ยานสำรวจอินไซต์ ลงจอดบนดาวอังคาร

การที่คนเราจะสามารถเดินทางขึ้นไปยังอวกาศได้นั้น นอกจากจะต้องมีงบประมาณที่มากเพียงพอแล้ว เรายังต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพด้วย แต่ถึงกระนั้นมนุษย์เราก็ยังสามารถเดินทางไปยังอวกาศจนได้ และวันนี้พวกเรา EDU HUB จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับยานสำรวจที่มีชื่อว่า “อินไซต์” เป็นยานที่สามารถไปจอดบนดาวอังคารและทำการสำรวจดาวอังคารได้สำเร็จกัน

ในวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา องค์การนาซาได้นำยานสำรวจอินไซต์ (InSight lander) ไปลงจอดบนดาวอังคารได้สำเร็จ โดยในโครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาโครงสร้างใต้พื้นผิวของดาวอังคาร ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ก็ได้มีการถ่ายทอดสดไปให้ผู้ชมบนโลกได้ติดตามดูอีกด้วย

ภาพยานสำรวจอินไซต์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ axios.com

ยานอินไซต์ลงจอดบริเวณที่ราบ Elysium Planitia ซึ่งเป็นที่ที่นาซาขนานนามให้ว่าเป็นลานจอดบนดาวอังคารที่ใหญ่ที่สุด โดยหลังจากที่ลงจอดแล้ว ยานอินไซต์ก็ได้ถ่ายภาพในบริเวณนั้นกลับมาให้เป็นรูปแรกด้วย ภาพถ่ายดังกล่าวนี้ถูกส่งกลับมาถึงโลกในเวลาไม่กี่นาที ในภาพนั้นเต็มไปด้วยฝุ่น แต่ด้วยกล้องคุณภาพสูงพร้อมเลนส์ป้องกันความเสียหายนี้ ทำให้ถึงแม้ในบริเวณดังกล่าวจะปกคลุมไปด้วยฝุ่นจำนวนมาก แต่เราก็ยังสามารถเห็นภาพก้อนหินเล็กๆ บนดาวอังคาร ขาข้างหนึ่งของยานสำรวจ และเส้นขอบฟ้าของดาวเคราะห์สีแดงนี้ได้จากรูปถ่ายใบแรก ซึ่งภาพต่อมาถูกปรับเปลี่ยนให้ถ่ายจากกล้องด้านบนของยานแทน ทำให้ภาพที่ออกมาสามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้ชัดกว่า รวมไปถึงเห็นตัวยานและแผงเซลล์สุริยะที่เปิดขึ้นมารับแสงอาทิตย์ด้วย

นี่นับว่าเป็นความสำเร็จอย่างมากขององค์การนาซา เพราะที่ผ่านมานาซาต้องประสบกับปัญหามากมายหลายอย่างกว่าที่โครงการจะสามารถดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ อย่างเช่นปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนบนดาวอังคาร ปัญหาด้านเทคนิคต่างๆ รวมไปถึงผลทางสถิติที่ชี้ว่ามีโอกาสทำภารกิจไม่สำเร็จสูง ดังนั้นถ้าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จจริงๆ ยานอินไซด์ต้องฝ่าเข้าไปในชั้นบรรยากาศที่รุนแรงถึง 10 กิโลเมตรและลงจอดลงบนที่ราบ Elysium Planitia โดยไม่คลาดเคลื่อนเลย ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก

ภาพการลงจอด – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ channelnewsasia.com

ซึ่งในขณะที่ยานกำลังฝ่าชั้นบรรยากาศเข้าไปนั้น สัญญาณก็เกิดขาดหายทำเอาเจ้าที่ที่ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินอกสั่นขวัญแขวนไปกันหมด และเมื่อผ่านไป 7 นาที ในที่สุดสัญญาณก็กลับมาและยานกำลังลดระดับความสูงลงเพื่อลงจอดแล้ว แต่ถึงแม้จะผ่านชั้นบรรยากาศที่รุนแรงมาได้ ทีมงานก็ยังไม่อาจวางใจได้ทันที เนื่องจากดาวอังคารมีชั้นบรรยากาศที่เบาบางมาก มีแรงเสียดทานที่ช่วยลดความเร็วลงน้อย ทำให้การลงจอดเป็นเรื่องยากมาก และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ยานอวกาศทั้งหลายล้มเหลวกันมานักต่อนัก

แต่ยานอินไซด์เองก็มีเกราะที่สามารถกันความร้อนได้สูงสุดกว่า 1,000 องศาเซลเซียส อีกทั้งยังมีร่มชูชีพและจรวดขับดันสำหรับหน่วงความเร็วถึง 12 ตัวเช่นเดียวกับยานฟีนิกซ์ที่เคยลงจอดบนดาวอังคารสำเร็จมาแล้วในปี 2007 ทำให้ในที่สุดยานอินไซด์ก็สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

ภาพการลงจอด – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ khaosodenglish.com

หลังจากที่ลงจอดและได้เก็บภาพบรรยากาศรอบตัวแล้ว ยานอินไซด์ก็ได้มุ่งหน้าทำภารกิจต่อไปนั่นคือสำรวจพื้นผิวดาวอังคารตามชื่อของมันที่ย่อมาจาก Interior Exploration using Seismic Investigations, Geodesy and Heat Transport (InSight) โดยเริ่มจากตรวจวัดคลื่นแผ่นดินไหวชื่อ Seismometer เนื่องจากคลื่นนี้จะสามารถชี้ให้เห็นถึงสภาพชั้นหินและโครงสร้างภายในดวงดาว นอกจากนี้ยานอินไซด์ยังมีหุ่นยนต์ตรวจวัดอุณหภูมิดินที่มีชื่อว่า “หุ่นยนต์ตัวตุ่น” ด้วย มันจะขุดลึกลงไปในดินประมาณ 5 เมตรเพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ การถ่ายเทความร้อนจากแกนดาวสู่พื้นผิว ซึ่งข้อมูลที่ได้นี้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าใจต้นกำเนิดของดาวอังคารได้มากขึ้น

นอกจากอุปกรณีสองตัวนี้แล้ว ยานอินไซด์ยังมีอุปกรณ์อีกตัวหนึ่งชื่อว่า Rotation and Interior Structure Experiment (RISE) อุปกรณ์นี้มีไว้ใช้เก็บข้อมูลการส่ายของขั้นดาวอังคาร เพื่อให้ทราบถึงแก่นของดาวดวงนี้ว่ามันมีลักษณะเป็นของแข็งหรือของเหลว มีขนาดเท่าไหร่ และอีกหลายๆ อย่าง โดยอุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนคลื่นวิทยุจากดาวอังคารกลับไปยังโลกด้วย นักวิทยาศาสตร์ที่อยู่บนโลกจะได้ทราบตำแหน่งและความเร็วของดาวอังคารในช่วงเวลานั้น

ภาพอุปกรณ์ต่างๆ ของยานอินไซต์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ science.sciencemag.org

โครงการยานอินไซด์นี้ใช้งบประมาณไปถึง 830 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าหากตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 27,000 ล้านบาท แต่เงินจำนวนมากมายมหาศาลนี้คุ้มค่ากับข้อมูลที่ได้กลับมาคือไม่ คำตอบคือได้ เพราะนอกจากเราจะได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับดาวอังคารแล้ว นี่อาจเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นำไปสู่การส่งมนุษย์ขึ้นไปตั้งรกรากบนดาวอังคารอย่างถาวรก็ได้ ซึ่งถ้าหากเราสามารถย้ายขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารได้จริง งบประมาณเพียงเท่านี้ก็ถือว่าไม่มากเกินไปเลยจริงมั้ยคะ

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ มันเจ๋งมากเลยใช่มั้ยคะ สำหรับยาวอวกาศที่ชื่อว่า อินไซต์ ถือว่าเป็นยานที่ไปสำรวจเก็บข้อมูลให้กับเราได้มากเลยทีเดียว ถ้าหากเพื่อนๆถูกใจบทความนี้ ก็อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ