เด็กมหาลัยค้นพบดาวดวงใหม่ 17 ดวง!

ค้นพบดาวใหม่

ถึงแม้ว่าโลกเราจะเป็นดวงดาวที่น่าอยู่ เพราะมีทั้งน้ำ อากาศ ต้นไม้ และสิ่งมีชีวิต แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกอันสวยงามของเรากำลังเสื่อมโทรมลง ทั้งจากวิกฤตการณ์โลกร้อน มลภาวะ ขยะล้นโลก และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ทั้งสิ้น จริงอยู่ที่ตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามแก้ไขโดยการเลิกใช้ถุงพลาสติก หันมาปั่นจักรยานแทนการขับรถ ปิดน้ำ-ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ แต่เราจะสามารถแก้ปัญหาได้ทันจริงเหรอ? หรือบางทีนี่อาจจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหาดาวดวงใหม่เผื่อเอาไว้ ในกรณีที่โลกเราตกต่ำจนถึงขีดสุด ระดับที่มนุษย์เราไม่สามารถอาศัยอยู่บนโลกได้อีกต่อไป

ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์จากองค์กรต่างๆ ได้ส่งยานอวกาศขึ้นไปสำรวจดวงดาวมากมาย แต่ติดปัญหาอยู่ที่สภาพแวดล้อมของดาวส่วนใหญ่ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิที่ร้อนเกินไป อย่างดาวศุกร์ที่มีอุณหภูมิสูงถึง 400 องศาเซลเซียสตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน หรือจะเป็นดาวที่หนาวเกินไปอย่างดาวพฤหัสที่มีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -145 องศาเซลเซียส ตลอดจนดาวบางดวงที่เหยียบเท้าลงไปไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะพื้นผิวของดาวเป็นแก๊สทั้งหมด อย่างดาวยูเรนัสหรือดาวเสาร์ 

ค้นพบดาวใหม่2020

นี่ยังไม่พูดถึงปัญหาที่ว่า ดวงดาวส่วนใหญ่ไม่มีแหล่งน้ำสำหรับใช้ดำรงชีวิต แถมยังไม่มีชั้นบรรยากาศที่จะคอยปกป้องเราจากรังสีคอสมิกในอวกาศด้วย ถึงกระนั้นเหล่านักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ต่างก็ยังคงพยายามค้นหาดาวดวงใหม่กันอย่างหนัก กว่าจะหาเจอแต่ละดวงก็นับว่ายากลำบากมาก

แต่ล่าสุดนี้กลับมีนักศึกษาคนหนึ่งค้นพบดาวดวงใหม่ถึง 17 ดวง! แถมหนึ่งในนั้นยังอาจเป็นดาวที่เราอาศัยอยู่ได้ด้วย!

นักศึกษาที่ไม่ธรรมดาคนนี้มีชื่อว่า มิเชล คูนิโมโต (Michelle Kunimoto) เธอเรียนจบสาขาดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย (The University of British Columbia – UBC) และกำลังสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาเอก ภาควิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ ซึ่งการค้นพบดาวดวงใหม่ถึง 17 ดวงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะคูนิโมโตเคยค้นพบดาวดวงใหม่มาแล้วถึง 4 ดวงตอนที่เธอเรียนอยู่ในระดับชั้นปริญญาตรี ด้วยการสังเกตภาพดาวเคราะห์ถึง 200,000 ดวง จากข้อมูลดวงดาวทั้งหมดที่ได้ในภารกิจเคปเลอร์ (Kepler Mission)

มิเชล คูนิโมโต
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ news.ubc.ca

ตลอดระยะเวลา 4 ปีในภารกิจเคปเลอร์ ยานอวกาศที่มีชื่อเดียวกันนี้มีเป้าหมายเดียวคือ การตามหาดาวเคราะห์ดวงใหม่ โดยเฉพาะดาวที่อยู่ในเขตอาศัย หรือ แฮบบิเทชัน โซน (Habitable zone) ในทางดาราศาสตร์ เขตอาศัยที่ว่านี้หมายถึง บริเวณหนึ่งในอวกาศที่ดาวเคราะห์สามารถคงสภาพน้ำให้อยู่ในสถานะของเหลวบนพื้นผิวดวงดาวได้ เหมือนที่โลกมีทะเลและแม่น้ำที่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิต ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์อาจสามารถอาศัยอยู่บนดวงดาวเหล่านี้ได้ ดังนั้นคูนิโมโตจึงได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการค้นหาดวงดาวดังกล่าว ด้วยวิธีสังเกตการเคลื่อนผ่านทางดาราศาสตร์ (transit method)

คูนิโมโต ได้อธิบายถึงวิธีสังเกตนี้ว่า “ทุกครั้งที่ดาวเคราะห์โคจรผ่านหน้าดาวดวงอื่น มันจะไปปิดกั้นแสงส่วนหนึ่งของดาวดวงนั้นและทำให้ความสว่างของดาวลดลงชั่วขณะนึง และด้วยการค้นหาจุดที่เรียกว่า จุดเคลื่อนผ่าน (transits) คุณสามารถประติดประต่อข้อมูลเกี่ยวกับดาวเคราะห์ดวงนั้น อย่างเช่น ขนาดและระยะเวลาในการโคจรของดาวได้”

transits
ภาพ Habitable zone – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ gsbgen.com

และเมื่อเรียนจบชั้นปริญญาตรีมา คูนิโมโตก็ได้ใช้วิธีเดียวกันนี้ในการค้นหาดาวดวงใหม่อีก 17 ดวง โดยการค้นพบครั้งนี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารดาราศาสตร์ (The Astronomical Journal) รวมถึงเรื่องของดาวดวงพิเศษที่อยู่ในเขตอาศัยด้วย ดาวดวงนั้นถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “KIC-7340288 b” ซึ่งมันมีขนาดเพียงแค่ 1 เท่าครึ่งของโลกเราเท่านั้น แต่อย่างน้อยมันก็เป็นดาวที่มีขนาดเล็กพอจะมีพื้นผิวเป็นหิน ต่างกับกลุ่มดาวแก๊สในระบบสุริยะอย่างดาวยูเรนัสหรือดาวเสาร์ที่กล่าวไปข้างต้น 

ดาวดวงนี้มีวงโคจรขนาดแค่ 0.444 AU (Astronomical Units) หรือพูดอีกอย่างคือ หนึ่งปีบนดาวดวงนี้จะมีแค่ 142 วันครึ่งเท่านั้น ถือว่าใหญ่กว่าวงโคจรของดาวพุธในระบบสุริยะเรานิดหน่อย อีกทั้งมันยังได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์แค่ประมาณหนึ่งในสามของที่โลกเราได้เท่านั้น ถ้าใครคิดจะย้ายสำมะโนครัวขึ้นไปตั้งถิ่นฐานกันบนดาวดวงนี้ล่ะก็อาจจะยากไปสักหน่อย มิหนำซ้ำดาวดวงนี้ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ…

Astronomical Units
ภาพดาว KIC-7340288 b – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ theweathernetwork.com

“ดาวเคราะห์ดวงนี้ห่างออกไปประมาณพันปีแสง ดังนั้นพวกเราอาจไม่สามารถไปเยือนดาวดวงนั้นได้ในเร็วๆ นี้แน่” คูนิโมโต กล่าว “แต่นี่ก็เป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะทุกวันนี้มีดาวเคราะห์จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากยานเคปเลอร์เพียงแค่ 15 ดวงเท่านั้นที่อยู่ในเขตอาศัยและได้รับการยืนยัน”

นอกจากดาว KIC-7340288 b แล้ว ดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ที่คูนิโมโตพบอีก 16 ดวงก็มีขนาดแตกต่างกันออกไป โดยดวงที่เล็กที่สุดมีขนาดเพียงแค่ 2 ใน 3 ของโลก นับว่าเป็นดาวที่เล็กที่สุดที่ยานเคปเลอร์ค้นพบได้จนถึงตอนนี้ ส่วนดาวดวงอื่นก็อาจมีขนาดใหญ่กว่าโลกได้ถึงแปดเท่าเลยทีเดียว 

KIC-7340288 b
ภาพดาวดวงใหม่ 17 ดวง – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ news.ubc.ca

แต่การค้นคว้าของคูนิโมโตก็ยังไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะเธอยังได้ร่วมมือกับศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในการทำภาพถ่ายดาวดวงเหล่านี้ให้คมชัดยิ่งขึ้น ด้วยการใช้กล้องถ่ายภาพอินฟราเรดระยะใกล้ (InfraRed Imager and Spectrometer (NIRI) ที่ประเทศฮาวาย สิ่งนี้จะทำให้คุนิโมโตะสามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ที่ถ่ายโดยยานเคปเลอร์ได้อีกนับพันดวง และจะสามารถคำนวนปริมาณดาวเคราะห์นอกระบบทั้งหมดได้ ว่ามีอัตราการเกิดดาวเคราะห์ดวงใหม่ในเขตอาศัยเท่าไหร่ และมีดาวเคราะห์กี่ดวงที่มีลักษณะคล้ายโลกบ้าง

น่าเหลือเชื่อเลยใช่มั้ยคะ ที่นักศึกษาคนหนึ่งจะสามารถค้นพบดาวดวงใหม่ได้มากมายขนาดนี้ และถ้าหากใครชื่นชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ