หนีไวรัสโคโรน่าไปเที่ยวอวกาศ

ไวรัสโคโรน่า

ข่าวสารบ้านเมืองวันนี้มีแต่เรื่องชวนหวาดวิตกจาก ไวรัสโคโร น่าต้นกำเนิดจากเมืองอู่ฮั่นของจีนที่กำลังระบาดไปทั่ว ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตพุ่งไม่หยุด จนองค์การอนามัยโลกต้องยกระดับประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ ครั้นจะหนีข่าวเครียดไปเที่ยวสงบจิตสงบใจ การเดินทางก็เป็นตัวแพร่กระจายเชื้อ ดูเหมือนว่าความเครียดนี้จะไม่มีทางออก จะหนีไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ หรือว่าเราควรไปทัวร์อวกาศ?

เมื่อไม่กี่วันก่อนยูซากุ มาเอซาวะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น วัย 44 ปีประกาศว่า กำลังหาสาวรู้ใจ 1 คนร่วมคณะผู้โดยสารชุดแรกไปท่องรอบดวงจันทร์ด้วยยานอวกาศที่สร้างโดยบริษัทสเปซเอ็กซ์ของอีลอน มัสก์ ภายในปี 2566 หรือหลังจากนั้น ซึ่งจะเป็นการเดินทางไปดวงจันทร์ของมนุษย์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2515 แต่ล่าสุดมหาเศรษฐีรายนี้ทวีตข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ม.ค.) ว่าขอล้มเลิกแผนการ “ด้วยเหตุผลส่วนตัว” แม้จะเลิกแผนไปแต่ข่าวประกาศหาเพื่อนร่วมทางแบบนี้ จุดประกายให้ผู้คนได้ทราบว่า การไปทัวร์อวกาศไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ยูซากุ มาเอซาวะ
ภาพคุณยูซากุ มาเอซาวะ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ cnbc.com

การท่องเที่ยวแบบนี้เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลที่ไม่ได้ทำงานในหน่วยงานรัฐบาลหรือโครงการอวกาศ มีโอกาสจ่ายเงินซื้อทัวร์ไปพ้นโลกใบนี้เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เดนนิส ติโต มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เป็นนักท่องเที่ยวอวกาศคนแรก เมื่อปี 2544 นั่งกระสวยอวกาศโซยุส ทีเอ็ม-32 ของรัสเซียพร้อมกับนักบินอวกาศชาวรัสเซียอีก 2 คน ไปสำราญใจบนนสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส) สนนราคาทัวร์ก็ไม่แพงเท่าไหร่ แค่ 20 ล้านดอลลาร์ (600 ล้านบาท) เท่านั้น!!! ติโตใช้เวลาอยู่ในอวกาศนาน 7 วัน 22 ชั่วโมง กับอีก 4 นาที โดยได้โคจรรอบโลก 28 รอบ ก่อนจะกลับสู่พื้นโลกอย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 6
พฤษภาคม 2544

จริงๆ แล้วยังมีอีก 6 คนที่แสดงความจำนงอยากไปทัวร์สุดพิเศษท่องอวกาศ แต่ไม่มีใครได้ไปเลยตั้งแต่ปี 2552 จนกระทั่งในปี 2562 การท่องเที่ยวอวกาศเปลี่ยนจากแนวคิดล้ำยุคมาเป็นข้อเสนอทางธุรกิจแบบจริงๆ จังๆ ทั้งเวอร์จินกาแล็กติก, สเปซเอ็กซ์ และโบอิง ต่างฝันอยากเป็นผู้นำธุรกิจทำเงินกันทั้งสิ้น

เดนนิส ติโต
ภาพเดนนิส ติโต ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ clipmass.com

เวอร์จิน กาแล็กติก ของริชารด์ แบรนสัน อภิมหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เป็นบริษัทจดทะเบียนในฐานะบริษัทอวกาศแห่งแรกในเดือน ต.ค. พร้อมประกาศว่าจะเป็นบริษัทท่องเที่ยวอวกาศเพื่อโลก ขายทัวร์ให้ผู้ที่ต้องการเป็นนักบินอวกาศได้แล้ว 603 ที่นั่ง และยังมีว่าที่ลูกค้าสนใจติดต่อเข้ามาอีกหลายพันคน

ชามาธ ปฤหพิธิยา ประธานโซเชียล แคปิตอล เฮโดโซเฟีย ที่ควบรวมกิจการกับเวอร์จิน กาแล็กติก คาดว่า เวอร์จิน จะเริ่มปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ได้ในปีนี้และทำกำไรภายในปี 2564 แต่สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกคือต้องพาแบรนสันไปอวกาศให้ได้ก่อนวันเกิดครบรอบ 70 ปีในเดือน ก.ค. ที่จอร์จ ไวท์ไซด์ ซีอีโอเวอร์จิน กาแล็กติก เผยกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า นั่นจะต้องเป็นช่วงเวลาที่ประทับใจมาก

ริชารด์ แบรนสัน
ภาพริชารด์ แบรนสัน – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ salika.co

การแข่งขันดึงลูกค้าให้ยอมเสียเงินไปทัวร์นอกโลกร้อนแรงขึ้นหลังจากองค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐ (นาซา) ประกาศเมื่อเดือน มิ.ย.62 ว่าอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนั่งยานอวกาศสหรัฐไปชมไอเอสเอสได้ เสียค่าธรรมเนียมคืนละ 35,000 ดอลลาร์ (1,050,000 บาท) อยู่ได้นานถึง 30 วัน โดยบริษัทเอกชนจะต้องรับผิดชอบผู้โดยสารและลูกเรือ ทั้งการตรวจร่างกายและฝึกอบรมตามข้อกำหนดการบินอวกาศ ขณะนี้นาซาว่าจ้างสองบริษัทให้ดูแลบริการทัวร์ไอเอสเอส ได้แก่ บริษัทสเปซเอ็กซ์ของของอีลอน มัสก์ ที่จะเดินทางโดยกระสวยอวกาศ “ดรากอน” และโบอิงที่กำลังสร้างยาน “สตาร์ไลเนอร์”

สถานีโทรทัศน์บีบีซีรายงานเป็นไปได้ว่า บริษัทเหล่านี้ตั้งใจเก็บค่าโดยสารจากลูกค้าอัตราเดียวกับที่เก็บจากนักบินนาซา เกือบ 60 ล้านดอลลาร์ (1,800 ล้านดอลลาร์) ต่อเที่ยว ขณะเดียวกัน บลูออริจินของเจฟฟ์ เบซอส ก็เล็งร่วมวงด้วยเหมือนกัน บริษัทเพิ่งทดสอบจรวดนิวเชฟเพิร์ดครั้งล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. และหวังนำผู้โดยสารไปเที่ยวห้วงอวกาศได้ในปีนี้ เว็บไซต์ marketstudyreport.com ประเมินว่าตลาดท่องเที่ยวอวกาศจะมีมูลค่าถึง 1.18 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2567

ยานสตาร์ไลเนอร์
ภาพยานสตาร์ไลเนอร์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ theverge.com

ความคืบหน้าตอนนี้หากพิจารณาผลงานของ 3 บริษัท บลูออริจินพยายามสร้างระบบลงจอดบนดวงจันทร์ ตอบรับเป้าหมายรัฐบาลสหรัฐที่จะนำมนุษย์ไปดวงจันทร์อีกภายในปี 2567 ด้านสเปซเอ็กซ์ก็ไม่น้อยหน้าให้ความสำคัญกับการไปดวงจันทร์เช่นกัน เดือน ก.ย.ที่ผ่านมาบริษัทเปิดตัวสตาร์ชิปเอ็มเค1 จรวดต้นแบบนำกลับมาใช้ซ้ำได้ สามารถรองรับผู้โดยสารไปดวงจันทร์ ดาวอังคาร หรือที่อื่นๆ ในอวกาศ รวมทั้งโคจรรอบโลกได้มากถึง 100 คน

ส่วนสัญญาที่นาซาทำกับโบอิงก็เปิดช่องให้โบอิงขายทัวร์อวกาศให้นักท่องเที่ยวได้ เดือน ต.ค.โบอิงประกาศแผนลงทุน 20 ล้านดอลลาร์ในเวอร์จิน กาแล็กติกเพื่อช่วยพัฒนาเที่ยวบินอวกาศในเชิงพาณิชย์ ความก้าวหน้าทางวิทยาการใหม่ๆ เหล่านี้ช่วยโหมกระพือความหวังว่า การท่องเที่ยวอวกาศน่าจะเริ่มได้เสียที แอสการ์เดีย รัฐชาติในอวกาศสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวอังกฤษ 29% หรือราว 14.4 ล้านคนยินดีจ่ายเงินซื้อทัวร์อวกาศ หากเทคโนโลยีพร้อม อีก18% เศษหรือราว 9 ล้านคนพร้อมออมเงินเพื่อให้ได้เป็นนักบินอวกาศสักครั้ง

ยานสตาร์ชิปเอ็มเค1
ภาพยานสตาร์ชิปเอ็มเค1 – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ techcrunch.com

ทาเมลา แมเซียล จากศูนย์อวกาศแห่งชาติอังกฤษในเลสเตอร์กล่าวว่า “คงน่าตื่นเต้นมากเลยนะคะ ที่มีคนได้ไปอวกาศถ้าสภาพร่างกายพร้อม” แต่เมื่อดูจากราคาค่าบริการแล้วร่างกายแข็งแรงอย่างเดียวคงไม่พอ คุณต้องมีสตางค์ด้วย

สำนักข่าวบีทีนิวส์ของอังกฤษมองว่า ต่อไปราคาค่าทัวร์ห้วงอวกาศน่าจะถูกลงเพราะเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น การบริหารจัดการใช้ต้นทุนน้อยลง แต่อย่างไรเสียก็คงไม่ถูกถึงขนาดเป็นคู่แข่งกับเครื่องบินราคาประหยัดไปได้ แน่นอนว่าทัวร์อวกาศอาจไม่เกิดขึ้นภายในวันสองวันนี้ที่ไวรัสโคโรน่ากำลังระบาดหนัก แต่ใครจะรับรองได้ว่าในอนาคตจะไม่มีไวรัสร้ายระบาดอีก ตอนนี้ใครมีเงินก็รีบเก็บออมกันไว้ก่อน เกิดเหตุโรคระบาดคราวหน้าจะได้หนีไปอวกาศทัน

ทาเมลา แมเซียล
ภาพคุณทาเมลา แมเซียล – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ mediaspace.nottingham.ac.uk

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ เรื่องราวการ ‘หนีไวรัสโคโรน่า’ ไปทัวร์อวกาศ ถ้าเกิดเพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไร หรือมีความรู้อะไรเพิ่มเติม สามารถมาคอมเม้นท์แลกเปลี่ยนกันได้เลยนะคะ และสุดท้ายนี้อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ