ยานวิกรมของอินเดียสัญญาณขาด ขณะลงจอดดวงจันทร์

เพื่อนๆยังจำเรื่องที่ตอนนี้อินเดียกำลังสร้างยานอวกาศต้นทุนต่ำกันได้หรือไม่ หนึ่งในนั้นคือ ยานวิกรม ยานต้นทุนต่ำของอินเดีย ซึ่งได้ทำการปล่อยไปสำรวจดวงจันทร์ และได้เกิดขาดการติดต่อ สัญญาณขาดหายไป

ในเดือนเมษายน 2019 ยาน Beresheet ของประเทศอิสราเอลเพิ่งล้มเหลวในการพยายามลงจอดบนดวงจันทร์หลังจากที่ตัวยานได้ตกกระแทก ดวงจันทร์ อย่างไรก็ตามภารกิจนี้ได้กลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับทีมจากอิสราเอล จะสังเกตว่าในช่วงปีที่ผ่านมานี้ การกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์กลายเป็นกระแสขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่จบโครงการ Apollo และ Luna 24 ในปี 1976 การกลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งก็เกิดขึ้นในปี 2013 โดยประเทศจีนด้วยยาน Chang’e 3 ตามมาด้วย Chang’e 4 ที่เป็นยานลำแรกที่ไปลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์ ทำให้ ณ ตอนนี้ ถ้าไม่นับ Baresheet ที่ลงจอดไม่สำเร็จ มีเพียงแค่ 3 ประเทศเท่านั้นที่สามารถนำยานไปลงจอดบนผิวของดวงจันทร์ได้สำเร็จจริง ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา
อดีตสหภาพโซเวียต และประเทศจีน

ยานจันทรายาน 2 – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ headtopics.com

ยานวิกรมของอินเดีย Vikram

ประวัติศาสตร์ยังคงบันทึกหน้าเดิม เมื่อ ยานวิกรม (Vikram) ตัว Lander ที่เดินทางไปกับยานจันทรายาน 2 (Chandrayaan-2) ได้เกิดสัญญาณขาดในนาทีสุดสำคัญของการลงจอดคือที่ระยะ 2.1 กิโลเมตรเหนือพื้นผิวของดวงจันทร์ โดยสัญญาณล่าสุดบอกว่าตัวยานตกลงไปด้วยความเร็วสูงกว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันจากทาง ISRO ว่าเกิดอะไรขึ้นกับยานกันแน่ และวิศวกรก็กำลังเร่งวิเคราะห์หลาย ๆ ปัจจัยที่อาจจะทำให้การลงจอดในครั้งนี้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ ซึ่งเราก็ต้องรอกันต่อไปถึงข้อสรุป

และล่าสุดนาซาเผยภาพตำแหน่งยานอวกาศอินเดียที่ตกบนดวงจันทร์เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อาศัยข้อมูลจากความพยายามของมือสมัครเล่นที่สนใจเรื่องอวกาศช่วยค้นหา โดยเผยให้เห็นตำแหน่งที่เศษชิ้นยานตกกระจายกันไกลหลายกิโลเมตร เมื่อเดือน ก.ย.2019 ที่ผ่านมา ยานวิกรม(Vikram) ของอินเดียได้เกิดขาดการติดต่อสัญญาณขาดหายระหว่างทำการลงจอดบนดวงจันทร์ และได้พุ่งชนกับดวงจันทร์ทางการอินเดียได้ความพยายามค้นหาตำแหน่งที่ยานตกจนกระทั่งมีอาสาสมัครที่สนใจทางด้านอวกาศได้ช่วยค้นหาจนพบตำแหน่งดังกล่าว

ยานวิกรม(Vikram)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ sentinelassam.com

ล่าสุดองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) ได้เผยภาพถ่ายโดยยานโคจรลูนาร์รีคอนเนสซองซ์ออร์บิเตอร์ (Lunar Reconnaissance Orbiter) หรือยานแอลอาร์โอ (LRO) ที่แสดงตำแหน่งบริเวณที่ยานลงจอดวิกรมพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยภาพที่นาซาแสดงนั้นส่วนหนึ่งได้เผยตำแหน่งที่เป็นเศษชิ้นส่้่วนของยานกระจัดกระจายห่างกันหลายกิโลเมตร

ทั้งนี้ นาซาได้เผยแพร่ภาพถ่ายโมเสคของพื้นผิวดวงจันทร์ที่บันทึกเมื่อวันที่ 17 ก.ย. และได้เผยแก่สาธารณะเมื่อวันที่ 26 ก.ย. เพื่อให้ประชาชนช่วยกันเปรียบเทียบภาพถ่ายของพื้นผิวดวงจันทร์บริเวณตำแหน่งเดียวกัน ก่อนที่ยานอวกาศของอินเดียจะพุ่งชน เพื่อค้นหาสัญญาณของยานลงจอด โดยคนแรกที่สร้างความหวังในการค้นหาตำแหน่งที่ยานตกคือ ชานมูกะ “ฉาน” สุบรามาเนียน (Shanmuga “Shan” Subramanian) ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีวัย 33 ปี จากเมือนเจนไน (Chennai) ประเทศอินเดีย

ภาพคุณชานมูกะ “ฉาน” สุบรามาเนียน
ภาพคุณชานมูกะ “ฉาน” สุบรามาเนียน – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ news.abplive.com

ซึ่งได้เผยตำแหน่งที่ยานอาจจะตก เขายังได้เผยแก่เอเอฟพีด้วยว่า สิ่งที่จุดประกายให้เขาสนใจเข้าร่วมในการค้นหาตำแหน่งตกของยานลงจอดครั้งนี้คือ การที่นาซาไม่สามารถหาตำแหน่งดังกล่าวได้เอง “ผมได้เปรียบเทียบภาพทั้ง 2 ภาพแบบด้านต่อด้าน โดยใช้แลปทอป 2 เครื่อง ภาพหนึ่งเป็นภาพเก่า และอีกภาพเป็นภาพใหม่ที่นาซาเผยแพร่ออกมา” สุบรามาเนียนกล่าว และยังเสริมด้วยว่า เขาได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) และเรดดิท (Reddit) รายอื่นๆ ด้วย

แม้จะเป็นงานที่ยากและท้าทายมากแต่สุบรามาเนียนพูดว่าเขาได้ใช้ความพยายาม จนกระทั่งเขาสามารถประกาศการค้นพบตำแหน่งตกของยานผ่านทางทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นนาซาได้จัดการค้นหาเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลา ต่อมาจึงได้ประกาศการค้นพบตำแหน่งตกดังกล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศสมัครเล่นรายนี้อย่างเป็นทางการ

ยานวิกรม(Vikram)
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ financialexpress.com

“นาซาต้องมั่นใจให้ได้ 100% ก่อนที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะ และนั่นเป็นสาเหตุที่พวกเขาต้องรอจนกระทั่งแน่ใจ และหากเป็นผมเองก็คงทำอย่างเดียวกัน” สุบรามาเนียนกล่าว ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ก.ค.2019 ที่ผ่านมา อินเดียได้ส่งยานอวกาศจันทรายาน-2 (Chandrayaan-2) ที่มีความหมายว่ายานดวงจันทร์มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ด้วยความหวังที่จะเป็นชาติที่ 4 ที่สามารถส่งยานไปดวงจันทร์ ตามหลังสหรัฐฯ รัสเซีย และจีนได้ และหากประสบความสำเร็จในการส่งยานลงจอด อินเดียจะกลายเป็นชาติแรกที่ส่งยานลงพื้นขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้

ตอนนี้ยังเหลือจันทรายาน-2 ยานแม่ที่ยังคงโคจรรอบๆ ดวงจันทร์ ส่วนยานนั้นตามกำหนดจะใช้เวลา 5 วันในการร่อนสู่พื้นผิวดวงจันทร์ แต่ยานได้เงียบหายไปขณะอยู่สูงจากพื้นผิวดวงจันทร์เพียง 2.1 กิโลเมตร และไม่กี่วันหลังจากล้มเหลวในการส่งยานลงจอดองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (Indian Space Research Organization) ได้เผยว่า มีตำแหน่งที่ยานลงจอด แต่ไม่สามารถคืนค่าการสื่อสารกับยานได้ ชื่อวิกรมของยานสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์นั้น เป็นชื่อที่ตั้งตามชื่อบิดาแห่งโครงการอวกาศอินเดีย และยังแบกยานปรัชญาณ (Pragyan) ซึ่งมีความหมายความว่า “ความเฉลียวฉลาด” ในภาษาสันสกฤต โดยตามกำหนดยานโรเวอร์ (rover) ลำนี้จะโผล่ออกมาทำหน้าที่เดินทางสำรวจพื้นผิวและหาแหล่งน้ำบนดวงจันทร์ หลังจากยานลงจอดได้ 2-3 ชั่วโมง

ยานวิกรม(Vikram)
ยานโรเวอร์ – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ economictimes.indiatimes.com

สำหรับปฏิบัติการจันทรายาน 2 ของอินเดียนี้ ทั้งยานโคจร ยานลงจอดและยานโรเวอร์เกือบทั้งหมดพัฒนาในอินเดีย และใช้งบประมาณพัฒนาทั้งหมดเพียง 140 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 4,200 ล้านบาท เหมือนกับครั้งก่อนที่เราได้นำเสนอไป ซึ่งเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับปฏิบัติการสำรวจดวงจันทร์ของนาซาที่ใช้เงินถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 30 ล้านล้านบาท ในโครงการอะพอลโล (Apollo)

นอกจากนี้อินเดียยังเตรียมพร้อมปฏิบัติการกากันยาน (Gaganyaan) ซึ่งเป็นปฏิบัติการส่งมนุษย์ไปอวกาศเป็นครั้งแรกของอินเดีย โดยกำหนดเป้าหมายในปี ค.ศ.2022 และอินเดียยังตั้งเป้าหมายที่จะส่งยานไปลงจอดดาวอังคารด้วย โดยย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.2014 อินเดียเป็นชาติที่ 4 ที่สามารถส่งดาวเทียมไปโคจรรอบดาวอังคารได้

ยานวิกรม(Vikram)
ปฏิบัติการกากันยาน – ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ theweek.in

เป็นยังไงกันบ้างคะเพื่อนๆ น่าเสียดายที่ยานวิกรมไม่สามารถลงจอดบนดาวอังคารได้อย่างที่หวังเอาไว้ แต่ก็ยังดีที่ได้รู้ว่ายานได้ตกลงไปบนดวงจันทร์ ไม่อย่างงั้นต้องคิดว่ามีมนุษย์ต่างดาวเอายานไปแน่ๆเลยว่ามั้ยละคะเพื่อนๆ สุดท้ายนี้ หากถูกใจบทความของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ