โครงการ Space X พามนุษย์สู่จักรวาล

ความใฝ่ฝันที่เราจะสามารถเดินทางด้วยยานอวกาศเพียงลำเดียวไปยังจุดไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานีอวกาศ ดวงจันทร์ หรือดาวอังคาร กำลังจะเป็นความจริงแล้วด้วยโครงการใหม่จาก SpaceX ที่จะทำให้พวกเราทุกคนสามารถเดินทางไปยังอวกาศได้ง่ายขึ้นเหมือนกับขนส่งสาธารณะ แรกเริ่มเลยคือเมื่อประมาณปีที่แล้ว SpaceX ได้คิดค้นระบบขนส่งระหว่างดวงดาวชื่อว่า Interplanetary Transportation System หรือเรียกย่อๆ ว่า ITS ขึ้นมา

โดยยานลำนี้มีชื่อว่า BFR มีเครื่องยนต์มากถึง 42 ตัว ทำให้มีพลังงานมหาศาลถึง 126 ล้านนิวตัน หรือก็คือมีพลังเทียบเท่ากับจรวด Falcon 9 ถึง 16 ตัวเลยทีเดียว ด้วยพลังงานอันมหาศาลนี้ทำให้ยานลำนี้สามารถขนส่งผู้โดยสารได้ถึง 200 คนแต่ในละรอบ ไปยังสถานที่ต่างๆ ในอวกาศ โดยอีลอน มักส์ (Elon Musk) ได้ว่าแผนการบินไว้ 4 แผนคือ

1.Moon Base – เป็นการเดินทางจากโลกไปดวงจันทร์
2.การเดินทางจากโลกไปดาวอังคาร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนขึ้นไปตั้งถิ่นฐานบนนั้นโดยเฉพาะ
3.การเดินทางจากโลไปสถานีอวกาศนานชาติ
4.Earth to Earth – การเดินทางข้ามทวีปในเวลาที่รวดเร็วขึ้นด้วยจรวดความเร็วสูง

โครงการ Space X
ภาพ Elon Musk ในงาน International Astronautical Congress – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ businessinsider.com

แต่ยานรุ่นใหม่ที่ออกมานี้จะเป็นจรวดรุ่นที่เล็กลงมาหน่อย โดยมีเครื่องยนต์ 31 ตัว แต่ก็เพียงพอที่จะส่งคนไปดวงจันทร์ ใช้ปล่อยดาวเทียมขนาดประมาณ 9 เมตร หรือใช้ส่งสเบียงและยาขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติได้ และเนื่องจากมันสามารถจอดรับผู้โดยสารตรงไหนก็ได้บนโลก ขอเพียงแค่มีอุปกรณ์รองรับ ยานลำนี้ก็จะพุ่งไปรับคุณทันที ทำให้เทคโนโลยีนี้ถือว่ามีความล้ำสมัยมากกว่ายานทั่วไปเป็นร้อยปีเลยทีเดียว ส่วนคำถามที่ว่าทำไมยานถึงมีชื่อแปลกๆ ว่า BFR นั้น ทีมงานได้เฉลยว่ามันเป็นแค่คำเรียกติดปากเล่นๆ ของจรวดลำนี้ว่า “Big Falcon Rocket” หรือแปลเป็นไทยก็ประมาณว่า “จรวดที่ใหญ่เหี้ยๆ” นั่นแหละ

ยานลำนี้มีความสูงโดยรวมแล้ว 106 เมตร แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักคือ จรวดบูสเตอร์และตัวยาน ด้านในตัวยานจะแบ่งย่อยอีกเป็นห้องทั้งหมดถึง 40 ห้อง โดยแต่ละห้องสามารถจุคนได้ถึง 5-6 คน ดังนั้นยานลำนี้จึงสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ทั้งหมดมากกว่า 100 คนอย่างไม่ยากเย็นอะไร แต่นอกจากห้องพักส่วนตัวแล้ว ภายในยานยังมีพื้นที่ส่วนกลางไว้ให้ผู้โดยสารเข้ามาพูดคุยและทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ด้วย

ยาน BFR
ภาพภายในยาน BFR – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ businessinsider.com

สาเหตุที่ตัวยานมีการออกแบบเช่นนี้ก็เป็นเพราะว่า ทีมงานต้องการสร้างให้มันสามารถใช้งานได้หลากหลายในต้นทุนที่จำกัด ซึ่งคล้ายกับแนวคิดการลดต้นทุนเวลาผลิตสินค้า ทีมงานจึงสร้างจรวดที่จะตอบโจทย์ทุกการใช้งานขึ้นมาไว้ว่าจะบินข้ามทวีปหรือไปถึงดาวอังคารก็ใช้จรวดลำเดียวกันได้หมด อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องแยกชิ้นส่วนยานเพื่อลงจอดเหมือนกับยานอวกาศลำอื่นๆ ที่ผ่านมาด้วย

ส่วนระยะเวลาการเดินทางนั้น คาดว่าจะใช้เวลาเดินทางจากโลกไปดาวอังคารประมาณ 3-6 เดือนตามแต่ระยะทางและวงโคจรในตอนนั้น ซึ่งยานที่ถูกส่งไปดาวอังคาร 2 ลำแรกในปี 2022 จะนำอุปกรณ์ อย่างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า อุปกรณ์ทำเหมือง และอุปกรณ์ยังชีพอื่นๆ ไปทิ้งไว้ให้ด้วย เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

ยาน BFR
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ robbreport.com

ส่วนแผนการที่ยานลำนี้จะสามารถส่งคนขึ้นอวกาศได้จริงๆ นั้นคาดว่าจะเริ่มขึ้นในปี 2024 หลังจากที่ยาน 2 ลำแรกส่งของขึ้นไปถึงและติดตั้งอุปกรณ์เสร็จจนมั่นใจว่ามนุษย์เราจะมีพลังงานใช้เพียงแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้จากฟาร์ม Solar Arrays ส่วนใครที่สนใจจะบินกลับ ยานก็จะใช้เชื้อเพลิงที่ได้จากกระบวนการทางเคมีในการสังเคราะห์ออกซิเจนและมีเทน เพื่อขนส่งผู้โดยสารกลับมา และถ้าเราเลือกเปลี่ยนจากเดินทางไปอวกาศเป็นเดินทางข้ามทวีปล่ะก็ มันจะใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี่ก็เป็นแผนที่ SpaceX คาดการณ์เอาไว้ แต่จะทำได้จริงและดีอย่างที่ว่าไว้หรือไม่ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อน มีเพื่อนๆคนไหนสนใจนั่งจรวดไปเที่ยวต่างประเทศกันมั้งคะ สุดท้ายนี้อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะด้วยนะคะ