ราชินีอียิปต์ผู้หายสาบสูญ เนเฟอร์ติติ

เมื่อพูดถึงสตรีที่งดงามเป็นอันดับต้นๆ ในอดีต หลายคนก็คงจะนึกถึงพระนางคลีโอพัตรา (Cleopatra) แห่งอียิปต์ เนื่องจากพระนางมีชื่อเสียงเลื่องลือเรื่องความงามมาอย่างยาวนาน แต่รู้หรือไม่ว่าสตรีที่มีศิริโฉมงดงามในอียิปต์ไม่ได้มีเพียงแค่พระนางคลีโอพัตราเพียงพระองค์เดียว แต่ยังมีอีกองค์หนึ่งนามว่า พระนางเนเฟอร์ติติ (Nefertiti) ซึ่งชื่อเสียงของพระนางก็กลับมาดึงขึ้นอีกครั้งหลังจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์ได้นำรูปปั้นของพระนางมาจัดแสดงในกรุงเบอร์ลิน และรูปปั้นนี้ยังเป็นรูปปั้นที่ถูกทำซ้ำขึ้นมามากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์อีกด้วย

ชื่อของพระนางเนเฟอร์ติติ มีความหมายว่า “ผู้งดงามหมดจด” ซึ่งรูปปั้นของพระนางก็ได้แสดงให้เห็นถึงความงามนั้นได้เป็นอย่างดี โดยนางมีใบหน้าที่ได้รูปสมบูรณ์แบบ เหมาะกับมงกุฎทรงสูง นอกจากนี้พระนางยังได้โกนผมเนื่องจากความร้อนในอียิปต์ อีกทั้งยังเพื่อป้องกันเหาอันเป็นโรคร้ายในสมัยก่อนด้วย แต่ที่มาของพระนางนั้นยังคงเป็นปริศนา ไม่มีใครทราบว่าพ่อแม่ของนางเป็นใคร แต่คาดว่าบิดาน่าจะเป็นเอย์ ผู้ซึ่งได้ขึ้นมาเป็นฟาโรห์ในภายหลัง ส่วนมารดาคือมเหสีของเอย์นามว่าเทย์

เนเฟอร์ติติ
รูปจำลองพระนางเนเฟอร์ติติ

ถึงกระนั้น ที่มาของพระนางเนเฟอร์ติติก็ยังมีอยู่อีกความเชื่อหนึ่ง นั่นคือนางอาจเป็นเจ้าหญิงทาดูคีปา พระธิดาของกษัตริย์ทัชรัตตาแห่งมีทานนีก็ได้ พระนางอาจมีอีกชื่อหนึ่งว่า นีเมรีธิน จากการอ้างอิงในคัมภีร์โบราณ แต่นอกจากคัมภีร์เล่มนั้นก็ยังไม่มีหลักฐานอื่นที่สามารถนำมาใช้ยืนยันอย่างแน่ชัดได้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่เสนออีกแนวคิดหนึ่งว่า พระนางอาจเป็นธิดาหรือพระญาติกับฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่สาม หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะเป็นชนชั้นสูงของชาวเธบ บ้างก็ว่าเธออาจเป็นธิดาของซีตามุน น้องสาวคนละแม่กับอาเมนโฮเทปที่สาม โดยมีพระมารดาเป็นพระราชินีเอียเร แม่ของนางเอียเรที่เคยเป็นองค์รัชทายาทมาก่อน แต่โดนปลดจากบัลลังค์เมื่ออาเมนโฮเทปขึ้นครองราข

ซึ่งแนวคิดนี้ก็ยังคงไม่มีหลักฐานใดมายืนยันเช่นกันว่าพระนางมีโอรสหรือธิดาอยู่จริงหรือไม่ แต่จากหลักฐานชิ้นหนึ่งที่บอกเป็นนัยได้ว่าซีตามุนและเนเฟอร์ติติอาจเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด และหลักฐานนั้นก็คือชื่อของทั้งคู่ ที่มีความหมายว่า “ผู้เลอโฉม” เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีความสับเรื่องลำดับญาติกันอีก เพราะอาเคนาเตน พระสวามีของนางอาจเป็นพระบิดาของนาง หรือไม่ก็อาจเป็นพี่ชายต่างมารดาของฟาโรห์ตุตันคามุน แต่ต่อมาพระนางก็ได้อภิเษกกับอาเมนโฮเทปที่สี่และถูกสถาปนาขึ้นเป็นพระชายาของพระองค์นั้น

รูปปั้นอาเมนโฮเทปที่สี่
รูปปั้นอาเมนโฮเทปที่สี่

พระนางเนเฟอร์ติติและพระสวามีได้มีธิดาด้วยกันรวมทั้งสิ้นหกคน ชื่อเมรีตาเตน, เมเคตาเตน, อานเคเซนปาเตน, เนเฟอร์เนเฟอรัวเตน ตาเชริต, เนเฟอร์เนเฟอร์รูเร, และเซเตเปนเร ตามลำดับ ซึ่งต่อมาก็ได้มีการสร้างรูปปั้นของพระนาง รวมไปถึงประติมากรรมต่างคู่กับพระรูปของอาเคนาเตนอยู่เสมอ จนบางครั้งอาจก่อให้เกิดความสับสนได้ว่าใครเป็นใคร

จากภาพวาดและประติมากรรมต่างๆ ทำให้เรารู้ได้ว่าพระนางเนเฟอร์ติติมีรูปลักษณ์อย่างไร โดยเธอเป็นหญิงสาวที่มีเอวบางระหง แต่บั้นท้ายผาย พระนางมักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อบางเบาจนเกือบจะโปร่งแสง เพื่อแสดงให้เห็นเสน่ห์อันเย้ายวน จนได้รับสมญานามในเวลาต่อมาว่า “พระพักตร์งาม ทรงความเบิกบาน เป็นผู้ให้ความสำราญหาใครเทียม”

เนเฟอร์ติตีเป็น

ในช่วงท้ายของรัชกาลอาเคนาเตนนั้นแทบจะไม่มีเรื่องราวของพระนางเนเฟอร์ติติปรากฏให้เห็นเลย ซึ่งในเรื่องนี้คาดการณ์ว่าอาจเป็นเรื่องที่พระนางเคยมีส่วนร่วมในการทำลายล้างศาสนาเดิม จึงทำให้มีผู้ไม่พอใจและต้องการปลงพระชนมืนางอยู่ทั่วไปหมด พระนางจึงจำเป็นต้องปิดบังตนเองและปกครองอียิปต์จากในเงามืด แต่ใน 3 ปีให้หลังได้มีการประนีประนอมกันเพื่อฟื้นฟูการบูชาเทพเจ้าให้กลับมาอีกครั้ง และเหตุผลที่ทำเช่นนี้ก็คือเพื่อให้พระนางสามารถเปิดเผยตัวตนได้ ทว่าแผนการนี้กลับล้มเหลว พระนางเนเฟอร์ติติสิ้นพระชนม์อย่างเป็นปริศนา บ้างก็ว่านางสิ้นพระชนม์ก่อนพระสวามีอีกด้วย

และด้วยความเกลียดชังต่อพระนางเนเฟอร์ติติที่แพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางนี้เอง ทำให้ภาพของพระนางตามวิหารต่างๆ ถูกทำลายหรือลบพระพักตร์ออกไปจนหมด ตลอดจนมัมมี่ของพระนางที่ยังไม่มีใครหาหลักฐานได้ว่ามันถูกฝังอยู่ที่ไหน จนกระทั่งนักอียิปต์วิทยาได้ค้นพบมัมมี่ในสุสานหมายเลข KV35 ที่อยู่ใกล้กับสุสานของตุตันคาเมน คาดว่าหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นมัมมี่ของพระนางเนเฟอร์ติติ เนื่องจากมีรูปลักษณ์บางอย่างที่คล้ายคลึงกับรูปวาด เช่น คอเรียวยาว อีกทั้งอายุยังใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่พระนางสิ้นพระชนม์อีกด้วย

เนเฟอร์ติตีเป็น

ไม่เพียงเท่านี้ แต่ร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นบนมัมมี่ยังตรงกับรูปวาดที่ถูกทำลายด้วย นั่นคือใบหูของพระนางถูกเจาะ มีรอยกดที่บริเวณคิ้ว อีกทั้งยังมีริ้วรอยอยู่ทั่วลำตัว แถมในการค้นพบครั้งนั้นยังพบภาพเขียนของพระนางและวิกผมที่พระนางใช้วางอยู่ใกล้กันด้วย จึงสรุปได้ว่ามัมมี่นี้น่าจะเป็นมัมมี่ของพระนางเนเฟอร์ติติจริง และได้ไขปริศนาการหายตัวไปของพระนางได้ในที่สุด เป็นไงกันบ้างละคะเพื่อนๆ กับประวัติของพระนางเนเฟอร์ติติ ถ้าใครชอบบทความสาระดีดีอย่างนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ