โลกกำลังเข้าสู่ “ยุคน้ำแข็งเล็ก” จริงเหรอ!?

ยุคน้ำแข็ง

เมื่อพูดถึงหนังเกี่ยวกับหายนะวันสิ้นโลกแล้ว หลายคนอาจจะนึกถึงหนังดังระดับตำนานอย่างเรื่อง “The Day After Tomorrow” หรือในชื่อภาษาไทยว่า “วิกฤติวันสิ้นโลก” ภาพยนตร์สัญชาติอเมริกาที่ว่าด้วยเรื่องของหายนะทางธรรมชาติ โดยในเรื่องได้มีการอ้างอิงถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์ วิกฤตการณ์โลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกละลาย การเกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง จนโลกของเราเข้าสู่ยุคน้ำแข็งในที่สุด ซึ่งเหล่าตัวเอกของเราก็ต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากภัยธรรมชาติที่เป็นเหมือนบทลงโทษมนุษย์นี้ไปให้ได้

หนังเรื่อง The Day After Tomorrow ออกฉายในปี 2004 ซึ่งในปีนั้น ผู้ชมที่ดูหนังจบแล้วก็อาจจะแค่คิดว่าโชคดี ที่มันเป็นแค่หนัง แต่ในปัจจุบันที่วิกฤตโลกร้อนและสภาพอากาศแปรปรวนเริ่มเข้ามาประชิดตัวเรามากขึ้นทุกที จนหลายคนอาจเริ่มมีคำถามขึ้นมาว่า เหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ โลกของเรากำลังจะถึงจุดสิ้นสุดในเร็วๆ นี้จริงหรือเปล่า ซึ่งล่าสุดก็ได้มีข่าวสุดช็อคถูกปล่อยออกมาว่า โลกเรากำลังจะเริ่มเข้าสู่ยุคน้ำแข็งเล็กในปี 2020 นี้จริงๆ !? แถมข่าวนี้ก็มีบทสัมภาษณ์ยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์และนาซาด้วย!!

The Day After Tomorrow
ภาพหนังเรื่อง The day after tomorrow – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ movie.trueid-preprod.net

ก่อนหน้านี้มีรายงานออกมาว่าโลกเรากำลังจะประสบกับปัญหาสภาพอากาศครั้งใหญ่ โดยอุณหภูมิของโลกจะลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง มีพายุหิมะครั้งรุนแรงเกิดขึ้นในหลากหลายประเทศ จนสามารถพูดได้ว่าโลกเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคน้ำแข็งขนาดย่อม หรือ Little Ice Age เลยก็ว่าได้ แถมยุคน้ำแข็งขนาดย่อมนี้ก็ไม่ได้เผื่อเวลาให้เราเตรียมตัวมากนัก เพราะมันไม่ได้กำลังจะเกิดขึ้นในอีก 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า แต่จะมันจะเกิดขึ้นในปี 2020 นี้ และจะกินเวลาต่อเนื่องยาวนานไปอีกถึง 30 ปี!

โดยในข่าวได้มีการอ้างอิงถึงบทสัมภาษณ์จากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ว่า ในปี 2020 นี้จะเป็นปีที่ดวงอาทิตย์ปล่อยพลังงานแสงอาทิตย์ออกมาน้อยที่สุดในรอบ 200 ปี หรือที่เรียกกันว่าโซลาร์มินิมัม (solar minimum) ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้จะส่งผลให้อุณหภูมิของโลกจะลดต่ำลงสูงสุดได้ถึง -50 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ซึ่งผลที่จะตามมาคือปัญหาการขาดแคลนอาหาร เนื่องจากผลกระทบทางด้านการเกษตร เช่นเดียวกับเหตุการณ์โซลาร์มินิมัมที่เคยเกิดขึ้นในปี 1645-1715 อุณหภูมิทั่วโลกลดลงอย่างรวดเร็ว จนทำให้แม่น้ำเทมส์กลายเป็นน้ำแข็งอยู่หลายครั้ง

solar minimum
ภาพการลดลงของอุณหภูมิในปั 1650-1675 – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ climate.nasa.gov

คุณ วาเลนทินา ซาร์โควา (Valentina Zharkova) นักดาราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านดวงอาทิตย์ จากมหาวิทยาลัย
นอร์ทัมเบรีย (Northumbria University) ได้ให้สัมภาษณ์ในบทความนี้ว่า จะเกิดจุดมืดบนพื้นผิวของดวงอาทิตย์ ซึ่งส่งผลให้พลังงานและรังสีถูกปล่อยออกไปสู่โลกและดาวเคราะห์ต่างๆ น้อยลง โดยเหตุการณ์นี้อาจทำให้มีอุณหภูมิในบางพื้นที่ลดลงโดยเฉลี่ย 1 องศาเซลเซียส

หลังจากที่ข่าวนี้แพร่กระจายออกไป มันก็สร้างความแตกตื่นให้คนจำนวนมาก จนสุดท้ายแล้วทางนาซาต้องออกมาชี้แจงผ่านเว็บไซต์ climate.nasa.gov ว่า โลกเราจะไม่มียุคน้ำแข็งอะไรทั้งนั้น! เพราะเรื่องวิกฤตยุคน้ำแข็งขนาดย่อมที่เคยออกข่าวไปน่ะมันเกิดจากความเข้าใจผิดล้วนๆ !!

ยุคน้ำแข็งเล็ก

โดย คุณวาเลนทินา ซาร์โควา นักดาราศาสตร์ที่ให้สัมภาษณ์ในข่าวก่อนหน้านี้ กล่าวว่า “พวกเราไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศเลย แต่ฉันก็ต้องยอมรับว่าเราอาจจะคาดหวังว่ามันจะเกิดยุคน้ำแข็งเล็กอยู่เหมือนกัน”

สรุปคือ ทางคุณวาเลนทินาและนาซาเพียงแค่พูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องจุดมืดบนดวงอาทิตย์และการลดต่ำลงของอุณหภูมิเท่านั้น แต่ไม่เคยบอกว่ามันจะเกิดยุคน้ำแข็งขนาดเล็กแต่อย่างใด เพราะอันที่จริงแล้วดวงอาทิตย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงของพลังงานที่ปล่อยออกมาเป็นปกติอยู่แล้ว โดยจะขึ้นอยู่กับปริมาณของจุดมืดบนดวงอาทิตย์ ยิ่งมีจุดมืดมากก็ยิ่งมีโอกาสที่อุณหภูมิจะลดต่ำลง แต่ในบางครั้งที่ดวงอาทิตย์สงบ มันก็อาจจะเกิดปรากฏการณ์ที่มีจุดมืดบนดวงอาทิตย์น้อย แต่ดวงอาทิตย์กลับปล่อยพลังงานมาน้อยด้วยเช่นกันก็ได้ แต่ทั้งนี้การเกิดจุดมืดของดวงอาทิตย์ก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ จึงไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่ ดังนั้นเรื่องยุคน้ำแข็งขนาดเล็กนี้คงจะเป็นเพียงแค่การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของทีมงานและผู้ให้สัมภาษณ์เท่านั้น

เปรียบเทียบอุณหภูมิโลกและพลังงานแสงอาทิตย์
ภาพกราฟเปรียบเทียบอุณหภูมิโลกและพลังงานแสงอาทิตย์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ climate.nasa.gov

นอกจากนี้นาซายังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลของมนุษย์นั้น ยิ่งใหญ่กว่าการลดลงของอุณหภูมิจากปรากฏการณ์โซลาร์มินิมัมถึงหกเท่า! เพราะโลกเรามีปัจจัยมากมายที่สามารถก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนได้มากกว่าแค่ผลจากความแปรปรวนเล็กๆ น้อยๆ จากการปล่อยพลังงานของดวงอาทิตย์ ดังนั้นต่อให้โลกเราประสบกับภาวะวิกฤตอุณหภูมิลดต่ำลงไปอีกเป็นร้อยปี โลกเราก็จะยังคงอุ่นอยู่ดี

ฟังดูแล้วก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจเลยใช่มั้ยคะ ที่เราสามารถรอดพ้นจากภาวะยุคน้ำแข็งขนาดย่อมมาได้เพราะภาวะโลกร้อน แต่สุดท้ายแล้วเมื่อยุคน้ำแข็งสิ้นสุดลง เราก็ต้องมารับมือกับภาวะโลกร้อนที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอยู่ดี

ภาวะโลกร้อน

แต่ไม่ว่าโลกเราจะประสบกับภาวะวิกฤตแบบไหน บางทีนี่อาจถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องย้อนกลับมาดูว่า ที่ผ่านมาเราเคยทำอะไรกับโลกนี้ไว้บ้าง และถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะต้องช่วยกันดูแลโลกนี้ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายไป แล้วท่านผู้ชมทุกท่านล่ะคะ มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง สามารถคอมเม้นต์เข้ามาพูดคุยกันได้ที่ช่องคอมเม้นต์ด้านล่างนี้เลยนะคะ และถ้าหากใครชื่นชอบคลิปสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ