ดาวศุกร์เป็นดาวที่อาจจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

โดยรวมแล้ว ดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะลำดับที่สอง มีชื่อในภาษาละตินของดาวศุกร์ก็คือวีนัส (Venus) ตามความเชื่อโบราณของชาวโรมันวีนัสเป็นเทพีแห่งความรักด้วย และเมื่อเทียบขนาดของดาวศุกร์กับดาวดวงอื่นๆ แล้ว ดาวศุกร์จะใหญ่เป็นสามเท่าของดวงจันทร์ และสองเท่าของดาวพุธและดาวอังคาร แต่เมื่อเทียบกับโลกแล้ว ดาวศุกร์นั้นมีขนาดใกล้เคียงกับโลกมากจนหลายคนเรียกว่าเป็นฝาแฝดของโลกเลยทีเดียว

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หมายความดาวศุกร์จะเหมือนโลกเราไปเสียทั้งหมด เพราะโดยทั่วไปแล้ววงโคจรของดาวเคราะห์จะเป็นวงรี แต่สำหรับวงโคจรของดาวศุกร์จะมีเอกลักษณ์ต่างไปจากดาวดวงอื่นๆ นิดหน่อย นั่นคือมันโคจรแบบเยื้องศูนย์กลาง หรือก็คือมีรูปร่างเป็นวงรีน้อยที่สุดนั่นเอง

ดาวประกายพรึก

มาต่อกันที่เรื่องของแสงสว่างของดาวศุกร์กันบ้างดีกว่า สำหรับดาวศุกร์นั้นเป็นวัตถุท้องฟ้าที่สว่างที่สุดเป็นอันดับ 3 เป็นรองแค่เพียงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ได้เพราะดาวศุกร์มีวงโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มาก โดยจะมีมุมห่างกันไม่ถึง 47.8° ทำให้ดาวศุกร์มีความสว่างจนเราสามารถเห็นได้จากโลก โดยเฉพาะในเวลาเช้ามืดหรือหัวค่ำ ที่เราจะเรียกดาวดวงนี้ว่า “ดาวประจำเมือง” ถ้าหากเห็นตอนหัวค่ำ และเรียกว่า “ดาวประกายพรึก” หรือ “ดาวรุ่ง” ถ้าเห็นตอนเช้ามืด

ด้วยแสงที่สว่างของมันทำให้มนุษย์เรารู้จักดาวศุกร์กันมาเนินนานแล้ว ตามบันทึกไว้คือเริ่มตั้งแต่ยุคของชาวบาบิโลนเมื่อ 1,600 ปีก่อน แต่หลายทฤษฎีก็คาดว่าเราน่าจะรู้จักดาวศุกร์มานานกว่านั้นอีก อาจจะตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่ดาวศุกร์มีความสำคัญมากถึงขนาดนี้ นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายจึงพยายามศึกษาดาวศุกร์ โดยเฉพาะการค้นหาน้ำแข็งที่อาจเป็นตัวชี้วัดว่ามีสิ่งมีชีวิตด้วย และวันนี้พวกเรา eduHUB จะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับดาวศุกร์ ดาวที่มีสภาพเอื้อให้กับสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ แถมยังเป็นดาวที่มีขนาดคล้ายกับโลกของเรามากที่สุดกัน

โลก
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ dailygalaxy.com

ในปีพ.ศ. 2521 ยานอวกาศในโครงการไพโอเนียร์วีนัส (Pioneer Venus) ขององค์การนาซา (NASA) ได้เดินทางไปยังดาวศุกร์และได้ค้นพบหลักฐานว่า ครั้งหนึ่งอาจเคยมีมหาสมุทรอยู่ใต้พื้นผิวของดาวศุกร์มาก่อน และเพราะการค้นพบนี้เองที่ทำให้เราหันมาสนใจศึกษาดาวศุกร์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยได้มีการส่งหุ่นยนต์จำนวนมากขึ้นไปสำรวจดาวศุกร์ และรวบรวมข้อมูลจากพื้นผิวและชั้นบรรยากาศของดาว ว่าดาวเคราะห์ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อถึงขั้นว่าเป็นฝาแฝดของโลกนั้นกลายเป็นดาวที่แห้งแล้งไปได้อย่างไร

จากงานวิจัยชิ้นล่าสุดระบุว่า ดาวศุกร์เคยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดสิ่งมีชีวิตอยู่ประมาณ 2-3 พันล้านปี แต่จู่ๆ เมื่อราวๆ 700 ล้านปีก่อน ดาวศุกร์ก็มีการสร้างพื้นผิวใหม่ หรือที่เรียกว่า Resurfacing เกิดขึ้น กระบวนการนี้เป็นการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศของดาวศุกร์ครั้งใหญ่ จนเกิดภาวะเรือนกระจกแบบรุนแรงจนกู่ไม่กลับ ส่งผลให้พื้นผิวของดาวศุกร์ร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนมีสภาพเหมือนที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

Runaway Greenhouse Effect
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Frank Hettick

งานวิจัยชิ้นนี้จัดทำโดย ไมเคิล เวย์ และแอนโธนี เดล เฆนิโอ จากสถาบันวิทยาศาสตร์อวกาศกอดดาร์ด อีกทั้งยังได้นำเสนอในงานประชุมวิชาการร่วมสมาคมดาวเคราะห์ยุโรปกับแผนกวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ สมาคมดาราศาสตร์สหรัฐฯ ณ เมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ อีกด้วย โดยในงานวิจัยยังได้มีการสร้างแบบจำลองสภาพแวดล้อมของดาวศุกร์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด 3 เหตุการณ์ด้วย

โดยแบบจำลองแต่ละอันถูกสร้างขึ้นด้วยการคำนวนปริมาณน้ำในมหาสมุทรที่ค่าต่างๆ ตั้งแต่ความลึก 10-310 เมตร การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีในชั้นบรรยากาศ และปริมาณพลังงานที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ เมื่อเฝ้าดูไปสักพักก็พบว่าแบบจำลองทั้งสามอันมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือดาวศุกร์ก่อตัวมาและมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโลกในตอนแรก แต่แล้ว แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นแก๊สที่มีมากที่สุดในชั้นบรรยากาศดาวศุกร์ก็ถูกหินซิลิเกตดูดเอาไว้ จนแก๊สดังกล่าวเปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นชั้นคาร์บอเนตในเปลือกดาว อุณหภูมิของดาวศุกร์เลยจะอยู่ราวๆ 20-50 องศาเซลเซียส

ดาวศุกร์
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Calvin J.Hamilton

ในขณะที่โลกมีแก๊สส่วนใหญ่เป็นไนโตรเจน ผสมกับคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทนนิดหน่อย ซึ่งถ้าปล่อยไปแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่เกิดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ครั้งใหญ่อย่างที่กล่าวไว้ตอนแรก ดาวศุกร์ก็จะยังคงเป็นดาวที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับโลกเรามาจนถึงทุกวันนี้

การปล่อยแก๊สครั้งใหญ่นั้นเรียกว่าเป็นจุดพลิกผันของดาวศุกร์เลยก็ว่าได้ และสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะกระบวนการทางธรณีวิทยา กระบวนการดังกล่าวทำให้พื้นผิวของดาวศุกร์ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยมีแมกมาจำนวนมากปะทุขึ้นมา ส่งผลให้มีการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และเมื่อแมกมาเย็นตัวลง มันก็ได้กลายเป็นชั้นหินอัคนีขึ้นมา ทำให้เปลือกดาวดูดซับแก๊สกลับเข้าไปไม่ได้ และยังคงหลงเหลืออยู่ในชั้นบรรยากาศจนเกิดเป็นสภาวะเรือนกระจกที่เข้มข้น ซึ่งทำให้ชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์หนาแน่นกว่าโลกถึง 90 เท่าและร้อนขึ้นจนมีอุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 462 องศาเซลเซียส

ดาวศุกร์
ขอขอบคุณภาพประกอบจากเว็บไซต์ lesa.biz

และเมื่อเหตุการณืนี้เกิดขึ้นกับดาวศุกร์มีความคล้ายคลึงกับโลกมากได้ โลกเราเองก็สามารถเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวได้เช่นเดียวกัน โดยในครั้งหนึ่งนั้นบริเวณไซบีเรียน แทรป (Siberian Trap) ทางตะวันออกของรัสเซียเมื่อ 500 ล้านปีก่อนก็เคยมีภูเขาไฟปะทุจนเกิดภาวะเรือนกระจกและหินอัคนีจำนวนมากเช่นเดียวกัน ซึ่งภายหลังที่เกิดปรากฏการณ์นี้สัตว์น้อยใหญ่ในบริเวณนั้นก็ล้มตายลงเป็นจำนวนมาก

เป็นยังไงกันบ้างละคะเพื่อนๆ เพื่อนๆมีความคิดเห็นยังไงกันบ้าง ถ้าเป็นไปตามทฤษฏีที่ว่ามา เมื่อก่อนดาวศุกร์จะต้องมีสิ่งมีชีวิตอยู่แน่ๆเลย เพื่อนๆคิดเหมือนกันมั้ย ถ้าเพื่อนๆมีความคิดเห็นยังไงก็มาคอมเม้นพูดคุยกับพวกเราได้เลยนะคะ สุดท้ายนี้ หากถูกใจคลิปของพวกเราอย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่งช่อง eduHUB กันด้วยนะคะ