แอตแลนติส อาณาจักรที่หายสาบสูญ

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงจะเคยได้ยินชื่ออาณาจักรแอตแลนติส (Atlantis) ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว แต่อาณาจักรที่ว่านี้คือที่ไหน เราจะไปหาคำตอบกัน โดยแรกเริ่มนั้น ผู้ที่เป็นคนริเริ่มตำนานอาณาจักรแอตแลนติสขึ้นมาก็คือนักปรัชญาชาวกรีกที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งชื่อ เพลโต (Plato) เขาได้กล่าวเอาไว้ว่าดินแดนแห่งนี้เป็นทวีปหนึ่งในคาบสมุทรแอตแลนติกตามชื่อของอาณาจักร ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้เป็นคนที่มีคุณธรรมสูง แต่นอกจากคุณงามความดีแล้ว ที่นี่ยังมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ด้วย เพลโตได้บรรยายอาณาจักรนี้ไว้ว่ามันเป็นเมืองที่กำแพงเป็นทองคำและมีวิหารอันตระการตาสร้างขึ้นจากเงิน นอกจากนี้ในเมืองยังมีอุทยานต่างๆ รวมไปถึงสนามแข่งม้าด้วย แต่น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดแล้ว ความงามของอาณาจักรอันน่าหลงใหลนี้กลับต้องสูญสิ้นไปเพราะความเกรี้ยวกราดของเทพเจ้าผู้สร้างอาณาจักรเอง

ว่าแต่เรื่องอาณาจักรแอตแลนติกนี่มีอยู่จริงหรือไม่? ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว เรื่องอาณาจักรแอนแลนติกนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น โดยอ้างอิงอยู่ในเรื่อง Timaeus และ Critias ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นโดยเพลโตทั้งคู่ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีผู้อ่านบางคนเชื่อว่าอาณาจักรแอตแลนติกนี้อาจมีอยู่จริง เพราะเพลโตเคยบอกที่ตั้งของมันอย่างเจาะจงว่าอยู่ห่างจากเสาหินเฮอร์คิวลีสไป ดังนั้นจึงมีคนจำนวนหนึ่งพยายามหาที่ตั้งของอาณาจักรแห่งนี้ให้ได้

หนังสือ Timaeus
หนังสือ Timaeus โดย พลาโต – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ andersonsbookshop.com

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับชาวแอตแลนติกเพิ่มเติมอีกว่า ผู้คนที่อยู่ในอาณาจักรแห่งนี้มีผิวสีแดง อีกทั้งยังมีความรู้ด้านฟิสิกส์ เคมี และจิตวิทยา จนสามารถผลิตนวตกรรมได้หลากหลาย ทั้งพลังงานปรมาณูจากแร่ยูเรเนียม แสงเลเซอร์ คลื่นวิทยุสำหรับติดต่อกับดินแดนอื่น นอกจากนี้ชาวแอตแลนติกยังมีพลังพิเศษที่สามารถรวบรวมพลังงานของธรรมชาติจากโลกและจักรวาลมาไว้ใช้ได้ ดังนั้นพลังงานที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรนี้จึงเป็นพลังงานจากแสงอาทิตย์ อีกทั้งชาวแอตแลนติสยังบูชาพระอาทิตย์เสมือนเทพเจ้าด้วย ก่อนที่อาณาจักรแห่งนี้จะล่มสลายไปในเวลาเพียงข้ามคืน

ถึงกระนั้นก็เชื่อกันว่า ชาวแอตแลนติสไม่ได้หายสาปสูญไปเสียทีเดียว แต่อาจสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้เป็นวัฎจักร แต่อาจมีการเคลื่อนย้ายจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ หรือก็คิดอาจจะไม่ได้ตั้งอยู่ทวีปเดิมแต่เปลี่ยนเป็นอีกทวีปหนึ่ง และจากการที่สามารถเคลื่อนย้ายที่เกิดได้นี่เอง จึงมีความเชื่อว่าอาณาจักรแอตแลนติสเคยโผล่มาให้มนุษย์ทั่วไปแบบเราๆ เห็นกันมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยโผล่มาในปี 2511-2512 แถวหมู่เกาะบาฮามา เป็นซากเมืองโบราณอยู่ใต้น้ำ โดยเมืองนั้นใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการสร้างขึ้นมา เนื่องจากเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นจากหินขนาดใหญ่ คนธรรมดาหรือแม้กระทั่งรถบรรทุกไม่สามารถเคลื่อนย้ายหินเหล่านี้ได้

ชาวแอตแลนติส

แต่ถ้าหากอาณาจักรแอตแลนติสมีเทคโนโลยีที่สูงส่งขนาดนี้แล้วมันล่มสลายไปได้อย่างไรล่ะ เรื่องนี้เล่าไว้ว่าอาณาจักรแอตแลนติสสูญสลายไปเพราะถูกคลื่นยักษ์โจมตี ทำให้อาณาจักรทั้งอาณาจักรถูกกลืนลงไปกับสายน้ำ ซึ่งที่มาของคลื่นยักษ์นั้นอาจเกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วไป หรืออาจเกิดจากเทพเจ้าก็ได้แล้วแต่ตำนาน แต่ในเรื่องราวที่ว่าเป็นเทพเจ้านั้นกล่าวว่า เทพเจ้าลงโทษชาวแอสแลนติสที่เริ่มมีความละโมบ อยากได้อยากมี และกระหายในอำนาจ โดยการให้คลื่นยักษ์ซัดทำลายเมืองนี้ทิ้ง

และจากจุดที่เพลโตเขียนระบุไว้ในเรื่องเล่าของตนเองว่าเมืองแอตแลนติสตั้งอยู่เลยเสาหินแห่งเฮอร์คิวลิส ทำให้เราสามารถตีความได้ว่าบริเวณนั้นน่าจะหมายถึงช่องแคบยิบรอลตา (Gibraltar) ดังนั้นสถานที่ที่น่าจะเป็นอาณาจักรแอสแลนติสที่เพลโตพูดถึงก็น่าจะเป็นหนึ่งในหมู่เกาะอะซอเรส (Azores) มาดีราส (Madeiras) หรือ คานารีส (Canaries) เกาะใดเกาะหนึ่ง แต่จากการสำรวจดูแล้วกลับไม่พบว่าหมู่เกาะใดในนี้สามารถเป็นอาณาจักรแอตแลนติสได้เลย

ชาวแอตแลนติส

เนื่องจากบริเวณหมู่เกาะแถวช่องแคบยิบรอลตาอาจไม่ใช่ ผู้คนจึงพยายามหาอาณาแอตแลนติสกันต่อ โดยที่ต่อมาที่คาดว่าอาจจะเป็นอาณาจักรใต้ทะเลแห่งนี้คือบริเวณช่องแคบดาร์ดาแนลเลส (Dardanelles) ในทะเลดำ (Black Sea) หรือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) เนื่องจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเคยจมลงไปครั้นเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อ 1,900 ปีก่อนคริตกาล จึงเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นอาณาจักรแอตแลนติสที่จมลงไปด้วย ซึ่งจากการคาดการณ์แล้วน่าจะจมลงไปประมาณ 1 ไมล์บริเวณระหว่างไซปรัส (Cyprus) และซีเรีย (Syria)

เพื่อยืนยันว่าใต้ทะเลนั้นมีอาณาจักรโบราณจมอยู่จริงหรือไม่ จึงได้มีการสแกนคลื่นเสียงเพื่อฟังเสียงทะสะท้อนจากใต้ท้องทะเลลึกดู ผลปรากฏว่าใต้น้ำนั้นมีสิ่งก่อสร้างจมอยู่จริง โดยภาพที่ได้เป็นกำแพงยาวราว 3 กม.ล้อมรอบยอดเขาและมีช่องว่างเหมือนคูน้ำรอบล้อมอีกที จึงเป็นไปได้ว่าสถานที่แห่งนี้แหละคือวิหารของเมืองแอตแลนติสที่สาปสูญ!

หินแห่งเฮอร์คิวลีส

ถึงกระนั้นก็ยังมีคนที่เชื่อว่านี่ไม่ใช่อาณาจักรแอตแลนติสที่เรากำลังตามหา แต่มันอยู่ในอีกสถานที่หนึ่งต่างหาก โดยนักฟิสิกส์ชาวเยอรมันนามว่า คริสเตียน ฮูบเชอร์ (Christian Huebscher) แย้งว่าสถานที่ที่เหมือนกำแพงหินและคูเมืองนั้นแท้จริงแล้วเป็นดินโคลนภูเขาไฟที่พ่นออกมาเมื่อ 10,000 ปีก่อนต่างหาก มันหาใช่อาณาจักรโบราณที่ถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตบรรจงไม่

ภายหลังได้มีการสำรวจหาอาณาจักรแอตแลนติสใหม่อีกครั้ง โดยนักโบราณคดี มหาวิทยาลัยเอดินเบอร์ก (University Edinburgh) ของอังกฤษ ก็ได้ค้นหาโดยการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม และจากภาพถ่ายบริเวณ อุทยานแห่งชาติดอนานาของสเปน (Donana) ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับสิ่งก่อสร้างทรงสี่เหลี่ยมเหมือนวิหารสองหลังจมอยู่ในโคลนใต้ทะเล และเพื่อยืนยันว่ามันเป็นสิ่งก่อสร้างของมนุษย์จริงๆ ก็ได้มีการตรวจสอบธาตุของสิ่งก่อสร้างนั้นและพบกับธาตุโลหะ รวมถึงสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ล้อมรอบด้วย จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งก่อสร้างสองหลังนั้นคือวิหารที่ใช้บูชาเทพของชาวแอตแลนติส แต่ทฤษฎีนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ เราอาจต้องรอการขุดซากโบราณสถานนี้ขึ้นมาพิสูจน์กันอีกที สุดท้ายนี้อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ