ดาวอังคารเคยเต็มไปด้วย “น้ำ”

เนื่องจากโลกของเรากำลังพังลงทุกวัน เราจึงคิดวางแผนจะย้ายขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารแทน แต่การจะย้ายขึ้นอยู่บนดาวดวงอื่นได้นั้นต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง และ “น้ำ” ก็คือหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้น แต่ดวงดาวสีแดงที่ดูแห้งแล้งอย่างดาวอังคารดูไม่น่าจะมีน้ำอยู่เลยใช่มั้ยคะ แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบแล้วว่า อันที่จริงเมื่อ 3,600 ล้านปีที่แล้วดาวอังคารเคยมีน้ำอยู่เต็มไปหมด!

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ physics-astronomy.org

ก่อนที่เราจะย้อนกลับไปดูเมื่อ 3,600 ล้านปีก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่าทำไมบนดาวอังคารถึงไม่มีน้ำ จริงๆ แล้วไม่ใช่ดาวอังคารจะไม่มีน้ำที่อยู่ในรูปแบบของเหลวเลยนะคะ แต่น้ำในรูปแบบของเหลวไม่สามารถคงสภาพอยู่บนดาวอังคารได้นานเพราะความดันบนดาวสีแดงดวงนี้มีแค่ 0.087 ปอนด์ต่อ 1 ตารางนิ้ว หรือก็คือมีความดันน้ำเพียงแค่ร้อยละ 0.6 เมื่อเทียบกับโลก ประกอบกับอุณหภูมิบนดาวดวงนี้ที่หนาวเย็นมากๆ น้ำที่เป็นของเหลวจึงระเหิดหรือแข็งตัวในอัตราที่เร็วมากๆ

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ stagramer.com

แต่เมื่อ 3,600 ล้านปีก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวอังคารไม่น่าจะหนาวขนาดนี้ รวมถึงชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นกว่า ดังนั้นน้ำจึงสามารถอยู่ในรูปของเหลวได้ถึงขั้นอาจมีมหาสมุทรที่ครอบคลุมพื้นถึง 1 ใน 3 ของดาวเลยทีเดียว

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ phys.org

ไม่เพียงเท่านั้น แต่นักวิทยาศาสตร์ยังพบอีกด้วยว่าในหลายช่วงของประวัติศาสตร์ที่ดาวอังคารมีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ที่ใต้ดาวอังคารก็มีน้ำที่เป็นของเหลวอยู่เป็นพักๆ ด้วย แม้กระทั่งในวันที่ 9 ธ.ค. ปีค.ศ.2013 ยานคิวริออสซิตี (Curiosity) ขององค์การนาซาก็ได้รายงานว่าที่แอ่งอีโอลิสปาลัส (Aeolis Palus) เองก็เคยเป็นทะเลสาบน้ำจืดมาก่อน และในนั้นก็เคยมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่ด้วย

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ medium.com

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานร่องรอยการกัดเซาะของน้ำ ช่องทางน้ำโบราณ รวมถึงการตรวจพบแร่ธาตุอื่นๆ ที่บ่งบอกให้เห็นว่าที่ดาวดวงนี้เคยเต็มไปด้วยน้ำมาก่อน แต่เมื่อชั้นบรรยากาศของดาวอังคารเบาบางลง ทำให้สนามแม่เหล็กและรังสีจากดวงอาทิตย์พุ่งตรงมายังดาวอังคารได้มากขึ้น และเกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้และล้มตายไปในที่สุด

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ nbcnews.com

และสาเหตุที่ดาวอังคารในสมัยก่อนมีสภาพอากาศที่อบอุ่น ศาสตราจารย์เอ็ดวิน ไดท์และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ก็คาดว่าน่าจะเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่า “มีเทนเบิร์สท์” หรือก็คือการระเบิดของมีเทนนั่นเอง โดยการระเบิดนี้เกิดจากการที่แกนกลางของดาวอังคารมันไม่สเถียร ทำให้แกนของดาวเอียงไปมาทุกๆ 1,000 ปี 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ newslocker.com

พอแกนกลางของดาวเอียงมันก็ส่งผลต่ออุณหภูมิและเกิดเป็นการกักเก็บชั้นน้ำแข็งที่มีโมเลกุลของก๊าซมีเทนขึ้น และพอถึงจุดหนึ่งมีเทนจำนวนมากถึง 200 ล้านล้านตันก็ระเบิดออกมาในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 1,000 ปี ทำให้อุณหภูมิและความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศสูงขึ้นจนน้ำสามารถคงอยู่ในรูปของของเหลวได้นานถึงประมาณ 1 ล้านปี น่าเสียดายที่หลังจากนั้นชั้นบรรยากาศของดาวอังคารก็บางลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ทำให้ในที่สุดดาวอังคารก็มีสภาพที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน ดังนั้นถ้าหากเราเลือกที่จะขึ้นไปอยู่อาศัยบนดาวดวงนี้จริง เราก็อาจต้องคิดค้นเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องชั้นบรรยากาศและสร้างแหล่งน้ำบนนั้นก่อน ซึ่งเราคงไม่มีโอกาสได้ย้ายขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารในเร็วๆ นี้แน่ๆ และสุดท้ายนี้ หากถูกใจบทความของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ