับเรื่องราวๆสนุกเกี่ยวกับวาร์ปไดรฝ์ในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ แต่ก่อนจะจากกันไปในวันนี้ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลัก Chatbee แอพหาคนรู้ใจใกล้คุณ โหลดเลยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป